News Logo
หน้าแรก
‘อนุทิน’เปิดใจกับNext News ลั่นฟาดยับคนเอี่ยวโกงสอบขรก.ท้องถิ่น

‘อนุทิน’เปิดใจกับNext News ลั่นฟาดยับคนเอี่ยวโกงสอบขรก.ท้องถิ่น

18 ก.ย. 2569 15:03
ผู้ชม 29 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

 นายกฯอนุทินให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Next News ลั่นฟาดยับคนเอี่ยวโกงสอบขรก.ท้องถิ่น ซัดโกงบนหัว ยอมไม่ได้ ถ้ามีหลักฐานถึงรมต.-บิ๊กมหาดไทย ไม่ช่วยเหลือใครแน่  ย้ำสอบวินัยร้ายแรงต้องจบใน 30 ก.ย. ปัดสั่งเปลี่ยน TOR จาก ม.บูรพา เป็น ‘มศว’ แจงเหตุตั้งผู้ว่าฯบุรีรัมย์ นั่งอธิบดี สถ. ต้องใช้คนที่ไว้ใจมากที่สุด

 สำนักข่าว Next News รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการ “จี้ตรงจุด กับจุดประสงค์” โดยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักข่าว Next News ถึงเรื่องการทุจริตสอบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า โกงสอบท้องถิ่น ตนฟังเขาเล่ามา สมัยก่อนมันมีไม่กี่คน มีหลักร้อย พอเริ่มทำแล้วรู้สึกมันคล่องตัว เริ่มมีการสรรหาเครือข่ายได้ ก็เริ่มขยายผล พอขยายผล มันก็ปิดไม่มิด เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมาแก้ไขที่ต้นทางให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คนมันจะทำผิดแก้ยังไง มันก็หาวิธีทำผิดจนได้ เพราะฉนั้น มันจะต้องแก้ไขให้ระบบมันกระชับ ต้องเฝ้าระวัง แล้วก็ติดตามอย่างใกล้ชิด เราจะป้องกันได้ในระดับที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่ตราบใดที่เรายังมีบุคคลที่ยังมีความโลภโมโทสันอยู่ แล้วก็นึกถึงตัวเองมากกว่านึกถึงบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในระบบราชการ เราก็ต้องดำเนินการ สิ่งที่ทำได้รวดเร็วที่สุดคือต้องมีความเด็ดขาด ทำให้เขาเห็นว่าจะต้องถูกดำเนินคดี ต้องถูกปลดออกจากราชการ ต้องเสียประวัติ

  “พอผมมาเป็นนายกฯ ผมก็สามารถให้เครือข่ายอื่นเข้าไปร่วมตรวจสอบ มากกว่ากระทรวงมหาดไทยที่เดียว ผมก็ให้ ปปง.(สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เข้ามา ตรวจสอบ แล้วก็ไปประสานงาน ผมไปสั่ง ป.ป.ช. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ไม่ได้ แต่ก็ประสานงาน ส่งข้อมูลไป แล้วก็เซ็น MOU กัน 7 หน่วยงาน ทำให้เกิดความร่วมมือขึ้น คนที่ยังโลภอยู่ก็นึกไม่ถึง เขายังคิดว่าที่เคยทำมาก็ทำได้ ปกปิดกันมา มันไม่น่าจะถึง ตอนนี้ก็เล่นเกมโปลิสจับขโมยอย่างนี้ไปก่อน แต่หลังจากนี้ไปเราก็ต้องมานั่งเซ็ตระบบ ให้มันมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น”นายอนุทินกล่าว

  นายอนุทินกล่าวว่า ตอนที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยปี 2566  ยังไม่เบ็ดเสร็จเท่านี้ ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันกับข้าราชการฝ่ายประจำ แล้วยังมีการวัดกำลังกันด้วย ตนก็ทำได้เท่าที่สามารถทำได้ อย่างน้อยตนก็บอกให้เขา พิจารณาเรื่องที่มันเกิดขึ้น มีการโกงสอบก่อนหน้านี้มา แต่ว่า มันยังไม่ไม่โจ่งครึ่มเท่าครั้งนี้ ก็ได้บอกให้เขาเช็กดู ทางอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ในสมัยนั้นก็บอกมันมีมูล ท่านก็เลยยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพาไป แล้วตั้งแต่นั้นมาก็ยังไม่มีการสอบ

 นายอนุทินกล่าวว่า ตนอยู่ประมาณ 1ปี 9 เดือน เขาก็ยังทำ TOR อันใหม่ไม่เสร็จ ตนปรารภกับทีมทำงานว่า มันก็ไม่เห็นมีผลกระทบอะไรเลย ที่ไม่สอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นเพิ่ม เขาบอกจะทำ TOR ให้ดี อย่างน้อย ช่วงที่ตนอยู่ในวาระแรกปี 2566 ถึงกลางปี 2568 ก็ไม่มีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น ไม่มีการสอบ เพราะยังตอบคำถามไม่ได้ว่าจะทำยังไงให้มันเกิดความเป็นธรรมที่สูงสุด พอตนก็ออกไป 3 เดือนกว่า ไปเป็นฝ่ายค้านอยู่ 4 เดือนไม่มีใครนึกหรอกว่าตนจะได้กลับมาที่กระทรวงมหาดไทยอีก พอกลับมาก็ทราบว่าเขาทำ TOR ใหม่แล้ว เปลี่ยนผู้ดำเนินการสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)  ฟังแล้วดูดี ตอนนั้น ไม่ได้สนใจ ไม่ทราบว่ามีการสอบ มาทราบอีกทีเมื่อมันมีเรื่องแล้ว เพราะว่าการสอบข้าราชการท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ต้องรู้ มันเป็นเรื่องในกรม ช่วงนั้นมีการยุบสภามันเหมือนเป็ดง่อยทำอะไรไม่ได้มาก เขาคงมีการวางไทม์ไลน์ของเขา โดยที่คงไม่นึกว่าเราจะได้มีโอกาสกลับมาหรอก

 เมื่อถามว่า ทำไมปรับปรุง TOR เสร็จ แล้วเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยบูรพามาเป็น มศว  มีเงื่อนไขเยอะแยะเพื่อป้องกันการทุจริต แต่ทำไมโกงหนักกว่าเก่า นายอนุทินกล่าวว่า “คงไม่มีคนตีมั้ง แต่วันนี้ระบบกำลังตรวจสอบอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี ป.ป.ช. เข้ามาด้วย ผมไม่สามารถที่จะไปสั่งการ หรือก้าวก่ายได้ ส่วนหน่วยงานที่เราให้มาสอบสวนทั้งหลาย ผมก็บอกแล้วว่าให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม มันจะไปโดนใคร ใหญ่ขนาดไหน ถ้าชื่อโผล่มา ผมฟาดยับแน่ เพราะว่าถือว่าเป็นเรื่องที่ทำความเสียหายให้กับระบบราชการ มันเกิดขึ้นในวันที่ ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่ จะยังไงก็ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น โดยที่ไม่แก้ไขไม่ได้”

 เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าท่านเป็นคนสั่งให้เปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยบูรพา เป็น มศว แล้วเกิดการทุจริตมากขึ้น  นายอนุทินกล่าวว่า ตนสั่งได้อย่างเดียวคืออย่าให้มีการทุจริต ตนไม่สามารถที่จะสั่งให้ เปลี่ยนมหาวิทยาลัยบุรพาได้ เพราะมันเป็นอำนาจอธิบดี สิ่งที่รัฐมนตรีทำได้ คือมอบเป็นนโยบาย อธิบดี มีอำนาจเขียน TOR ตนจะไปบอกว่า คุณต้องเขียนอย่างนี้นะ ไม่ได้ แต่พูดได้ว่ามันจะต้องเปิดกว้าง ต้องมีความโปร่งใส  มีความเป็นธรรม แล้วต้องป้องกันทุจริตให้มากที่สุด สั่งได้แค่นี้จริงๆ

 เมื่อถามว่า รู้ไหมว่ามีการทุจริตตั้งแต่ปี 2564 ไม่ว่าจะสอบเข้าใหม่ หรือสอบเลื่อนระดับ นายอนุทินกล่าวว่า “ผมทราบแค่ว่า มันมีเรื่องแบบนี้ มีคนอย่างนี้ อยู่ตรงนี้ ในพื้นที่นี้ คนกลุ่มนี้ ซึ่งผมก็ยังงง ส่วนใหญ่ก็ระดับกำนัน นายก อบต.  ไม่ใช่อธิบดี ไม่ใช่รองอธิบดี ไม่ใช่ผู้ว่าฯ ผมยังถามตัวเองว่า ใหญ่มาจากไหน ทำไมทำอะไรได้ขนาดนี้ แล้วบางคนก็มีอิทธิพลทางการเมืองด้วย ก็เก็บเอาไว้ในใจ แต่ก็คิดว่ามันไม่น่าจะ ใหญ่กว่า มท. 1 ได้ วันนี้ต้องทำให้เกิดความโปร่งใส ให้มากที่สุด แล้วก็ดำเนินคดี กับคนที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด วันนี้ผมเป็นนายกฯ ผมไม่ต้องไปเกรงใจใคร ผมก็ต้องทำให้รัฐบาลผมมีความสุจริต ให้มากที่สุด ให้คนรู้สึกว่าผมไม่ได้ช่วยเหลือใคร ผมไม่เกรงใจหรอกครับ ผมไม่ได้ทำแน่นอน ถ้ามันจะถึงรัฐมนตรีช่วย ถ้ามันจะถึงปลัด รองปลัด อธิบดี ถ้ามันมีหลักฐานมาช่วยใครไม่ได้อยู่แล้ว ผมไฟเขียวให้เต็มที่ ผมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตาม กฎหมาย เป็นไปตามกลไก”นายอนุทินกล่าว

  นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้จะขยายผลไปถึงใคร อยู่ที่ ป.ป.ช. เส้นเงินทั้งหลายอยู่ที่ใคร เอาเส้นเงินมาจากไหน ส่วนนึง ป.ป.ช. สอบเอง ส่วนนึงก็มาจาก ปปง. ก็สอบเส้นเงิน สอบบัญชี อายัดทรัพย์ ส่วน 2 คน ที่ถูกจับไปถ้าเป็นสมัยก่อน ประกันตัวไปเรียบร้อยแล้ว ยุคตนประกันไม่ได้ เพราะว่าถือว่าเป็นตัวการคดีที่ร้ายแรงมาก บั่นทอนจิตใจประชาชนอย่างรุนแรงที่สุด

 “ประชุมที่กระทรวงมหาดไทยผมก็บอกว่า เรื่องคดีโกงสอบ ข้าราชการท้องถิ่นนี่ โกงอยู่บนหัวผม ซึ่งผมจะไม่มีวันยอม สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น โดยใช้ช่องว่างของการบริหารช่วงที่ยุบสภา โดยรัฐมนตรีตอนนั้นก็ต้องไปหาเสียง ย้ายราชการก็ไม่ได้ ทำ อะไรก็ไม่ได้ สั่งอะไรที่มีผลไปถึงรัฐบาลชุดต่อไปก็ไม่ได้ เราก็รออย่างเดียว ต้องชนะเลือกตั้งให้ได้ ชนะเลือกตั้งเสร็จ ต้องเร่งฟอร์มรัฐบาล พอมีเรื่องนี้ขึ้นมาปุ๊บ ผมก็เรียนตรงๆ ว่าผมก็สุดซอยของผม แล้วก็ได้รับความร่วมมือจาก ทุกๆ ฝ่าย ตอนนี้ยังไม่จบ เรื่องสอบวินัยร้ายแรงที่กระทรวงมหาดไทย ได้บอกทางประธานสอบวินัยร้ายแรงได้ข่าวมาว่าจะขอขยายเวลา คุณจะขยายอะไรนักหนา คุณเป็นถึงอธิบดี คุณเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง คุณต้องมีความสามารถในการจัดการ ประเมิน วิเคราะห์ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้องดิ้นไม่หลุดแล้ว ต้องมีทุกอย่างมากองแล้ว ถึงจะดำเนินการได้ว่าผิดหรือไม่ผิด ถ้าอย่างนี้ ผมไปเอาปลัดอำเภอที่ไหนมาก็ได้ ดังนั้นขยายเวลาไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ ผมก็จะเสนอปลัดกระทรวง เพราะผมย้ายไม่ได้ ผมก็จะเสนอให้ปลัดกระทรวงพิจารณาไปว่า ถ้าอย่างนี้ก็เป็นอธิบดีไม่ได้”นายอนุทินกล่าว

 ( นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ที่จะต้องเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569)

 เมื่อถามว่า ทำไมต้องเอาผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นคนของบ้านใหญ่มาคุม นายอนุทินกล่าวว่า เราก็เอาคนที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็รู้วิธีการทำงานของเรา แล้วไม่ต้องกังวลต่ออิทธิพลใดๆ มาทำงาน เราต้องใช้คนที่เราไว้ใจได้มากที่สุด ในการดูแลเรื่องนี้ ในการทำความชัดเจนให้กับประชาชนได้รับทราบ เพราะเรื่องนี้ประชาชนเอาตายอยู่แล้ว ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เป็นคนที่ไว้วางใจที่จะใช้งานได้เต็มที่ ไม่ใช่คนของนายเนวิน ชิดชอบ นายเนวิน อยู่ตรงไหนในกระทรวงมหาดไทย นายเนวิน ไม่รู้จักกระทรวงมหาดไทยดีกว่าตนหรอก

เมื่อถามถึงเรื่องที่นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ซึ่งมีหลักฐานในคณะกรรมาธิการฯ ว่าได้มีการติดต่อกับอาจารย์ มศว ที่คุมสอบเรื่องนี้ นายอนุทินกล่าวว่า นายทองเจือ ทำหนังสือชี้แจงตนว่า เขาได้ปฏิบัติอะไรอย่างไร ในช่วงที่มีคนกล่าวหาเขา โดยเขายืนยันว่าไม่มีส่วนร่วมในเรื่องการไปเกี่ยวข้องกันทุจริตข้อสอบ หรือไปดำเนินการใดๆ ช่วยเหลือใคร ตนก็ไม่ได้เชื่อตอนนี้เชื่อใครไม่ได้สักคน ตนได้หนังสือนี้มา ก็ส่งหนังสือนั้นพร้อมสำเนาไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบอีกครั้ง ตนก็ได้รับคำตอบมาแล้ว ตำรวจก็แถลงแล้วว่าเป็นอย่างไร

 เมื่อถามว่า  พื้นที่จังหวัดสตูล มีญาติรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย เป็น คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ก็โดนตั้งไต่สวน ทำไมยังให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอยู่  นายอนุทินกล่าวว่า “ตัวเขาไม่ได้โกง ส่วนญาติพี่น้องเขามีการช่วยไหม แล้วโดนไหม ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาไหม ผมก็บอก ญาติใคร ญาติมันนะ เพราะว่าถ้าผมเห็นเขาช่วย ผมยังมีอีก 2 รัฐมนตรี มีตัวผม แล้วก็มีปลัดกระทรวงมหาดไทย มีอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งคนเก่าและคนใหม่ ผมคิดว่าวินาทีนี้ไม่มีใครช่วยใครได้ นอกจากไม่ช่วยใครแล้ว ถ้าเราพบว่าคนไหนมีความผิด เราต้องรีบเอาออกมา แสดงให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่า คนนี้คือคนผิด ผมไม่เอาพรรคพวก เอาพ้อง ผมยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก ผมต้องเป็นกลางให้มากที่สุด ถามว่าผมอึดอัดไหม ที่ต้องทำตัวเป็นกลาง ไม่ช่วยเหลือคนโน้นคนนี้ ผมไม่อึดอัด ผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ผมถือว่าการให้ความช่วยเหลือคน โดยทำให้ความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

//////////////////////////////

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘BCPG’พร้อมส่งเอกสารซื้อคลังน้ำมัน9พันล้านจาก’เสี่ยตือ’ให้’ดีเอสไอ’สอบ
‘BCPG’พร้อมส่งเอกสารซื้อคลังน้ำมัน9พันล้านจาก’เสี่ยตือ’ให้’ดีเอสไอ’สอบ