เปิดคำให้การ ‘พยาน 16’ คดีฮั้ว สว. จากฉากแฉยิบเงินสะพัด-ทำโพยล่วงหน้า สู่การร่อนหนังสือขอกลับคำให้การ! อ้างโดนขู่คุกคามให้เล่นตามบทใส่ร้ายพรรค ลุ้น กกต. ลงมติ 14 ก.ย. นี้
ในวันที่ 14 กันยายนนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีนัดลงมติคดีทางการเมืองครั้งสำคัญอย่าง ‘คดีฮั้ว สว.’ ซึ่งกินระยะเวลามากว่า 2 ปีเต็ม และตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายภาคส่วนโดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านได้เปิดหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจี้ให้ กกต. มีมติส่งเรื่องนี้ไปยังศาลฎีกา
โดยหนึ่งในประเด็นหลักฐานสำคัญคือคำให้การของ ‘พยานหมายเลข 16’ ซึ่งแหล่งข่าวได้เปิดเผยข้อมูลกับสำนักข่าว Next News ว่า พยานหมายเลข 16 คืออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สังกัดพรรคภูมิใจไทย ที่ต่อมาถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและถูกขับออกจากพรรค ก่อนจะกลายมาเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้
ทั้งนี้ มีรายงานอ้างว่า สาระสำคัญในคำให้การของพยานหมายเลข 16 ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 คือการพาดพิงถึงกรรมการบริหารพรรคและคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นผู้ถูกร้องจำนวน 22 คน โดยเมื่อเดือนเมษายน 2567 หลังจากมีการตรากฎหมายให้มีการเลือก สว. คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยได้วางแผนการเลือก สว. ด้วยการนำระเบียบมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นระบบขึ้น ก่อนจะนำเสนอในการประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งนอกจากกรรมการบริหารพรรคแล้ว ยังมีคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 16-26 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง สว. ระดับจังหวัด
แผนดังกล่าวมุ่งวิเคราะห์การเลือกไขว้และตั้งเป้าการันตีคะแนนไว้ที่ 60 คะแนน นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่า โหวตเตอร์ระดับจังหวัดจะได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่ 10,000-50,000 บาท ขณะที่การเลือกตั้ง สว. ระดับประเทศจะได้รับค่าตอบแทนอยู่ที่ 200,000 บาท โดยแต่ละคนได้รับค่าตอบแทนไม่เท่ากัน
สำหรับการจัดหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะเน้นดำเนินการในจังหวัดสำคัญก่อน อาทิ พิจิตร, อ่างทอง, อุทัยธานี, สตูล และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งหลังจากแผนนี้ดันให้ผู้สมัคร สว. ผ่านระดับอำเภอและจังหวัดจนเข้าสู่ระดับประเทศได้แล้ว ก็มีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า หากผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งระดับประเทศในทีมตนเองครบ 20 คน จะได้โควตา สว. ตัวจริง 1 คน โดยมีการกล่าวอ้างว่า สส. ที่รวบรวมผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศในทีมได้ครบ 20 คน จะส่งรายชื่อไปยัง นางสุขสำรวย วันทนียกุล และทีมงานของนางสุขสำรวยจะส่งต่อไปยัง นายภราดร ปริศนานันทกุล ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้คิดค้นสูตรฮั้ว สว.
อย่างไรก็ตาม พยานหมายเลข 16 รวบรวมผู้สมัครได้ 18 คน จึงได้รับโควตา สว. 1 คน ส่วนประเด็นการทำใบลาออกล่วงหน้านั้น หัวหน้าทีมแต่ละสายจะจัดทำเอกสารลาออกจากตำแหน่ง สว. ไว้ล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ นอกจากนี้ พยานหมายเลข 16 ยังระบุด้วยว่า การจัดทำโพยฮั้ว สว. ระดับประเทศแบ่งออกเป็น 2 ชุด แต่ละชุดมีหมายเลขผู้สมัครชุดละ 5 หมายเลข และรวม 7 หมายเลข ซึ่งหมายความว่า หากเลือกตามโพย จะได้ สว. กลุ่มอาชีพละ 7 คน
พยานระบุเพิ่มเติมว่า ในการเลือกสมาชิก สว. รอบบ่าย ได้เกิดเหตุการณ์แจ้งให้เก็บสมุด สว.3 แต่สาเหตุที่สามารถนำโพยเข้ามาได้ เป็นเพราะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีการเก็บสมุด จึงส่งผลให้มีการคัดลอกโพยไว้ก่อน ทั้งนี้ พยานหมายเลข 16 ได้ดำเนินการตามแผนดังกล่าว โดยพาทีมของตนเข้าพักที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งในวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ได้มีการจัดติวเข้มโดยมีทีมติวเตอร์เข้าร่วม อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าจากคำให้การของพยานหมายเลข 16 พบว่ามีการนำแผนลักษณะนี้ไปใช้ในจังหวัดอื่นด้วยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ในปี 2568 พยานหมายเลข 16 ได้ทำหนังสือกลับคำให้การส่งตรงไปยังประธาน กกต. โดยสาระสำคัญระบุว่า ตนเองเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยและมีความขัดแย้งกับพรรคในห้วงเวลาหนึ่ง และได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาติดต่อให้ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่าจะช่วยให้หลุดพ้นจากคดีดังกล่าวในฐานะผู้ต้องหามาเป็นพยาน
พยานระบุต่อว่า บุคคลดังกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนจะใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยขณะนี้มีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าตนเองมีส่วนร่วมในการฮั้ว สว. ส่งผลให้ตนเองต้องพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรับโทษทางอาญา แต่หากเป็นพยาน โดยตนเองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา และไม่ต้องกลัวเรื่องการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากรัฐบาลได้ควบคุมหน่วยงานของรัฐต่างๆ ไว้หมดแล้ว
“ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ตามคำให้การที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้นั้น ความจริงแล้วไม่มีบุคคลใดกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการจัดทำโพยฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามที่ข้าพเจ้าเคยให้การไว้แต่อย่างใด ข้าพเจ้าได้ให้การไปตามบทที่อ้างว่ามีการคิดคำนวนทางคณิตศาสตร์ไว้ ข้าพเจ้า สันนิษฐานว่าผู้สมรู้ร่วมคิดอาจนำคลิปการนับคะแนนไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ แล้วจัดสร้างโพยฮั้วขึ้นมา เพื่อเป็นพยานหลักฐานเท็จให้สอดคล้องกับผลการเลือกตั้ง เพราะไม่มีประจักษ์พยาน” พยานหมายเลข 16 ระบุ
พยานระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ตนรู้สึกถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่เคยข่มขู่คุกคามหมดอำนาจลงแล้ว จึงได้ทำหนังสือชี้แจงเพื่อแก้ไขข้อความให้ตรงกับความเป็นจริง
ทั้งนี้ บันทึกดังกล่าวนับเป็นการพลิกคำให้การอย่างสิ้นเชิงของ ‘พยานหมายเลข 16’ ซึ่งมีเนื้อหาขัดแย้งกับคำให้การเดิม คงต้องจับตากันต่อไปว่า ‘คดีฮั้ว สว.’ ที่กำลังอยู่ในความสนใจของสังคมจะลงเอยในทิศทางใด
อ้างอิง




