News Logo
หน้าแรก
เจาะลึก 2 บริษัทไทย พัวพันส่งโดรนจีนไปรัสเซีย มูลค่าทะยาน 3.88 พัน ล.

เจาะลึก 2 บริษัทไทย พัวพันส่งโดรนจีนไปรัสเซีย มูลค่าทะยาน 3.88 พัน ล.

21 ก.พ. 2569 15:14
ผู้ชม 187 คน

บริษัท ลานโต โกลบอล โลจิสติกส์  หรือ China Thai นั้น บลูมเบิร์กระบุว่าบริษัทนี้ได้นำเข้าโดรนมูลค่า 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากจีนในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 และในเดือนตุลาคม สหราชอาณาจักรได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทนี้ในข้อหาจัดหาเทคโนโลยีให้กับกองทัพรัสเซีย รายได้ประจำปีของบริษัท China Thai เพิ่มขึ้นจากประมาณ 14,000 บาทระหว่างปี 2563 ถึง 2565 เป็น 17.8 ล้านบาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็น 25.3 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Lanto Global Logistics

สืบเนื่องจากที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าโดรนจำนวนมากจากจีนมีแนวโน้มถูกส่งออกซ้ำจากประเทศไทยไปยังรัสเซีย โดยอ้างอิงข้อมูลการค้าที่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการส่งออกโดรนจากไทยไปรัสเซียนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 รัสเซียนำเข้าโดรนมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์จากประเทศไทย คิดเป็น 88% ของยอดส่งออกอากาศยานไร้คนขับทั้งหมดของไทย และสูงกว่าปี 2567 ถึง 8 เท่า ขณะที่จีนจัดหาโดรนให้ไทยมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นการส่งออกโดรนของจีนมายังประเทศไทย สถานการณ์นี้แตกต่างอย่างมากจากปี 2565 ที่ประเทศไทยส่งออกโดรนไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์และไม่มีการส่งออกไปยังรัสเซียเลย

โดยบลูมเบิร์กได้ระบุชื่อบริษัท Skyhub Technologies และ China Thai (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Lanto Global Logistics) ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกโดรนดังกล่าว โดยกรมศุลกากรไทยยอมรับว่ายังไม่มีข้อบังคับแจ้งวัตถุประสงค์ปลายทางกรณีส่งออกซ้ำ แต่พร้อมดำเนินการหากมีกฎหมายออกมารองรับ

บลูมเบิร์กตีข่าว ไทยทางผ่านโดรนจีนหนุนทัพรัสเซีย-กรมศุลฯรับไร้กฎคุม

บลูมเบิร์กตีข่าว ไทยทางผ่านโดรนจีนหนุนทัพรัสเซีย-กรมศุลฯรับไร้กฎคุม

บลูมเบิร์กตีข่าว ไทยทางผ่านโดรนจีนหนุนทัพรัสเซีย-กรมศุลฯรับไร้กฎคุม

จากกรณีดังกล่าว สำนักข่าว Next News จึงได้ไปสืบค้นข้อมูลบริคณห์สนธิของบริษัทในไทย 2 แห่งที่ถูกระบุว่ามีส่วนในการนำเข้าโดรนจากจีนและส่งออกไปยังรัสเซีย พบรายละเอียดดังนี้

 

บริษัท สกายฮับ เทคโนโลยี จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท และยังคงดำเนินกิจการอยู่ จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการและมีขนาดธุรกิจ S โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 152 อาคารชาร์เตอร์สแควร์ ชั้น 30 ห้องเลขที่ 30-01 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร กรรมการของบริษัทคือนางสาวอภิสรา กุศลจิตร์ ซึ่งสามารถลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทเพื่อผูกพันบริษัทได้ ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนตอนจัดตั้งคือ กิจกรรมงานธรณีฟิสิกส์ ธรณีวิทยา และการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการส่งงบการเงินปีล่าสุด บริษัทดำเนินกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการให้เช่าและให้เช่าแบบลิสซิ่งยานยนต์ชนิดนั่งส่วนบุคคล รถกระบะ รถตู้ และรถขนาดเล็กที่คล้ายกัน

 

ด้านผลประกอบการ งบแสดงฐานะการเงินของบริษัทพบว่าในปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,210,636.14 บาท ลดลงเล็กน้อยในปี 2566 เป็น 1,082,761.81 บาท ก่อนจะเติบโตขึ้นเป็น 1,407,134.43 บาทในปี 2567 หนี้สินรวมอยู่ที่ 11,713.04 บาทในปี 2565 ลดลงเป็น 11,284.99 บาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็น 21,294.90 บาทในปี 2567 ส่วนของผู้ถือหุ้นมีการเพิ่มขึ้นจาก 1,198,923.10 บาทในปี 2565 เป็น 1,385,839.53 บาทในปี 2567

สำหรับผลการดำเนินงาน ในปี 2565 มีรายได้หลัก 250,894.50 บาท และขาดทุนสุทธิ 51,076.90 บาท ในปี 2566 รายได้หลักลดลงเป็น 253,697.07 บาท และบริษัทประสบผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 127,446.28 บาท อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 บริษัทพลิกกลับมามีรายได้หลักสูงถึง 6,955,125.70 บาท และทำกำไรสุทธิได้ 314,362.71 บาท

โดยบลูมเบิร์กระบุว่าในปี 2568 บริษัท Skyhub Technologies นำเข้าโดรนมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการจัดส่งโดรน 976 ลำจาก Autel Robotics ซึ่งมีรหัสรุ่นเดียวกับ Autel EVO Max 4T

โดรน Autel EVO Max 4T

โดรน Autel EVO Max 4T

ขณะที่บริษัท Autel ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธความร่วมมือกับ Aero HIT ซึ่งเป็นบริษัทรัสเซียที่เคยร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อผลิตโดรนรุ่นดังกล่าว และยืนยันว่าโดรนของตนมีไว้สำหรับใช้งานพลเรือนและมีระบบ "กำหนดเขตห้ามบิน" เพื่อป้องกันการใช้งานในเขตสงคราม

ส่วนบริษัท ลานโต โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งมีชื่อเดิมว่าบริษัท China Thai ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท และยังคงดำเนินกิจการอยู่ จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการและมีขนาดธุรกิจ S โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 68/29 หมู่ที่ 5 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กรรมการของบริษัทประกอบด้วย นางไพลิน หลิว, นางธัญธารีย์ ฮุย และ นางสาวจีราภา สุปัชชา โดยกรรมการสองในสามท่านสามารถลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทเพื่อผูกพันบริษัทได้ ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนตอนจัดตั้งคือกิจกรรมการบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น โดยประกอบกิจการให้บริการรับจ้างทำของ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการส่งงบการเงินปีล่าสุด บริษัทดำเนินกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าและตัวแทนออกของ (ตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากร)

ด้านผลประกอบการ งบแสดงฐานะการเงินของบริษัทพบว่าในปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,600,244.53 บาท เพิ่มขึ้นในปี 2566 เป็น 12,868,986.07 บาท และเติบโตต่อเนื่องเป็น 34,276,360.97 บาทในปี 2567 หนี้สินรวมอยู่ที่ 632,634 บาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 3,947,314.78 บาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 19,600,100.23 บาทในปี 2567 ส่วนของผู้ถือหุ้นมีการเพิ่มขึ้นจาก 4,967,610.53 บาทในปี 2565 เป็น 8,921,671.29 บาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็น 14,676,260.74 บาทในปี 2567 สำหรับผลการดำเนินงาน ในปี 2565 บริษัทมีรายได้หลัก 0 บาท และขาดทุนสุทธิ 29,311.17 บาท ในปี 2566 บริษัทมีรายได้หลัก 17,807,054.92 บาท และทำกำไรสุทธิได้ 3,954,060.76 บาท ในปี 2567 บริษัทมีรายได้หลักเพิ่มขึ้นเป็น 25,023,477.44 บาท และทำกำไรสุทธิได้ 5,754,589.45 บาท

สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับบริษัท บริษัท ลานโต โกลบอล โลจิสติกส์  หรือ China Thai นั้น บลูมเบิร์กระบุว่าบริษัทนี้ได้นำเข้าโดรนมูลค่า 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากจีนในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 และในเดือนตุลาคม สหราชอาณาจักรได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทนี้ในข้อหาจัดหาเทคโนโลยีให้กับกองทัพรัสเซีย รายได้ประจำปีของบริษัท China Thai เพิ่มขึ้นจากประมาณ 14,000 บาทระหว่างปี 2563 ถึง 2565 เป็น 17.8 ล้านบาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นเป็น 25.3 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Lanto Global Logistics

 

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลบริคนสนธิเกี่ยวกับบริษัท สกายฮับ เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท ลานโต โกลบอล โลจิสติกส์ ที่ถูกสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่าเป็นบริษัทไทยที่มีส่วนในการนำเข้าโดรนจากจีนและส่งออกไปยังประเทศรัสเซีย ณ เวลานี้ 

อย่างไรก็ตาม จนถึง ณ เวลานี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลเป็นที่แน่ชัดว่าทั้งสองบริษัท มีหน่วยงานรัฐใดเข้าไปตรวจสอบแล้วบ้างหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.
สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.