"...คดีกล่าวหาจงใจไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา 14 โครงการ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดย นายสำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ. สมคบคิดกับเจ้าหน้าที่พัสดุและกลุ่มผู้รับเหมา ไม่นำประกาศสอบราคาขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ เพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มเครือญาติหรือพวกพ้อง ..."
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอาญาและวินัย คดีทุจริตในพื้นที่จำนวน 6 เรื่องสำคัญ ทั้งการปลอมเอกสารคู่เทียบ ไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา ใช้ใบเสนอราคาเท็จ ล็อกสเปก เอื้อประโยชน์เอกชนหน้าเดิม

ภาพประกอบข่าว
บิ๊กล็อตโคราช! ป.ป.ช.ชี้มูล 6 คดีทุจริตอดีตนายกอบจ.-อบต.-ทต. 54 ราย
1 ใน 6 คดี เป็นคดีกล่าวหาจงใจไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา 14 โครงการ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดย นายสำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ. สมคบคิดกับเจ้าหน้าที่พัสดุและกลุ่มผู้รับเหมา ไม่นำประกาศสอบราคาขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ เพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มเครือญาติหรือพวกพ้อง
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดการชี้มูลความผิดคดีนี้
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหา นายสำเริง แหยงกระโทก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กับพวก ไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา จำนวน 14 โครงการ ในปีงบประมาณ 2555 โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสำเริง แหยงกระโทก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ประสงค์จะให้นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาและเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ เข้าไปดำเนินการจัดหาผู้รับจ้าง ใน 14 โครงการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นค่าก่อสร้าง ซ่อมบำรุง สิ่งสาธารณประโยชน์ในเขตจังหวัดนครราชสีมา มาให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยได้ให้นายสุริยา ธนะสูตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ลูกน้องของนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นำรายชื่อผู้รับจ้างมาให้นางงามนิจ พลปัถพี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการกองพัสดุและทรัพย์สินและหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ จากนั้นนางงามนิจ พลปัถพี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จึงสั่งการให้นางปรีชญา แสงสง่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุ นำรายชื่อผู้รับจ้างไปใช้ในการส่งเผยแพร่ประกาศสอบราคาทั้ง 14 โครงการดังกล่าว โดยรายชื่อนิติบุคคลทั้ง 9 ราย ที่ได้จัดส่งประกาศไปนั้น เป็นพวกพ้องของนายสำเริง แหยงกระโทก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ทั้งสิ้น และต่างเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กลุ่มเชิงทุนและเชิงทางเครือญาติเดียวกันกับผู้ที่มาเสนอราคาในโครงการดังกล่าว
ประกอบกับในการดำเนินการจัดจ้างทั้ง 14 โครงการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นำเอกสารประกาศสอบราคาดังกล่าวที่ลงเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ของกรมบัญชีกลาง มาให้ เสมือนว่าเปิดโอกาสให้ผู้มีอาชีพรับจ้างได้เข้ามาแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม แต่จากการตรวจสอบของกรมบัญชีกลาง ได้ตรวจสอบข้อมูล ประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 14 โครงการดังกล่าว ไม่พบข้อมูลประกาศจัดซื้อจัดจ้างเผยแพร่ที่เว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ของกรมบัญชีกลาง แต่อย่างใด
นอกจากนี้ กรณีดังกล่าว ไม่มีการส่งเอกสารประกาศจัดซื้อจัดจ้างมายัง สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา เพื่อประกาศผ่านทางเว็บไซต์ www.Nakhonratchasima.go.th หรือ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมาบนเว็บไซต์ www.Koratlocal.go.th ตามหนังสือ มท 0834.5/ว 3311 ลงวันที่ 21 กันยายน 2550 แต่อย่างใด
การกระทำดังกล่าวของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการกองพัสดุและทรัพย์สินและเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุเจ้าของโครงการ มีลักษณะร่วมกระทำผิด โดยการสมคบคิดกันมีการแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ผู้มีอาชีพรับจ้างรายอื่นมิอาจทราบถึงประกาศสอบราคาฯ และไม่มีโอกาสเข้าเสนอราคาอย่างเป็นธรรม กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จนผู้ถูกกล่าวหาที่ 20 กลุ่มผู้เสนอราคาที่มีการตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่ให้ประโยชน์แก่กลุ่มผู้เสนอราคาด้วยกันเองเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาด้วยวิธีการแบ่งสิทธิให้ผู้เสนอราคาแต่ละรายได้เข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและเป็นการเอาเปรียบแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จนถึงผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา มิให้เกิดการกระทำ ในลักษณะการสมยอมกันในการเสนอราคา หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการเสนอราคา หรือทำให้ไม่เกิดการแข่งขันกันเสนอประโยชน์สูงสุดแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาอย่างแท้จริง การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่จึงทำให้เกิดความเสียหายกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนายสำเริง แหยงกระโทก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้นและฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และมาตรา 91 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 และมีมูลความผิด ฐานละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 79
2. การกระทำของนางงามนิจ พลปัถพี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางปรีชญา แสงสง่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง
3. การกระทำของนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายสุริยา ธนะสูตร หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 บริษัท เล็กซ์ไซท์ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายไกรวุฒิ บุญประสาทสุข กรรมการบริษัท เล็กซ์ไซท์ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นางสาวรัชนี กาญจนวัฒนา กรรมการบริษัท โมเดิร์น เวิร์ค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายสนอง ศรีทรัพย์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 นายบุรีมะลิวัลย์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 บริษัท ธันย์ชนก จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 นายสมุทร์ สีหวงษ์ กรรมการบริษัท ธันย์ชนก จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 16 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 17 นางสาวพัชรี ประภาภูวมาส หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 18 นางสาวสุวารี เรืองธนานุรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 19 และนายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 20 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา กับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
5. สำหรับบริษัท โมเดิร์นเวิร์ค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและเสร็จสิ้นการชำระบัญชี สิ้นสภาพนิติบุคคลแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2565 ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติมอบหมายคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น ดำเนินการไต่สวนบริษัท โมเดิร์นเวิร์ค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 จึงให้เพิกถอนมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติให้ไต่สวนบริษัท โมเดิร์นเวิร์ค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายสำเริง แหยงกระโทก นางงามนิจ พลปัถพี นางปรีชญา แสงสง่า นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ นายสุริยา ธนะสูตร หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ บริษัท เล็กซ์ไซท์ จำกัด นายไกรวุฒิ บุญประสาทสุข กรรมการบริษัท เล็กซ์ไซท์ จำกัด นางสาวรัชนี กาญจนวัฒนา กรรมการบริษัท โมเดิร์น เวิร์ค จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ นายสนอง ศรีทรัพย์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร นายบุรี มะลิวัลย์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร บริษัท ธันย์ชนก จำกัด นายสมุทร์ สีหวงษ์ กรรมการบริษัท ธันย์ชนก จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง นางสาวพัชรี ประภาภูวมาส หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง นางสาวสุวารี เรืองธนานุรักษ์ และนายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางงามนิจ พลปัถพี นางปรีชญา แสงสง่า และนายสำเริง แหยงกระโทก ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
รวมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ นายสุริยา ธนะสูตร หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด เขตรุ่งเรือง เค อาร์ บริษัท เล็กซ์ไซท์ จำกัด นายไกรวุฒิ บุญประสาทสุข กรรมการบริษัท เล็กซ์ไซท์ จำกัด นางสาวรัชนี กาญจนวัฒนา กรรมการบริษัท โมเดิร์น เวิร์ค จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ นายสนอง ศรีทรัพย์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร นายบุรี มะลิวัลย์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร บริษัท ธันย์ชนก จำกัด นายสมุทร์ สีหวงษ์ กรรมการบริษัท ธันย์ชนก จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง นางสาวพัชรี ประภาภูวมาส หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง นางสาวสุวารี เรืองธนานุรักษ์ เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ และนายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร เจ้าของบริษัท ธันย์ชนก จำกัด ให้กรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไปด้วย
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




