News Logo
หน้าแรก
'กรณ์' ข้องใจ คดีฟอกเงิน 'เบน สมิธ' ปปง.อายัดแต่ไร้หมายจับ-ก.ล.ต.เฉย

'กรณ์' ข้องใจ คดีฟอกเงิน 'เบน สมิธ' ปปง.อายัดแต่ไร้หมายจับ-ก.ล.ต.เฉย

8 มี.ค. 2569 12:24
ผู้ชม 58 คน

"กรณ์" โพสต์เฟซข้องใจ คดีฟอกเงิน "เบน สมิธ" หลัง ปปง. อายัดทรัพย์แล้วแต่ยังไม่มีหมายจับ. ชี้ ก.ล.ต. และ ปปง. ยังนิ่งเฉย ตรวจหุ้นเครือข่าย "CAI" -ภริยา "เบน สมิธ" รวมถึงธุรกรรม Big Lot ราคาผิดปกติ จี้ขยายผลสาวถึงผู้สมคบคิด -ตรวจสอบการซื้อขายส่อผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ หลายมาตรา

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีอายัดทรัพย์นายเบน สมิธ และเครือข่าย โดยเน้นย้ำว่าแม้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินของนายเบน สมิธ ภริยา คือ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ และพวก ไปถึงชั้นศาลแล้ว แต่กลับยังไม่มีการออกหมายจับนายเบน สมิธ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

นายกรณ์ระบุว่า การติดตามการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและการปกป้องประโยชน์ของคนไทยในเรื่องการหลอกลวง (scammer) และการฟอกเงินจะยังคงดำเนินต่อไป

ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ถูกอายัดไปคือหุ้นบริษัทบางจาก โดย ปปง. ได้พิสูจน์เชื่อมโยงกลับไปถึง "กองทุน Capital Asia Investments (CAI)" ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการเชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ และเป็น "แหล่งเงินลับปกปิดเจ้าของ" ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามธุรกรรมต้องสงสัยมาโดยตลอด กองทุน CAI นี้เป็นผู้ขายหุ้น Big Lot ในหุ้นบางจากฯ ให้กับบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (Alpha Chartered Energy หรือ ACE) หลายครั้ง ซึ่งระบุว่าเป็น "แหล่งหมุนเงินค่าขายมาจ่ายค่าซื้อ" หรือ "โอนตรง" เพื่ออำพรางความเป็นเจ้าของที่แท้จริง หุ้นบางจากของ ACE ถูกดำเนินการยึดอายัดแล้ว นอกจากนี้ ทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายเบน สมิธ และ น.ส. แคทรียา บีเวอร์ เช่น ที่ดิน และเงินสด ก็ถูกอายัดไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) หรือ ปปง. ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับหุ้นตัวอื่น ๆ ที่ถือโดย CAI หรือโดยภริยาของนายเบน สมิธ ตามตารางในเอกสารประกอบ

มีการยกตัวอย่างหุ้นสองบริษัท คือ BCP และ GTV ที่ น.ส. แคทรียา บีเวอร์ ยังคงถืออยู่ในชื่อตัวเองอย่างชัดเจน แต่ กลต. และ ปปง. กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นบริษัท FSX ที่ถูกถือโดยบริษัท Beteverse ซึ่งได้รับซื้อทั้งจำนวนจาก น.ส. แคทรียา บีเวอร์ และหุ้นบริษัท FSX ที่ถือโดยบริษัท Rapidfire ซึ่งได้รับซื้อทั้งจำนวนจาก B.I.C. (Cambodia) Bank (ซึ่งมีนายยิมเลียกเป็นประธานกลุ่ม) โดยมีข้อสังเกตว่าราคาซื้อขายอยู่ที่ 4.22 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดที่ 1.55 บาท ถึง 170% และซื้อขายเปลี่ยนชื่อกันในวันสุดท้ายก่อนที่ชื่อ B.I.C. (Cambodia) Bank จะปรากฏบนทะเบียนหุ้น FSX ในวันที่ 21 มีนาคม 2568

ประเด็นเหล่านี้ทำให้ต้องติดตามว่าในการซื้อขาย Big Lot ทั้งสองกรณีนี้ มีการชำระเงินอย่างไร เป็นการหมุนเวียนเงินของกลุ่มเดียวกันหรือไม่ หรือเป็นการโอนตรง คล้ายกับกรณีหุ้นบางจากฯ ซึ่ง กลต. มีหน้าที่ต้องกำกับดูแลว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ หากใช่ อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 246 เรื่องการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นที่มีนัยสำคัญ และมาตรา 247 เรื่องหน้าที่ในการเสนอซื้อหลักทรัพย์จากประชาชนทั่วไป

ข้อมูลระบุว่า หากรวมผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบุคคลเดียวกันเหล่านี้ จะรวมได้เป็น 51.96% ซึ่งประกอบด้วย CAI For Pilgrim Finansa Investment Holding (แหล่งเงินลับปกปิดเจ้าของที่เชื่อมโยงเบนสมิธ) 24.14%, Beteverse (โอนทั้งจำนวนจาก แคทรียา บีเวอร์) 10.00%, Rapidfire (โอนทั้งจำนวนจาก BIC Bank (Cambodia)) 10.00% และ น.ส. สุภารัตน์ สง่าเมือง (อดีตภรรยา เบนสมิธ) อีก 7.82% ซึ่งจะทำให้ผิดทั้งมาตรา 246 และมาตรา 247 รวมถึงความผิดฐานการซื้อขายแบบ Matched Order ตามมาตรา 244 ด้วย

"เหตุใดจนถึงวันนี้จึงยังไม่มีหมายจับนายเบน สมิธ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และหากมีการโยกย้าย ขายหุ้น และทรัพย์สินส่วนนี้ออกไป ปปง. และ กลต. จะรับผิดชอบอย่างไร" นายกรณ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง
'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง