"...กรณีกล่าวหาทุจริตโครงการถนนลาดยางขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยพบพฤติการณ์ว่า นายก อบต. ได้สั่งการให้แยกโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคา รวมถึงมีการฮั้วประมูลด้วยการปลอมแปลงเอกสารคู่เทียบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างที่สนิทสนมได้รับงาน..."
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอาญาและวินัย คดีทุจริตในพื้นที่จำนวน 6 เรื่องสำคัญ ทั้งการปลอมเอกสารคู่เทียบ ไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา ใช้ใบเสนอราคาเท็จ ล็อกสเปก เอื้อประโยชน์เอกชนหน้าเดิม

ภาพประกอบข่าว
บิ๊กล็อตโคราช! ป.ป.ช.ชี้มูล 6 คดีทุจริตอดีตนายกอบจ.-อบต.-ทต. 54 ราย
1 ใน 6 คดี เป็นกรณีกล่าวหาทุจริตโครงการถนนลาดยางขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยพบพฤติการณ์ว่า นายก อบต. ได้สั่งการให้แยกโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคา รวมถึงมีการฮั้วประมูลด้วยการปลอมแปลงเอกสารคู่เทียบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างที่สนิทสนมได้รับงาน คดีนี้ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดนายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ อดีตนายก อบต.โคกกระเบื้อง ในฐานะตัวการหลัก ส่วนผู้ถูกชี้มูลความผิดในฐานะผู้สนับสนุน ประกอบด้วยบุคคลธรรมดา 2 ราย คือ นายวชิรพงศ์ กองทุ่งมน และนายวิฑูรย์ ไผ่โสภา ร่วมกับนิติบุคคลอีก 1 ราย คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.วชิรการโยธา
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดการชี้มูลความผิดคดีนี้
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหา นายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา กับพวก กรณีดำเนินจัดจ้างโครงการถนนลาดยางแอสฟัลท์คอนกรีตทับผิวจราจรเดิม หมู่ 3 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา ตามสัญญาจ้างเลขที่ 117/2563 และสัญญาจ้างเลขที่ 113/2563 โดยมิชอบ
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง ได้สั่งการ นายสยามรัตน์ กิ่งรัตน์ ผู้อำนวยการกองช่าง ซึ่งมีหน้าที่สำรวจและประมาณการราคาทั้ง 2 โครงการ ให้ทำการสำรวจ แยกออกเป็น 2 โครงการ เพื่อจะได้ประมาณการราคาโครงการแต่ละโครงการไม่เกิน 5 แสนบาท เพื่อทำให้วิธีการจัดจ้างเปลี่ยนแปลงจากวิธีการประกาศเชิญชวน เป็นวิธีเฉพาะเจาะจง
ทั้งที่ทั้ง 2 โครงการเป็นการก่อสร้างซ่อมแซมผิวถนนจราจรเดิมโดยก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตทับผิวจราจรเดิมซึ่งเป็นงานก่อสร้างประเภทเดียวกัน และมีจุดเชื่อมต่อระหว่างทั้ง 2 โครงการตรงสี่แยกของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งระยะทางในจุดก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ ไปจนถึงสี่แยกที่เชื่อมต่อกันระยะทางไม่เกิน 220 เมตร ซึ่งสามารถดำเนินการสำรวจพื้นที่และประมาณการเพื่อจัดทำงบประมาณรวมกันเป็นโครงการเดียวกันได้ หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงสั่งการให้นายรัฐพนธ์ ทองภู ในฐานะนักวิเคราะห์นโยบายและแผน บรรจุทั้ง 2 โครงการดังกล่าวอยู่ร่างแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2561 - 2565) เพิ่มเติม ซึ่งจะต้องดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง ได้เห็นชอบ แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2561 - 2565) เพิ่มเติม
จากนั้น วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ในการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง สมัยสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2563 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง จึงได้ขอจ่ายขาดเงินสะสมงบประมาณตามแผนพัฒนาท้องถิ่นดังกล่าวใน 2 โครงการดังกล่าว โดยที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้องได้เห็นชอบให้จ่ายขาดเงินสะสมในโครงการดังกล่าวแล้ว
จากนั้นในการจัดหาผู้รับจ้าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้สั่งการ นางสาวภาณุมาศ พลโรม ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พัสดุ ให้เลือกห้างหุ้นส่วนจำกัด เตียเหลี่ยงกี่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง โดยให้ส่งข้อมูลการประมาณการราคาและราคากลาง ปร.4 และปร.5 ให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จะเป็นผู้จัดหาบุคคลให้นำเอกสารใบเสนอราคาคู่เทียบทั้ง 2 โครงการดังกล่าวมาให้เพื่อเสมือนว่าองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้องได้มีการสืบราคาจากผู้รับจ้างรายอื่นเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบราคาและเสมือนเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมเสนอราคาจำนวนหลายราย แต่จะมีเพียงผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่สามารถดำเนินการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์คอนกรีตได้เท่านั้น และจะมีเพียงผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาทั้ง 2 โครงการ และมีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียงเล็กน้อย
โดยทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.วชิรการโยธา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.ที.การช่างชัยภูมิ เสนอราคาเท่ากับราคากลางทั้ง 2 โครงการ โดยที่ ใบเสนอราคาพร้อมเอกสารของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.ที.การช่างชัยภูมิ ซึ่งมีนายอุดร จานแสน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ถูกปลอมเอกสารข้อมูลนิติบุคคลและตราประทับนิติบุคคล และถูกแอบอ้างเอกสารปลอม เพื่อใช้ในการเสนอราคา โดยที่ นายอุดร จานแสน ไม่ได้ยื่นเสนอราคาแต่อย่างใด อีกทั้ง นายเพชรฮวง ประภากรแก้วรัตน์ และนางนันทนา ประภากรแก้วรัตน์ เจ้าของและหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เตียเหลี่ยงกี่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีความสนิทสนมและรู้จักกันมานาน โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ได้เข้าเป็นคู่สัญญา
งานก่อสร้างในโครงการต่าง ๆ ในองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง โดยภายใต้การควบคุมและรับผิดชอบการบริหารราชการของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2563เป็นจำนวนทั้งสิ้น 48 โครงการ ซึ่งต่างเป็นโครงการที่มีงบประมาณไม่เกิน 500,000 บาท ที่สามารถดำเนินการจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 79 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในการดำเนินการจัดจ้างทั้ง 2 โครงการซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างเชื่อมต่อกันระหว่างกันและเป็นงานก่อสร้างประเภทเดียวกัน ได้ดำเนินการขออนุมัติจ้างในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน การลงนามสัญญาจ้างทั้ง 2 โครงการซึ่งมีผู้รับจ้างเป็นรายเดียวกัน การส่งมอบงาน การดำเนินการก่อสร้าง และการตรวจรับการจ้าง และการเบิกจ่ายเงินทั้ง 2 โครงการ ได้กระทำในช่วงระยะเวลาเดียวกันทั้งสิ้น สามารถรวมจัดจ้างไปในคราวเดียวกันได้โดยเลือกวิธีการประกาศเชิญชวนได้ อันเกิดผลดีทั้งในแง่การลดเนื้องานและปริมาณงาน ของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง และทำให้เกิดการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมซึ่งเป็นตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจ้างและการบริการพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ประกอบ มาตรา 56 วรรคหนึ่ง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การกระทำของนายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92
2.การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.วชิรการโยธา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายวชิรพงศ์ กองทุ่งมน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และนายวิฑูรย์ ไผ่โสภา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
3. สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด เตียเหลี่ยงกี่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายจักรพงษ์ ประภากรแก้วรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด เตียเหลี่ยงกี่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายจักรพงษ์ ประภากรแก้วรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.วชิรการโยธา นายวชิรพงศ์ กองทุ่งมน และนายวิฑูรย์ ไผ่โสภา และให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
รวมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.วชิรการโยธา นายวชิรพงศ์ กองทุ่งมน และนายวิฑูรย์ ไผ่โสภา ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไปด้วย
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




