บก.ป.นำตัว "ดร.วิน" หลบสื่อ ค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม คดีโกงสอบท้องถิ่น "บช.ก." เตรียมแถลงผลจับกุมทั้งขบวนการพรุ่งนี้ พร้อมหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำตัว นายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกจากอาคารในลักษณะหลบหลีกสื่อมวลชนที่เฝ้ารออยู่ด้านหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำตัวไปค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่สำนักงานของ ดร.วิน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านปากเกร็ด ภายหลังจากที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีทุจริตการสอบเข้ารับราชการในสังกัดกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งทาง สถ. ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องหรือผู้กระทำความผิดต่อ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ไปก่อนหน้านี้แล้ว
สำหรับกำหนดการฝากขัง ดร.วิน จะดำเนินการพร้อมกับ นายพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ในวันพรุ่งนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ณ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
ในวันเดียวกันพลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้จับกุมตัว จ่าพิชิต ดร.วิน และน้องสาว ซึ่งเป็น 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่า จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (15 กรกฎาคม 2569) และคาดการณ์ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเข้าร่วมเป็นประธานในการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
เมื่อมีการสอบถามถึงประเด็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหรือไม่ พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ ได้แจ้งให้รอการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน และหลังจากนี้ จะเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อรับฟังรายงานการสอบปากคำผู้ต้องหา นอกจากนี้ ในส่วนของบุคคลชื่อ กิต และ ส้ม ซึ่งปรากฏในคลิปเสียงนั้น พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ ระบุว่า มีชุดทำงานอีกชุดหนึ่งที่รับผิดชอบในการตรวจสอบประเด็นดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมมากนัก
พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการสอบปากคำเพิ่มเติมว่า จะเน้นการตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปกับคำให้การที่ได้รับ และจะนำคำให้การดังกล่าวไปตรวจสอบยืนยันกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการพิจารณาคดี โดยประเด็นในการสอบสวนจะถูกกำหนดและพิจารณาจากข้อมูลและหลักฐานที่ปรากฏ




