"...ข้อร้องเรียนที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือความผิดปกติของคะแนนสอบและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน โดยกลุ่มผู้เข้าสอบบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าคะแนนของผู้สอบแต่ละรายมีความแตกต่างกันอย่างผิดสังเกต จนเรียกบัญชีดังกล่าวว่า “บัญชีกบกระโดดกบสไลด์” พร้อมตั้งคำถามว่า ความแตกต่างของคะแนนเกิดจากกระบวนการตรวจข้อสอบและประมวลผลตามปกติ หรือมีความผิดพลาดในขั้นตอนใดของระบบ..."
ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!
กรณีการสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหา คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวก ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
หลังจากการขยายผลกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 พบกรณี “สอบสรรหาผู้บริหารท้องถิ่น ปี 2564” มีการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ จากผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน หรือมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาเดิม (การจัดสอบปี 2568)
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next News นำเสนอข้อมูลไปแล้วว่า
1.เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2564 คณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นสายงานผู้บริหาร ซึ่งครอบคลุมข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พนักงานเทศบาล และพนักงานเมืองพัทยา จัดการสอบเพื่อสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร การดำเนินการสอบในครั้งนั้นมีการว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ให้รับผิดชอบการออกข้อสอบ จัดสอบ ตรวจข้อสอบ และประมวลผลคะแนน ต่อมาเมื่อมีการประกาศผลสอบเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ผู้เข้าสอบบางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของผลคะแนนและกระบวนการสอบ โดยมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อสอบและกระดาษคำตอบอย่างละเอียด หนึ่งในข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความแตกต่างของคะแนนสอบ โดยมีการระบุว่าผู้สอบบางรายได้คะแนนต่ำมาก
ขณะที่เมื่อตรวจสอบคำตอบกลับพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการจับคู่ข้อคำถามกับคำตอบ รวมถึงข้อสังเกตว่าผู้ที่มีรายชื่อผ่านการสรรหาจำนวนมากได้รับข้อสอบชุดเดียวกันในสัดส่วนที่สูงผิดสังเกต นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาข้อสอบบางส่วนที่ผู้เข้าสอบเห็นว่าไม่สอดคล้องกับสายงานบริหารที่สมัครสอบ
2.ดร.วิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง) ผู้ต้องหาคนสำคัญในการจัดสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น ปี 2568 เคยมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงเดือนมกราคม 2564 ถึงปี 2567 ) ซึ่งการสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
จึงมีคำถามตามมาว่า ดร.วิน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 ด้วยหรือไม่

ล่าสุด สำนักข่าว Next News สืบค้นฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐพบว่า การจัดสอบเพื่อสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคู่สัญญา มีการประกาศผลเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 มีชื่อเป็นทางการว่า งานจ้างดำเนินการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยวิธีคัดเลือก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการคัดเลือก โดยเสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 6,000,000 บาท นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในประกาศ (ดูเอกสารประกอบ)

เอกสาร
หน่วยงานเจ้าของโครงการ คือ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ระบุวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร จากเงินค่าธรรมเนียมการสอบที่ได้รับจากผู้สมัครสอบ ในอัตรารายละ 400 บาท โดยประมาณการผู้สมัครสอบ จำนวน 30,000 คน คิดเป็นงบประมาณ 12,000,000 บาท กำหนดราคากลาง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกานยน 2563 เป็นเงิน 12,000,000 บาท อัตรารายละ 400 บาท
รายชื่อผู้รับผิดชอบกำหนดราคากลาง ได้แก่
1.นายเมธา รุ่งฤทัยวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ประธานกรรมการ
2. พันจ่าเอกชนินทร์ ราชมณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรรมการ
3.นายธนนิติ บุญปก นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ กองคลัง กรรมการ
4.นายปิยะ คังกัน ผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคคลส่วนท้องถิ่น สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรรมการและเลขานุการ (ดูเอกสารประกอบ)

เอกสาร
ทั้งนี้ ในกระบวนการประกวดราคา มีมหาวิทยาลัย 5 แห่ง เข้ารับ/ซื้อเอกสาร ได้แก่
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
มหาวิทยาลัยบูรพา
ยื่นซองเอกสาร 4 แห่ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
มหาวิทยาลัยบูรพา
ชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิค 3 แห่ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอราคา 6,000,000 บาท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอราคา 10,860,000 บาท มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 10,950,000 บาท ส่วนมหาวิทยาลัยบูรพา (ไม่ผ่านคุณสมบัติและเทคนิค) เสนอราคา 11,100,000 บาท
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการคัดเลือก เนื่องจากเป็นผู้มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิค ถูกต้องครบถ้วนและเป็นผู้ได้คะแนนรวมสูงสุด ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 เลขที่สัญญา 25/2564 ในฐานข้อมูลแจ้งสถานะ ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด (ดูเอกสารประกอบ)
เปรียบเทียบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ จากวงเงินงบประมาณและราคากลาง 12,000,000 บาท มูลค่าที่จัดหาได้ 6,000,000 บาท ประหยัดได้ 50% ใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจ้างทั้งหมด 44 วัน

เอกสาร
จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบข้างต้น มีข้อสังเกตเพิ่ม 3 ประการหลัก คือ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชนะการประกวดราคาครั้งนี้ ในราคา 6 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 12 ล้านบาท ประมาณ 50 % ขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ เสนอราคางานวงเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ทำไมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอราคาต่ำได้ขนาดนี้?
ในฐานข้อมูลระบุสถานะส่งงานล่าช้า แต่ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดถึงปัญหาความล่าช้าว่าเป็นเพราะอะไร ปัญหาคืออะไรกันแน่?
พันจ่าเอกชนินทร์ ราชมณี และ นายปิยะ คังกัน ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้รับผิดชอบกำหนดราคากลาง อยู่ในกลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถูกกล่าวหาว่ามีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบประกาศผลสอบ ปี 2568 ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย แต่ปัจจุบัน ป.ป.ช. ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่า นายปิยะ คังกัน พันจ่าเอกชนินทร์ ราชมณี ถูกตรวจสอบเรื่องการจัดสอบปี 2564 ด้วยหรือไม่ ขณะที่การสอบสวนของ ป.ป.ช. ยังไม่เสร็จสิ้น พันจ่าเอกชนินทร์ ราชมณี นายปิยะ คังกัน และผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

เปิดหมด 55 ชื่อ 'จนท.รัฐ-นายหน้า' ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
เปิดตัว 'ชนินทร์' มือเก๋า สถ. สู่ กสถ. ปมสวนมติอนุทิน บรรจุสอบท้องถิ่น
ขณะที่แหล่งข่าวจาก สถ. เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า การสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 ดำเนินการภายใต้กลไกของคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) และคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ม.ก.) ผ่านสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เป็นผู้รับจ้างดำเนินการจัดสอบ ตามสัญญาจ้างเลขที่ 25/2564 ลงวันที่ 18 มกราคม 2564 วงเงิน 6 ล้านบาท ข้างต้น เกิดขึ้นภายหลังคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งมีเหตุผลสำคัญในการปรับระบบการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันการทุจริตในการบริหารงานบุคคลที่เคยเกิดขึ้นภายใต้การดำเนินการของคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยเปลี่ยนมาใช้กลไกของคณะกรรมการกลางในการสรรหาและคัดเลือก
แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศผลสอบในปี 2564 กลับเกิดข้อร้องเรียนจากผู้เข้าสอบจำนวนมาก โดยมีทั้งการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้องเรียนระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบและร้องเรียนประมาณ 400–500 ราย ขณะที่ผู้เข้าสอบกว่า 140 รายได้ขอตรวจสอบข้อสอบและกระดาษคำตอบ เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของกระบวนการตรวจและประมวลผลคะแนน
"ข้อร้องเรียนที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือความผิดปกติของคะแนนสอบและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน โดยกลุ่มผู้เข้าสอบบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าคะแนนของผู้สอบแต่ละรายมีความแตกต่างกันอย่างผิดสังเกต จนเรียกบัญชีดังกล่าวว่า “บัญชีกบกระโดดกบสไลด์” พร้อมตั้งคำถามว่า ความแตกต่างของคะแนนเกิดจากกระบวนการตรวจข้อสอบและประมวลผลตามปกติ หรือมีความผิดพลาดในขั้นตอนใดของระบบ ซึ่งปัจจุบันนี้ ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน และเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 กลุ่มผู้เข้าสอบจำนวนมากได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการสรรหา โดยอ้างว่าพบข้อผิดปกติเกี่ยวกับการตรวจข้อสอบและบัญชีคะแนนผู้สอบได้" แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการตามสัญญาจ้างครบถ้วนทั้ง 8 ประการ อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อร้องเรียนถูกยกระดับขึ้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ นร 1005.04/40933 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2565 ขอให้ตรวจสอบและระงับกระบวนการสรรหาข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีคำสั่งที่ 1/2565 ลงวันที่ 27 เมษายน 2565 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหาร เพื่อคลี่คลายข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น
กระทั่งวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยอมรับว่า โปรแกรมที่ใช้ในการพิมพ์ข้อสอบสายบริหารท้องถิ่นเกิด “ความคลาดเคลื่อน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนสอบ พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาความผิดปกติของข้อสอบในการสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และเมืองพัทยา
แม้ในขณะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะระบุว่ายังไม่พบหลักฐานการทุจริต แต่ข้อเท็จจริงเรื่องโปรแกรมพิมพ์ข้อสอบที่คลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อคะแนน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเส้นทางของข้อมูลตั้งแต่การจัดทำข้อสอบ การพิมพ์ข้อสอบ การตรวจคำตอบ การประมวลผลคะแนน ไปจนถึงการจัดทำบัญชีผู้สอบผ่าน ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไป
จนกระทั่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีการสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 ตามที่ปรากฏข่าวข้างต้น
ประเด็นการจัดสอบ ปี 2564 จึงกลับมาถูกจับตามองอีกครั้ง และมีความสำคัญต่อการตรวจสอบในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลจากการขยายผลกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นปี 2568 ที่พบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนผู้เข้าสอบ
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการสอบสายงานผู้บริหารปี 2564 เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของระบบตามที่เคยชี้แจง หรือมีขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลคะแนน มีการเรียกรับเงิน และมีบุคคลหรือกระบวนการใดปรากฏซ้ำเชื่อมโยงกับการสอบในปี 2568 หรือไม่
หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




