News Logo
หน้าแรก
ไล่ออก 12 จนท.สารคามคดีงบวิจัยสะดุด เพิ่งรู้ตั้งคกก.สอบไม่ถูกข้อบังคับ

ไล่ออก 12 จนท.สารคามคดีงบวิจัยสะดุด เพิ่งรู้ตั้งคกก.สอบไม่ถูกข้อบังคับ

21 ก.ค. 2569 10:53
ผู้ชม 1,923 คน

ผลสอบวินัยร้ายแรงคดีทุจริตโครงการวิจัยช่วยผู้กระทบโควิด วงเงิน 407 ล้าน มรภ.สารคาม ชงไล่ออก ขรก.-จนท. 12 ราย ส่อสะดุด หลังถูกโต้แย้งเพิ่งรู้กระบวนการแต่งตั้งคกก.สอบสวน ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ มหาวิทยาลัยยังเงียบ เดินหน้าต่อหรือกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 12 ราย จากกรณีถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการวิจัยส่งเสริมอาชีพฐานรากเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 วงเงินงบประมาณแผ่นดินรวมกว่า 407 ล้านบาท ที่ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบพบข้อบกพร่องในการดำเนินงาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปตรวจสอบพฤติการณ์ผู้เกี่ยวข้องจำนวน 16 ราย ในจำนวนนี้แยกเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 12 ราย และบุคคลภายนอก 4 ราย ในฐานะร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ล่าสุด แหล่งข่าวจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ได้จัดทำรายงานผลการสอบสวนและเสนอให้มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 โดยมีการเสนอให้ลงโทษ "ไล่ออก" บุคลากรของมหาวิทยาลัยจำนวน 12 ราย ทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หลังจาก สตง. ส่งผลการตรวจสอบให้มหาวิทยาลัยดำเนินการสอบสวนทางวินัย และให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่มหาวิทยาลัยฯ เป็นจำนวนเงิน 280,706,723 บาท

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้เกิดประเด็นข้อโต้แย้งใหม่ที่อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการสอบสวน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงอาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ตามข้อร้องเรียน ระบุว่า ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกำหนดให้มีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนจากทั้งบุคคลภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และให้แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการสอบสวน แต่ในกรณีนี้ มีการกล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มงานนิติการ ซึ่งเป็นผู้จัดทำร่างคำสั่งแต่งตั้ง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการของคณะกรรมการชุดเดียวกัน โดยคำสั่งดังกล่าวลงนามโดยอธิการบดี

ผู้ร้องเรียนเห็นว่า แนวทางดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และอ้างว่าไม่เคยปรากฏกรณีลักษณะนี้มาก่อนในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งอื่น ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า หากการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยข้อบังคับ อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการสอบสวนทั้งหมด

ประเด็นดังกล่าวยังถูกหยิบยกขึ้นเป็น ข้อโต้แย้งของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 12 ราย ซึ่งเห็นว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการอาจไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ และอาจมีผลต่อความเป็นธรรมในการดำเนินกระบวนการสอบสวน

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ เหตุใดจึงไม่มีการตรวจสอบหรือทักท้วงความถูกต้องของคำสั่งแต่งตั้งตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ แต่กลับมีการหยิบยกข้อบกพร่องดังกล่าวขึ้นภายหลัง เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นและมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโทษทางวินัยแล้ว หากการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่ใช้บังคับ อาจเป็นประเด็นที่ถูกนำไปใช้โต้แย้งในชั้นอุทธรณ์หรือชั้นศาลได้ ทั้งนี้ ผลทางกฎหมายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และดุลพินิจของหน่วยงานหรือศาลที่มีอำนาจพิจารณา

"ขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างดังกล่าว จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ หรือมีผลกระทบต่อผลการสอบสวนหรือไม่" แหล่งข่าวระบุ

อ่านประกอบ :

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
คดีทุจริตงบวิจัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบช.ก.สั่งเร่งสางโกงสอบท้องถิ่น ขยายผล 'ผอ.มศว-สถ.'เอี่ยวเบื้องหลัง
ผบช.ก.สั่งเร่งสางโกงสอบท้องถิ่น ขยายผล 'ผอ.มศว-สถ.'เอี่ยวเบื้องหลัง