"...ผมให้คำมั่นสัญญาจะบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลเน้นการดำเนินงานให้บรรลุความสำเร็จตามพันธกิจกำหนดเป้าหมายและแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีระบบ มั่นใจ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้การมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรให้มี พลังใจ พลังกาย ในการคิดออกแบบการบริการใหม่ด้านการทดสอบแบบยึดผู้รับบริการเป็นสำคัญตามสถานการณ์เปลี่ยนแปลงของประเทศและโลกอย่างรวดเร็ว...”
ในบรรดารายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบประกาศผลสอบ จำนวน 22 ราย ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ณ เวลานี้
ถูกระบุว่า มีชื่อของ ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐรับผิดชอบการจัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้รวมอยู่ด้วย แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องถูกเปิดเผยออกมาชัดเจนมากนัก
น่าสนใจว่า ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ดร.เรืองเดช ศิริกิจ เป็นอย่างไร
จากการสืบค้นฐานข้อมูลเว็บไซต์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีการระบุที่มาของ สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา และดร.เรืองเดช ไว้ว่า จากกรอบแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เริ่มใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2565-2580 นั้น สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา จึงจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) ให้สอดคล้องกับทิศทางแผนยุทธศาสตร์ มศว โดยได้รับการอนุมัติจากการประชุมของคณะกรรมการประจำสำนักทดสอบฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 และดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา
โดยเสนอวิสัยทัศน์การบริหารงานสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา “เน้นการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาการบริการวิชาการ การพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาทีมงานคุณภาพ และการสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัย”
นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสำนักทดสอบฯ ในการก้าวสู่บทบาทส่วนงานภายใต้การกำกับของ มศว ที่มีภารกิจหลักด้านการบริการการทดสอบเพื่อพัฒนาความสามารถของมนุษย์ทุกช่วงวัย สนับสนุนการบรรลุวิสัยทัศน์ของ มศว เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม
พร้อมยังระบุคำให้สัมภาษณ์ ดร.เรืองเดช ว่า พันธกิจที่สำคัญของสำนักทดสอบฯ มุ่งก้าวสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมทางการบริการด้านการทดสอบเพื่อพัฒนาความสามารถของมนุษย์โดยมีบทบาทเป็นส่วนงานสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนเน้นงานบริการวิชาการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน อันก่อให้เกิดมูลค่าเพื่อสังคมที่ยั่งยืน
"ผมให้คำมั่นสัญญาจะบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลเน้นการดำเนินงานให้บรรลุความสำเร็จตามพันธกิจกำหนดเป้าหมายและแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีระบบ มั่นใจ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้การมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรให้มี พลังใจ พลังกาย ในการคิดออกแบบการบริการใหม่ด้านการทดสอบแบบยึดผู้รับบริการเป็นสำคัญตามสถานการณ์เปลี่ยนแปลงของประเทศและโลกอย่างรวดเร็ว”

ข้อมูลจาก มศว
สำหรับข้อมูลประวัติ ดร.เรืองเดช ถูกระบุว่า เป็นนักวิชาการด้านการวัดและประเมินผลทางการศึกษา มีความเชี่ยวชาญด้าน การวัดผล การประเมินผลทางการศึกษา การทดสอบ และจิตวิทยาการศึกษา ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการสอน การวิจัย และงานบริหาร มีบทบาทในการพัฒนาระบบการสอบ การวัดผล และการประเมินคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย รวมถึงการให้บริการด้านการทดสอบแก่หน่วยงานภายนอก
บทบาทในฐานะนักวิจัย ถูกระบุว่าเป็นผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยในงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะการวัดและประเมินผล การพัฒนาแบบทดสอบจิตวิทยาการศึกษา การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน มีผลงานตีพิมพ์และงานวิจัยที่เผยแพร่ในแวดวงวิชาการไทยหลายชิ้น
ส่วนบทบาทของ มศว ในงานจัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น นั้น มหาวิทยาลัยเป็นคู่สัญญากับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในการจัดสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ครอบคลุมตั้งแต่การออกข้อสอบ จัดพิมพ์ ขนส่ง จัดหาสถานที่สอบ ประมวลผลคะแนน และเก็บรักษากระดาษคำตอบ
ตามเงื่อนไขในทีโออาร์ กระดาษคำตอบทั้งหมดต้องถูกเก็บรักษาไว้ใน “ห้องมั่นคง” ซึ่งมีการล็อกกุญแจ 2 ชุด โดยมหาวิทยาลัยและ สถ. ถือกุญแจฝ่ายละชุด พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ในช่วงแรกที่ปรากฏข่าวการทุจริตคดีโกงสอบท้องถิ่น ทางผู้บริหาร มศว ต่างออกมายืนยันว่า มศว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย พร้อมออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง ไป 2 ครั้ง ส่วน ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ได้เข้าแจ้งความบันทึกประจำวันที่ สน.ทองหล่อ พร้อม ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กรณีมีคลิปเสียงพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องนี้ และมีการยืนยันว่า มศว ส่งมอบงานการจัดสอบให้ สถ. ครบถ้วนแล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงกระดาษคำตอบหรือแก้ไขผลคะแนนในระบบคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด
ล่าสุด ในช่วงเย็น 17 กรกฎาคม 2569 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เรื่องความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
แถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบกรณีที่ปรากฏข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายนั้น
บัดนี้ คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้รายงานผลการดำเนินการต่อมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่า มีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในเบื้องต้นที่มีมูลเพียงพอในการดำเนินการทางวินัยกับบุคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 1 ราย
มหาวิทยาลัยจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เป็นกระบวนการตามกฎหมายที่มีขึ้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ ดังนั้น การดำเนินการในขั้นตอนนี้ ยังไม่ถือว่าบุคคลดังกล่าวกระทำผิดทางวินัย จนกว่าคณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการแล้วเสร็จ และมหาวิทยาลัยจะมีคำสั่งตามกฎหมาย
มหาวิทยาลัยตระหนักดีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย จึงได้เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่เริ่มต้น และดำเนินการทางวินัยให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ และเป็นธรรม พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
“มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจะไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่กระทบต่อความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ใด หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิด มหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ” แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ มศว ฉบับที่ 3
อย่างไรก็ดี ในแถลงการณ์ดังกล่าว ไม่ได้มีการระบุชื่อบุคลากรของ มศว จำนวน 1 ราย ที่จะถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ว่าเป็นใคร? ตำแหน่งอะไร?
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสาธารณชน เรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายชื่อดังกล่าว
ขณะที่ สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลทางลับยืนยันจากหน่วยงานตรวจสอบว่า ในกระบวนการทุจริตโกงสอบท้องถิ่นที่เกิดขึ้น มีผู้บริหาร มศว รายหนึ่ง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเป็นผู้ให้ข้อมูลกระดาษคำตอบผู้สมัครสอบ กับ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง) หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปส่งมอบให้กับ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ไปดำเนินการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบอีกที
ข้อเท็จจริงเป็นไปตามนี้หรือไม่ อดใจรออีกไม่นาน สาธารณชนคงได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกัน
อนึ่ง เกี่ยวกับคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวนคดีเท่านั้น ป.ป.ช. ยังไม่ได้มีการชี้มูลความผิด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และมีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงสามารถเข้าร่วมกระบวนการกันตัวเป็นพยานกับ ป.ป.ช. ได้ด้วย
หากผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เกี่ยวข้องรายใด มีความประสงค์ต้องการจะให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกับสำนักข่าว Next News สามารถติดต่อกลับมาได้ตลอดเวลา
อ่านข่าวเกี่ยวข้องในส่วนข้าราชการเจ้าหน้าที่จัวหวัดนนทบุรี
ชัดแล้ว! 2 จนท.เทศบาล ผู้รับมอบอำนาจ-พยาน บ.พิชิต ติดโผคดีโกงสอบด้วย
ภาพนั่งแก้คำตอบชัดเจน! เปิดตัว 'พี่ไกด์' เทศบาลปลายบาง ติดโผคดีโกงสอบ
ถึงคิว! เปิดตัว แนน คนสาธิตแก้คำตอบโกงสอบท้องถิ่น เพื่อนชื่อ จูน ชวนมา
นายกฯ ปลายบาง แจงปม 'หลาน' ถูกไต่สวนคดีโกงสอบ เจ้าตัวยันไม่เกี่ยวข้อง
ถึงคิว! เทศบาลบางแม่นาง โดน 8 ราย ติดโผคดีโกงสอบ เฉพาะกองช่าง 5 คน
เปิดตัว 'ผอ.พริก' เทศบาลฯนนทบุรี ติดโผคดีโกงสอบเคยทำงานปลายบางกับพิชิต
สรุป! ท.นครนนท์ ผอ.พริก-รองปุ๊ก ติดโผคดีโกงสอบ-เคยทำงานกับพิชิตทั้งคู่
มี 'อั่น'อีกคน! เทศบาลปลายบางติดโผคดีโกงสอบท้องถิ่นเพิ่ม ยอดรวม 6 คน
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




