News Logo
หน้าแรก
แกะปปง.อายัดทรัพย์คดีโกงสอบล็อตแรก 305 ล้าน 'วิน' โดนหุ้น DELTA 55 ล.

แกะปปง.อายัดทรัพย์คดีโกงสอบล็อตแรก 305 ล้าน 'วิน' โดนหุ้น DELTA 55 ล.

14 ก.ย. 2569 17:34
ผู้ชม 134 คน

"...เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลทรัพย์สินเหล่านี้ จะพบว่า ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เงินฝาก เพราะทรัพย์สินกระจายตัวอยู่ในรูปของ ที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง-คอนโด-เงินฝาก-สลากออมสิน-สินทรัพย์ดิจิทัล USDT - บัญชีหุ้น -หุ้น DELTA รวมมูลค่าประมาณ 305.33 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่ม “นายวิน” ปรากฏชื่อครอบคลุมทรัพย์หลายประเภท ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก สินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงหลักทรัพย์มูลค่าหลายสิบล้านบาท ขณะที่กลุ่ม “นายพิชิต–นางสาววิณี” ปรากฏชื่อในอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก รวมถึงเงินฝากและสลากออมสินด้วย ส่วนทรัพย์สินของนายเรืองเดช มีไม่มากนัก.."

ในที่สุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ก็มีการเผยแพร่คำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 จำนวน 3 ฉบับ รวม 108 รายการ มูลค่ากว่า 320 ล้านบาท จำนวน 3 ฉบับ เป็นทางการ

หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เปิดแถลงข่าวการยึดอายัดทรัพย์สินข้างต้น แต่ให้รายละเอียดแค่จำนวนทรัพย์สินและวงเงินเท่านั้น ส่วนรายละเอียดทรัพย์สิน ระบุว่าเพียงแค่ว่า เป็นที่ดิน เงินในบัญชีซื้อขายทองคำ สิทธิเรียกร้องในทองคำ บัญชีเงินฝากธนาคาร หลักทรัพย์ ไปจนถึงเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเป็นทางการ ว่าทรัพย์สินเหล่านี้ อยู่ในชื่อใครบ้าง

ทั้งนี้ ในการเปิดเผยคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้ง 3 ฉบับเป็นทางการ สำนักงาน ปปง. ข้างต้น เบื้องต้น มีการปกปิดนามสกุล และข้อมูลเฉพาะของทรัพย์สินเอาไว้ ทำให้ยากต่อการขยายผลสืบค้นข้อมูลในทางข่าว

อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึกและอายัดไว้เหล่านี้ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในชื่อของ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ที่เป็นจุดแก้ไขกระดาษคำตอบคดีโกงสอบท้องถิ่น ปี 2568 บุคคลในครอบครัว , นายวิน ธนพชรโภคิน หรือที่รู้จักในชื่อ ดร.วิน หรือ นายอัศวิน โชติพนัง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช ศิริกิจ อดีตผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดสอบ

โชว์คำสั่ง ปปง. อายัดทรัพย์โกงสอบฯ 3 ฉบับ 320 ล. 'พิชิต-วิน-เรืองเดช'

และเมื่อตรวจสอบยืนยันข้อมูลทรัพย์สินที่ถูกออกคำสั่งอายัดทรัพย์ไว้ พบว่า มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย อยู่ที่กลุ่มบุคคลที่ครอบครองทรัพย์สิน และประเภทของทรัพย์สิน

ไล่เรียงให้ภาพให้เห็นข้อมูลชัดเจนดังนี้

คำสั่งฉบับแรก ที่ ย.190/2569 รวมทรัพย์สินยึดอายัดทั้งสิ้น จำนวน 98 รายการ รวมมูลค่า 305,362,397.60 บาท (https://www.amlo.go.th/amlo-intranet/images/CommandHo_2569/190-2569.pdf)

ปปง.ให้เหตุผลในการออกคำสั่งไว้ว่า ที่มาของการยึดและอายัดทรัพย์ตามคำสั่งเลขาธิการ ปปง. ที่ ย.190/2569 เริ่มจากการสืบสวนคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งใน ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

จากการตรวจค้นพบคนอยู่ในสถานที่ประมาณ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และพบพฤติการณ์กำลังแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้คะแนนในกระดาษคำตอบสอดคล้องกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศไว้ก่อนหน้า โดยมีข้อกล่าวหาว่าเป็นการช่วยเหลือผู้สมัครที่จ่ายเงินแลกกับการสอบผ่านและได้รับการบรรจุ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดกระดาษคำตอบ เอกสาร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสารไว้ตรวจสอบ

ต่อมา กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ขณะที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีการแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถูกนำมาเชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จากนั้น กองบังคับการปราบปรามรายงานคดีมายัง ปปง. และคณะกรรมการธุรกรรมได้มอบหมายให้พนักงาน ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ผลจากการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมและรวบรวมพยานหลักฐาน ปปง. ระบุว่า มีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยพบทรัพย์หลายประเภท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรรมสิทธิ์ห้องชุด หุ้น เงินฝากธนาคาร เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นทรัพย์ที่สามารถโอน เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้ หากไม่ดำเนินการทันที อาจทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์กลับคืนมาได้ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

ด้วยเหตุนี้ เลขาธิการ ปปง. จึงเห็นว่าเป็น “กรณีจำเป็นเร่งด่วน” และอาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรวม 95 รายการ พร้อมดอกผล เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 เพื่อรักษาทรัพย์ไว้ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดี และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกยึดอายัดทรัพย์ หรือมีส่วนได้ส่วนเสีย ยื่นประสงค์ขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือทราบคำสั่งนี้

จากข้อมูลส่วนนี้ ชี้ให้เห็นว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดทรัพย์ตามคำสั่งนี้ เชื่อมโยงมาจากการเข้าตรวจค้นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของ จ่าพิชิต ที่เป็นจุดแก้ไขกระดาษคำตอบคดีโกงสอบท้องถิ่น ปี 2568

สำหรับข้อมูลทรัพย์สินที่ถูกออกคำสั่งยึดและอายัดรวม 95 รายการ ราคาประเมินรวมประมาณ 305.33 ล้านบาท มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

1. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง — กลุ่มใหญ่ที่สุด

รายการ 1–24 เป็นที่ดิน ส่วนใหญ่อยู่ใน จังหวัดเพชรบูรณ์ มีบางรายการอยู่ นนทบุรีและนครปฐม ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ปรากฏซ้ำจำนวนมากคือ นายพิชิต [ปกปิด] และ นางสุภาวิณี [ปกปิด] (คาดว่าน่าจะเป็นภรรยาของนายพิชิต ) ทั้งในลักษณะถือคนเดียวและถือร่วมกัน ราคาประเมินรายแปลงตั้งแต่หลักแสนถึงหลายล้านบาท เช่น 250,000 บาท, 300,000 บาท, 600,000 บาท, 1.5 ล้านบาท, 2.5 ล้านบาท, 3 ล้านบาท, 3.8 ล้านบาท และ 9 ล้านบาท เป็นต้น

จากนั้นรายการ 26 เป็นที่ดินในนนทบุรี มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ 3 ราย คือ นางสาวเมืองเพชร [ปกปิด], นางสาวเมืองพลอย [ปกปิด] และนายเมืองเอก [ปกปิด]

ส่วนรายการ 27–41 เป็นที่ดินของ นายวิน [ปกปิด] จำนวนมาก กระจายอยู่ใน นนทบุรีและกรุงเทพมหานคร หลายแปลงมีสิ่งปลูกสร้าง มีราคาประเมินตั้งแต่ หลักแสนถึงหลักล้าน มีหลายรายการรวมเป็นชุดสูงถึง 25 ล้านบาท

ยังมีอสังหาริมทรัพย์ที่ดินของบุคคลอื่น ได้แก่ นายฐิติธร [ปกปิด], นายนิยม [ปกปิด], นายเรืองเดช [ปกปิด], นางสาวปานวาสน์ [ปกปิด], นางสำเภา [ปกปิด], นางสาวสุธิดา[ปกปิด], นายศุภณัฐกรณ์ [ปกปิด] และ นายฉัตรพิศุทธิ์ [ปกปิด] โดยมีทั้งที่ดินในกรุงเทพฯ นนทบุรี และพิจิตร หลายรายการมีสิ่งปลูกสร้างและบางรายการติดจำนองธนาคาร

2. ห้องชุด/คอนโดมิเนียม

พบห้องชุดอย่างน้อย 4 รายการ ได้แก่ รายการ 25 ของ นางสาวสุภาวิณี [ปกปิด] และนายพิชิต [ปกปิด] ในจังหวัดนนทบุรี ราคาประเมินประมาณ 1.776 ล้านบาท และรายการ 42–43 เป็นห้องชุดของ นายวิน [ปกปิด] ในนนทบุรี ราคาประเมินประมาณ 1.8 ล้านบาท และ 2.6 ล้านบาท

อีกหนึ่งรายการคือรายการ 47 เป็นห้องชุดที่มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมคือ นายเรืองเดช [ปกปิด] และนางสาวปานวาสน์ [ปกปิด] ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ราคาประเมินประมาณ 5.5 ล้านบาท และติดจำนองธนาคารยูโอบี

3. เงินฝากธนาคาร

ตั้งแต่รายการ 60 เป็นต้นไป เปลี่ยนจากการ “ยึด” อสังหาริมทรัพย์มาเป็นการ “อายัด” เงินและสินทรัพย์ทางการเงิน พบทั้งบัญชีธนาคารอาคารสงเคราะห์ ออมสิน กสิกรไทย ธ.ก.ส. และทหารไทยธนชาต

ชื่อผู้ถือบัญชีที่ปรากฏ ได้แก่ นายพิชิต [ปกปิด], เด็กหญิงเมืองเพชร [ปกปิด], เด็กหญิงเมืองพลอย [ปกปิด], เด็กชายเมืองเอก [ปกปิด], นางธนวรรณ [ปกปิด], นางสำเภา [ปกปิด], นางสาวสุภาวิณี [ปกปิด], นายวิน [ปกปิด], นางสาวศตพร [ปกปิด], นางสาวปารณีย์ [ปกปิด], นายธงชัย [ปกปิด], นายศุภณัฐกรณ์ [ปกปิด] และนายอัศวิน (น่าจะเป็นนายวิน) [ปกปิด] รวมถึงบัญชีในชื่อ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งชื่อถูกปิดทับในเอกสาร

บัญชีที่สะดุดตาคือบัญชีของ นายพิชิต ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มียอดประมาณ 4.29 ล้านบาท และบัญชีธนาคารกสิกรไทยของ นายวิน มียอดประมาณ 10.02 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบบัญชีของนางสาวศตพรบางบัญชีมียอดหลักล้านบาท บางบัญชีมีเงินมากถึง 16.9 ล้านบาท

4. สลากออมสินพิเศษ

พบ สลากออมสินพิเศษหลายรายการ ตั้งแต่รายการ 65 เป็นต้นไป โดยผู้ถือหลักประกอบด้วย นายพิชิต [ปกปิด], นางธนวรรณ [ปกปิด], นางสำเภา [ปกปิด] และนางสาวสุภาวิณี [ปกปิด]

ที่โดดเด่นที่สุดคือสลากออมสินของ นายพิชิต รายการหนึ่งมีราคาประเมินถึง 10.1 ล้านบาท และอีกรายการ 9.9 ล้านบาท ขณะที่ของนางสาวสุวิณีมีรายการประมาณ 5 ล้านบาท ส่วนของนางธนวรรณและนางสำเภามีรายการประมาณ 1 ล้านบาทหลายชุด

5. สินทรัพย์ดิจิทัล

พบรายการ 93 เป็น สินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ของ นายวิน [ปกปิด] โดยเอกสารระบุว่าประกอบด้วย เหรียญ USDT และเงินบาท ราคาประเมินรวมประมาณ 3.59 ล้านบาท ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569

6. บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และหุ้น

รายการ 94–95 เป็นทรัพย์สินของ นายวิน [ปกปิด] เช่นกัน โดยรายการ 94 เป็น เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มูลค่าประมาณ 10.09 ล้านบาท

ส่วนรายการ 95 คือ หุ้น DELTA ที่อยู่ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าว ราคาประเมินประมาณ 55.37 ล้านบาท ซึ่งจากตัวเลขในบัญชีแนบท้าย ถือเป็นทรัพย์สินรายรายการที่มีมูลค่าสูงมากในชุดนี้

สรุป “ผู้ครอบครอง/ผู้ถือกรรมสิทธิ์” ที่ปรากฏในเอกสาร

เมื่อนำทั้ง 95 รายการมาจัดกลุ่ม จะพบชื่อที่ ปปง. เปิดเผยบางส่วน ได้แก่ นายพิชิต, นางสาวสุภาวิณี, นายวิน, นางสาวเมืองเพชร (เด็กสาว), นางสาวเมืองพลอย(เด็กสาว), นายเมืองเอก (เด็กชาย), นายฐิติธร, นายนิยม, นายเรืองเดช, นางสาวปานวาสน์, นางสำเภา, นายฉัตรพิสุทธิ์, นางสาวสุธิดา, นายศุภณัฐกรณ์, นายจตุรวัตร, นางธนวรรณ, นางสาวศตพร, นางสาวปารณีย์, นายธงชัย, นายอัศวิน (นายวิน) รวมถึงเด็ก 3 รายและบริษัทอีกอย่างน้อย 1 แห่ง

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลทรัพย์สินเหล่านี้ จะพบว่า ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เงินฝาก เพราะทรัพย์สินกระจายตัวอยู่ในรูปของ ที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง-คอนโด-เงินฝาก-สลากออมสิน-สินทรัพย์ดิจิทัล USDT - บัญชีหุ้น -หุ้น DELTA รวมมูลค่าประมาณ 305.33 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่ม “นายวิน” ปรากฏชื่อครอบคลุมทรัพย์หลายประเภท ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก สินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงหลักทรัพย์มูลค่าหลายสิบล้านบาท ขณะที่กลุ่ม “นายพิชิต–นางสาววิณี” ปรากฏชื่อในอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก รวมถึงเงินฝากและสลากออมสินด้วย ส่วนทรัพย์สินของนายเรืองเดช มีไม่มากนัก

*****************

ข้อมูลส่วนนี้ ยังไม่จบ ยังมีทรัพย์สิน ในคำสั่งที่ ย.191/2569 อายัดเพิ่มเติม 3 รายการ มูลค่า 10,968,368.02 บาท และ คำสั่งที่ ย.192/2569 ยึดเพิ่มเติม 10 รายการ มูลค่า 4,530,000 บาท อีก 2 ฉบับ

รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไป

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ทุจริตสอบท้องถิ่น
โกงสอบท้องถิ่น
ยึดทรัพย์โกงสอบ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'ยกระดับสกัดทุนเทาเชื่อมข้อมูลทุกหน่วย-ทำระบบแจ้งเหตุระดับชาติ
'เอกนิติ'ยกระดับสกัดทุนเทาเชื่อมข้อมูลทุกหน่วย-ทำระบบแจ้งเหตุระดับชาติ