News Logo
หน้าแรก
หวั่นโดนด้อยค่า เผยหนังสือ ม.บูรพาขอคุ้มครองพยาน หลังให้ข้อมูลโกงสอบ

หวั่นโดนด้อยค่า เผยหนังสือ ม.บูรพาขอคุ้มครองพยาน หลังให้ข้อมูลโกงสอบ

3 ก.ย. 2569 18:14
ผู้ชม 127 คน

ภายหลังการให้ข้อมูลได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยต่อมหาวิทยาลัยบูรพาอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ข้าพเจ้าและมหาวิทยาลัยมี เหตุอันควรระวังว่าการเปิดเผยข้อมูลโดยสุจริตต่อคณะกรรมาธิการอาจนำไปสู่แรงกดดัน การตอบโต้ การลดทอนความน่าเชื่อถือ หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ให้ข้อมูลหรือหน่วยงานที่ให้ข้อมูลในภายหลัง

หมายเหตุสำนักข่าว Next News: สืบเนื่องจากกรณีการตรวจสอบทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น (สถ.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าว่า ก่อนเข้าประชุมกรรมาธิการฯ ว่าทางมหาวิทยาลัยบูรพาซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยเข้าร่วมประกวดราคาจัดสอบ ได้ส่งหนังสือมายังคณะกรรมาธิการฯ เพื่อขอให้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการออกมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้ให้ข้อมูลและพยานอย่างเร่งด่วน

เนื่องจากมีรายงานว่ากลุ่มผู้แจ้งเบาะแสและพยานในคดีดังกล่าวถูกข่มขู่คุกคามในพื้นที่ โดยนายรังสิมันต์ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ เตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือพยานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงรัฐบาลเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทุจริตในครั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนสามารถดำเนินต่อไปจนถึงกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดโดยไม่มีการตัดตอนพยาน

'โรม' เผยโกงสอบท้องถิ่นโยงนักการเมืองบิ๊กเนม ทำงานคล้ายองค์กรอาชญากรรม

'โรม' เผยโกงสอบท้องถิ่นโยงนักการเมืองบิ๊กเนม ทำงานคล้ายองค์กรอาชญากรรม

'โรม' เผยโกงสอบท้องถิ่นโยงนักการเมืองบิ๊กเนม ทำงานคล้ายองค์กรอาชญากรรม

จากกรณีดังกล่าว แหล่งข่าวในกรรมาธิการฯได้ส่งข้อมูลเป็นหนังสือขอคุ้มครองพยานของมหาวิทยาลัยบูรพา สำนักข่าว Next News จึงได้นำหนังสือคุ้มครองพยานฉบับเต็มมานำเสนอ มีรายละเอียดดังนี้

หนังสือลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เรื่อง ขอให้พิจารณาคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและประสานมาตรการคุ้มครองตามกฎหมาย กรณีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตการ สอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เรียน ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน (นายรังสิมันต์ โรม)

ระบุเนื้อหาหนังสือว่า ตามที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญมหาวิทยาลัยบูรพาเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การดำเนินโครงการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ตลอดจนข้อเท็จจริงอื่นที่อาจเกี่ยวเนื่องกับกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นนั้น

ข้าพเจ้า ดร.พีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพาให้เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุมและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ โดยมีนิติกรของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมด้วย การให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามหนังสือเชิญของคณะกรรมาธิการ และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อเท็จจริงที่มหาวิทยาลัยได้รับรู้หรือประสบโดยตรงต่อองค์กรของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อประโยชน์ต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประโยชน์สาธารณะ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกล่าวหา สร้างความเสียหาย หรือดำเนินการทางการเมืองต่อบุคคลหรือพรรคการเมืองใด

ในการให้ข้อมูลครั้งดังกล่าว มหาวิทยาลัยได้ให้ข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีความอ่อนไหวหลายประการทั้งเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการดำเนินงาน การติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยตลอดจนเหตุการณ์หรือพฤติการณ์บางประการที่มหาวิทยาลัยเห็นควรนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ ข้อมูลบางส่วนอาจพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง และบุคคลทางการเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะนำเสนอเฉพาะข้อเท็จจริงที่ตนทราบหรือมีข้อมูลประกอบ และมิได้วินิจฉัยว่าบุคคลใดกระทำความผิด

ภายหลังการประชุม ปรากฏว่ามี คลิปเสียง คลิปภาพ หรือรายละเอียดบางส่วนจากการให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการถูกนำออกเผยแพร่หรือเผยแพร่ในสื่อและสังคมออนไลน์ จนสามารถระบุตัวบุคคลผู้ให้ข้อมูลและรายละเอียดของข้อมูลที่ได้ให้ต่อคณะกรรมาธิการได้ การเผยแพร่ดังกล่าวส่งผลให้เนื้อหาซึ่งเดิมอยู่ในบริบทของการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการสอบหาข้อเท็จจริง ถูกนำไปกล่าวถึง ตีความ และวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะอย่างกว้างขวาง และทำให้ผู้ให้ข้อมูลไม่สามารถควบคุมบริบทและความครบถ้วนของข้อมูลที่ถูกนำไปเผยแพร่ได้

ต่อมา ปรากฏการให้สัมภาษณ์และแถลงข่าวของ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หลายครั้ง โดยมีการกล่าวถึงมหาวิทยาลัยบูรพาโดยตรง ตั้งคำถามต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยย้อนหลังหลายปี ตั้งข้อสงสัยถึงเหตุที่มหาวิทยาลัยมิได้เข้าร่วมการเสนอราคาในปี พ.ศ. 2568 และมีการกล่าวในลักษณะว่าข้อมูลบางส่วนที่มหาวิทยาลัยได้ให้ไว้แตกต่างหรือขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

 ทั้งที่ประเด็นต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจและยังมิได้มีข้อวินิจฉัยถึงความผิดของมหาวิทยาลัยหรือผู้ให้ข้อมูลแต่อย่างใด

ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการทุกคนย่อมมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ และมหาวิทยาลัยบูรพายินดีรับการตรวจสอบอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาประกอบกับบริบทที่ประเด็นการสอบท้องถิ่นในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมืองหลายฝ่าย และข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าได้ให้ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ มีบางส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจในช่วงที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ประกอบกับภายหลังการให้ข้อมูลได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยต่อมหาวิทยาลัยบูรพาอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ข้าพเจ้าและมหาวิทยาลัยมี เหตุอันควรระวังว่าการเปิดเผยข้อมูลโดยสุจริตต่อคณะกรรมาธิการอาจนำไปสู่แรงกดดัน การตอบโต้ การลดทอนความน่าเชื่อถือ หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ให้ข้อมูลหรือหน่วยงานที่ให้ข้อมูลในภายหลัง

 ข้อกังวลดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการรับรองความถูกต้องของข้อกล่าวหาหรือเพื่อให้ผู้ให้ข้อมูลพ้นจากการตรวจสอบ หากแต่มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้บุคคลซึ่งได้รับเชิญจากรัฐสภาและได้ให้ข้อมูลโดยสุจริตสามารถให้ข้อมูล พยานหลักฐาน และความร่วมมือต่อรัฐสภาและหน่วยงานตรวจสอบได้โดยปราศจากความเกรงกลัวว่าจะถูกตอบโต้ กลั่นแกล้ง หรือได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 ได้วางหลักคุ้มครองบุคคลที่ให้ถ้อยคำหรือส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานต่อคณะกรรมาธิการโดยสุจริต ขณะเดียวกันพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 131 และมาตรา133 ตลอดจนระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการคุ้มครองช่วยเหลือพยาน พ.ศ. 2562 ได้กำหนดกลไกคุ้มครองผู้กล่าวหา ผู้ให้ถ้อยคำ ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต รวมทั้งการคุ้มครองกรณีที่บุคคลได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการให้ข้อมูลดังกล่าว

เพื่อให้การตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างหลักประกันแก่ผู้ที่ให้ข้อมูลต่อรัฐสภาโดยสุจริต ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1. รับรองสถานะและข้อเท็จจริงว่า ข้าพเจ้าได้เข้าชี้แจงและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการในฐานะผู้แทนมหาวิทยาลัยตามหนังสือเชิญของคณะกรรมาธิการ และเป็นการให้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการสอบหาข้อเท็จจริงของรัฐสภาโดยสุจริต

2. พิจารณามาตรการคุ้มครองข้อมูลและตัวผู้ให้ข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่มีความอ่อนไหวและพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำคลิปหรือข้อมูลจากการประชุมออกเผยแพร่ ตลอดจนกำหนดแนวทางมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ให้ข้อมูลได้รับอันตรายหรือถูกตอบโต้โดยไม่จำเป็น

3. ประสานสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่าข้าพเจ้าและผู้เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลครั้งนี้สมควรได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 131 และมาตรา 133 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

4. ในกรณีที่มีเหตุหรือพฤติการณ์บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัย การคุกคาม การติดตาม หรือการตอบโต้ขอได้โปรด ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อประเมินความเสี่ยงและดำเนินการมาตรการคุ้มครองตามกฎหมายโดยเหมาะสม

5. หากหน่วยงานหรือคณะกรรมาธิการอื่นประสงค์จะขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหรือผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ขอให้พิจารณาสนับสนุนให้ดำเนินการผ่าน ช่องทางราชการที่สามารถตรวจสอบได้ มีประเด็นคำถามที่ชัดเจน และมีมาตรการรักษาความลับของพยานหลักฐาน เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลบางส่วนถูกนำออกจากบริบทหรือใช้กดดัผู้ให้ข้อมูล

6. หากคณะกรรมาธิการเห็นสมควร ขอได้โปรดบันทึกข้อเท็จจริงและข้อกังวลเรื่องการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานหรือมติของคณะกรรมาธิการ เพื่อเป็นหลักประกันว่าบุคคลที่ให้ข้อมูลต่อรัฐสภาโดยสุจริตจะไม่ถูกตอบโต้หรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งว่า การขอรับการคุ้มครองในครั้งนี้มิใช่การขอหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ตรงกันข้ามข้าพเจ้าและมหาวิทยาลัยบูรพายินดีให้ความร่วมมือ ส่งมอบข้อมูล เอกสาร และพยานหลักฐานต่อคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่มีอำนาจอย่างเต็มที่ แต่การค้นหาความจริงจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อผู้ให้ข้อมูลสามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อรัฐสภาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าการให้ข้อมูลโดยสุจริตนั้นจะย้อนกลับมาเป็นเหตุให้ตนหรือหน่วยงานของตนถูกกดดัน กลั่นแกล้ง หรือตอบโต้ในภายหลัง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอความอนุเคราะห์ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้ผู้ให้ข้อมูลในกรณีดังกล่าวได้รับหลักประกันและความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเหมาะสมต่อไป

 

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น  

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพชุด 'ดร.วิน'ลงเสาเอกสนง.บริษัท ขรก.สถ.-จว.หนองคาย ร่วมพิธีด้วย
เปิดภาพชุด 'ดร.วิน'ลงเสาเอกสนง.บริษัท ขรก.สถ.-จว.หนองคาย ร่วมพิธีด้วย