"....ในทางปฏิบัติ กรรมการ กสถ. มีบทบาทในระดับนโยบายและการกำกับดูแล เช่น กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการสอบแข่งขัน, อนุมัติแผนและแนวทางการดำเนินการสอบ, แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง, กำกับติดตามให้การดำเนินการสอบเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติของ กสถ. และพิจารณาปัญหาและข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการสอบในระดับนโยบาย...."
ในบรรดารายชื่อผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไว้เป็นคดีพิเศษ พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นเจ้าของสำนวน ร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช. อีก 2 ราย นั้น

ภาพประกอบข่าว
ป.ป.ช.รับคดีพิเศษโกงสอบท้องถิ่นตั้งไต่สวน6,014 ราย 'เมีย'แมนรัตน์ ด้วย
เปิดหมด 55 ชื่อ 'จนท.รัฐ-นายหน้า' ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
ป.ป.ช.แถลงโกงสอบท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ หลักฐานเชื่อได้แก้คะแนน-รับเงิน
เปิดตัว 'เต้ย' หน.ทีมแก้ไขคำตอบ ในบัญชี ป.ป.ช. ไต่สวนคดีโกงสอบท้องถิ่น
พบหลักฐานแชทไลน์ บิ๊ก สถ.ฝากเด็ก-ยอดผู้สมัครถูกสอบ 5,959 คน ใต้มากสุด
ชื่อของ นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่อยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบประกาศผลสอบ จำนวน 22 ราย มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะ
นางวรสุดา เป็นภรรยาของ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการ ป.ป.ช. และเป็นผลทำให้ นายแมนรัตน์ ได้ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีนี้ทันที ถือเป็นการปฏิบัติตามหลักการหลีกเลี่ยงความขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เพื่อให้กระบวนการไต่สวนเป็นไปด้วยความโปร่งใสและปราศจากข้อครหา เป็นหลักปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล และไม่ได้เป็นการแสดงถึงความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหารายใด
นางวรสุดา ปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบประกาศผลสอบ ตามบทบาทหน้าที่คณะกรรมการ กสถ. ซึ่งเป็นกลไกหลักที่กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และกำกับดูแลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
ในทางปฏิบัติ กรรมการ กสถ. มีบทบาทในระดับนโยบายและการกำกับดูแล เช่น กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการสอบแข่งขัน, อนุมัติแผนและแนวทางการดำเนินการสอบ, แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง, กำกับติดตามให้การดำเนินการสอบเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติของ กสถ. และพิจารณาปัญหาและข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการสอบในระดับนโยบาย
@ เจาะโพรไฟล์ ภรรยา 'แมนรัตน์'
ลองย้อนกลับไปดูข้อมูลประวัติของนางวรสุดา รัตนสุคนธ์ กันหน่อย?
จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นพบว่า นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นคู่สมรสของนายแมนรัตน์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.
หลังจากแต่งงานกับ นายแมนรัตน์ ตลอดเส้นทางราชการของ นายแมนรัตน์ จะมี นางวรสุดา อยู่เคียงข้างเสมอ ภายหลังนายแมนรัตน์เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 นางวรสุดาได้รับหน้าที่เป็นประธานชมรมแม่บ้านกรมการปกครอง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสวัสดิการของบุคลากร การพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวข้าราชการ รวมถึงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ
ก่อนหน้านั้น ในช่วงที่นายแมนรัตน์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางวรสุดาเคยดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี โดยมีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ประสบอุทกภัย สนับสนุนการบริจาคโลหิต ส่งเสริมงานอาสาสมัคร และมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน
ตลอดเส้นทางการรับราชการของคู่สมรสในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหลายแห่ง นางวรสุดามักทำหน้าที่ประธานแม่บ้านมหาดไทยและนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมด้านสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่

แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการ ป.ป.ช.
@ ทรัพย์สิน แมนรัตน์ - ภรรยา รวย 102 ล้าน
สำหรับข้อมูลในส่วนทรัพย์สินนั้น ช่วงที่นายแมนรัตน์ เข้ารับตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567
นายแมนรัตน์ พร้อมด้วยนางวรสุดา รัตนสุคนธ์ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 102,852,342 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 207,182 บาท
นายแมนรัตน์ แจ้งมีทรัพย์สิน 47,664,383 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 5 บัญชี รวมมูลค่า 28,866,694 บาท เงินลงทุน 6,951,398 บาท ที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดนนทบุรี รวมมูลค่า 5,688,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง บ้าน 2 หลัง ในจังหวัดนนทบุรี รวมมูลค่า 1,666,000 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 3,400,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 231,690 บาท ทรัพย์สินอื่น เช่น อาวุธปืน 5 กระบอก นาฬิกา 2 เรือน เป็นต้น รวมมูลค่า 860,600 บาท
แจ้งมีหนี้สิน 207,182 บาท ทั้งหมดเป็นเงินเบิกเกินบัญชี
นางวรสุดา แจ้งมีทรัพย์สิน 55,129,638 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 11 บัญชี รวมมูลค่า 42,947,055 บาท เงินลงทุน 1,750,957 บาท ที่ดิน 1 แปลงในจังหวัดนครปฐม 1,005,000 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 1 คัน 2,000,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 5,886,625 บาท ทรัพย์สินอื่น เช่น นาฬิกา 3 เรือน กำไลข้อมือ 4 อัน ตุ้มหูเพชร 13 คู่ รวมมูลค่า 1,540,000 บาท
บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สิน 58,320 บาท ทั้งหมดเป็นสิทธิและสัมปทาน
ทั้งนี้นายแมนรัตน์ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 3,428,592 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน 966,480 บาท เงินประจำตำแหน่ง 510,000 บาท เงินค่ารับรอง 510,000 บาท เบี้ยประชุม/ค่าตอบแทน 542,400 บาท บำนาญ 899,712 บาท
แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 2,400,698 บาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 500,000 บาท เบี้ยประกัน 179,695 บาท ค่าหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ 80,000 บาท เงินฝากประจำ 624,000 บาท ค่าสาธารณูปโภค 90,000 บาท ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 535,003 บาท ภาษี/ประกันรถยนต์ 30,000 บาท สวัสดิการ 12,000 บาท ค่าเล่าเรียนบุตร 350,000 บาท
นางวรสุดา แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,425,068 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน 921,600 บาท เงินประจำตำแหน่ง 240,000 บาท เบี้ยประชุม/ค่าตอบแทน 263,468 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 925,980 บาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 250,000 บาท เบี้ยประกัน 244,312 บาท ค่าหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ 60,000 บาท กองทุน กบข. 31,946 บาท เงินฝากประจำ 240,000 บาท ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 80,400 บาท ภาษี/ประกันรถยนต์ 19,322 บาท
หลังจากปรากฏข่าวว่า นางวรสุดา ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 และนายแมนรัตน์ ได้ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีนี้ทันที
ปัจจุบัน นางวรสุดา นายแมนรัตน์ รวมถึงสำนักงาน ป.ป.ช. ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด
@ บทบาทหน้าที่ กสถ. พาเหรดติดโผคดีโกงสอบท้องถิ่น
แต่มีการคาดหมายว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ นางวรสุดา รวมถึงกรรมการ กสถ. ที่เป็นตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานรัฐส่วนกลาง ปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ เป็นเพราะตามบทบาทหน้าที่คณะกรรมการ กสถ. ซึ่งเป็นกลไกหลักที่กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และกำกับดูแลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
เมื่อการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นครั้งนี้ ถูกตรวจสอบพบว่ามีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับนโยบายอย่างคณะกรรมการ กสถ. ก็ย่อมจะต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการไต่สวนด้วย
โดยประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการ กสถ. จะต้องชี้แจงให้ได้ คือ
การกำกับดูแลการจัดสอบของ กสถ. เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่
มีการควบคุมความปลอดภัยของข้อสอบและข้อมูลผู้เข้าสอบเพียงพอหรือไม่
กระบวนการตรวจและประมวลผลคะแนนมีระบบตรวจสอบที่รัดกุมหรือไม่
หากเกิดการแก้ไขข้อมูลคะแนนหรือแทรกแซงระบบ มีผู้ใดรับรู้ ปล่อยปละละเลย หรือใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่
การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้เกี่ยวข้องแต่ละรายเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะชี้มูลความผิดบุคคลใดหรือไม่
@ เปิด 2 จุดตาย ไต่สวนคดี ป.ป.ช. รอด/ไม่รอด
แต่จุดสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ กสถ. มีประเด็นที่ต้องจับตามองอยู่ 2 ส่วน ตามที่สำนักข่าว Next News เคยนำเสนอไปแล้ว คือ
หนึ่ง.
ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุกลางวงแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่า ได้สั่งการให้ชะลอการบรรจุข้าราชการจากการสอบรอบดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าระบบการสอบคัดเลือกข้าราชการของประเทศไทยจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและระบบคุณธรรมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมของคณะกรรมการ กสถ. ทางกระทรวงมหาดไทยได้เสนอให้ชะลอการบรรจุ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกกลับไม่เห็นด้วย และได้ลงมติให้บรรจุต่อไป
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเห็นของ นางวรสุดา และ กสถ. รายอื่น ๆ ต่อมตินี้ เป็นอย่างไรกันแน่ ป.ป.ช. มีการตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงกระบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ เหมือนกรณีการตรวจสอบพบข้อความสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) ของผู้บริหารระดับสูงในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ส่งถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่ทำหน้าที่จัดการสอบแข่งขัน เพื่อขอให้ช่วยเหลือผู้สมัครสอบตามรายชื่อที่จัดส่งให้ ที่กลายเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของ สถ. บางราย รวมถึงผู้บริหาร มศว. ที่รับหน้าที่จัดสอบ ถูกระบุชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ด้วย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วหรือไม่

ภาพประกอบรายงาน
พบหลักฐานแชทไลน์ บิ๊ก สถ.ฝากเด็ก-ยอดผู้สมัครถูกสอบ 5,959 คน ใต้มากสุด
สอง.
ในข้อเท็จจริงฐานอำนาจของโครงสร้าง กสถ. ตัวแทนกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิจากระบบ ก.ท. / ก.จ. / ก.อบต. และกลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ตัวแทนพื้นที่) ถูกระบุว่ามีการรวมตัวกัน เพราะมาจากพื้นที่ท้องถิ่น ทำให้คุมแกนหลัก กสถ. มากกว่า 60% นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิจากระบบ ก.ท. / ก.จ. / ก.อบต. และกลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ตัวแทนพื้นที่) ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีบุคคลหลายรายปรากฏชื่อเข้ามาเป็นตัวแทนกลุ่มต่อเนื่องยาวนานหลายยุคหลายสมัย และเคยทำงานอยู่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มายาวนาน ทำให้รู้ช่องทางเกี่ยวกับกระบวนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเป็นอย่างดี
ผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้กว่าครึ่งที่ทำงานและเติบโตอยู่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงเป็นผู้ที่มีความกว้างขวางในกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น และหลายคนได้จัดตั้งบริษัทติวเตอร์ขึ้นมาบังหน้า แต่แท้จริงแล้วเป็นนายหน้าในการหาลูกค้าเพื่อสอบราชการท้องถิ่น โดยเรียกค่าหัวคิวมานานหลายปีแล้ว
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ กรณีศาลจังหวัดสตูลได้อนุมัติออกหมายจับ นายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง จังหวัดสตูล ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง ในข้อหาฉ้อโกง หลังมีผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าถูกเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบหรือได้รับการบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ ปัจจุบันคดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ถูกออกหมายจับมาดำเนินคดี พร้อมทั้งขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความจริงปรากฏครบถ้วนทุกประเด็น
ที่สำคัญ ในจำนวน กสถ. ชุดปัจจุบันนี้ มีอยู่ 2 ราย ที่กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในเรื่องการผลักดันให้รีบมีการบรรจุข้าราชการที่สอบผ่านปีนี้โดยเร็ว ทั้งที่มีการตรวจสอบพบปัญหาเรื่องการโกงข้อสอบ
ทั้งสองประเด็นข้างต้นเหล่านี้ นับเป็นจุดตายที่สำคัญในการไต่สวนคดีของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบประกาศผลสอบ ที่ไม่ควรถูกมองข้ามโดยเด็ดขาด
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




