"วรภัค" ยืนยันบริสุทธิ์ปฏิเสธเอี่ยว "เบน สมิธ" ฟอกเงิน หลังเว็บ "ทอม ไรต์" อดีตนักข่าว WSJ แฉภาพลูกชายเคยขึ้น-ซูเปอร์ยอชท์หมื่นล้าน สวมนาฬิกาหรูหลายเรือน เจ้าตัวโต้กลับภาพที่อิตาลีคือการเช่าเรือเที่ยวส่วนตัว ยืนยันไม่เคยขึ้นเรือ 'เบน สมิธ' ที่นั่น ส่วนนาฬิกาหรู ยื่นบัญชี ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว-ลั่นเดินหน้าสู้คดีหมิ่นประมาทเพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา นายวรภัค ธัญวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงกับสำนักข่าว Next News อีกครั้ง โดยกล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนเองและครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือที่รู้จักในนาม เบน สมิธ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ซึ่งกำลังถูกสอบสวนในคดีการเงินจากทางการไทย และเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลางได้ออกหมายจับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่าหนึ่งพันล้านบาท
โดยนายวรภัคชี้แจงว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวเป็นเพียงความสัมพันธ์ทางสังคมทั่วไป เนื่องจากบุตรหลานเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน จึงมีการพบปะหรือทำกิจกรรมร่วมกันบ้างในฐานะ "เพื่อนผู้ปกครอง" เท่านั้น
“ผมยืนยันว่าไม่เคยทำธุรกิจผิดกฎหมายร่วมกับนายเบน และไม่ได้พบปะกับนายเบนมานานเป็นปีแล้วก่อนที่เรื่องราวจะกลายเป็นข่าว อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่แค่ผมที่เคยพบปะกับนายเบน ก็มีคนอื่นอีก การรู้จักกันทางสังคมเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่ามีการทำธุรกิจร่วมกัน หรือรับรู้รับทราบว่านายเบนทำอะไรผิดกฎหมาย” นายวรภัคกล่าว
Whale Hunting เปิดโปงหลักฐานภาพถ่ายอ้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกิน "เพื่อนร่วมผู้ปกครองโรงเรียน"
อนึ่งการชี้แจงของนายวรภัคกับสำนักข่าว Next News นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เว็บไซต์ Whalehunting.projectbrazen.com ของนายทอม ไรต์ สื่อมวลชนอิสระ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) และยังเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่เปิดโปงการทุจริต เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาของรัฐ "1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด" (1MDB) ที่เผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ ได้ลงบทความตอนหนึ่งระบุว่า
ความสัมพันธ์ของนายวรภัคกับนายเบน สมิท มีความลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าเพียงแค่คนรู้จักทางสังคม เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายที่หลุดออกมาจากบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวของ บุตรชายของนายวรภัค พบหลักฐานการใช้ชีวิตที่หรูหราซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายเบนอย่างมีนัยสำคัญดังนี้:
1.การเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและเบาะแสตลาดหุ้น: มีภาพหลักฐานปรากฏว่าลูกชายของนายวรภัคเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Gulfstream G650-ER ซึ่งเป็นของเครือข่ายนายเบน โดยมีภาพหนึ่งที่ถ่ายในจังหวัดภูเก็ตแสดงให้เห็นหน้าจอภายในเครื่องบินที่ปรากฏราคาหุ้น Lumen Technologies (LUMN) อยู่ที่ 1.81 ดอลลาร์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือธันวาคมปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่นายวรภัคดำเนินการเข้าซื้อกิจการ Finansia X
2.การใช้ชีวิตบนเรือซูเปอร์ยอชท์ Wanderlust: แหล่งข่าวระบุว่าลูกชายของนายวรภัคได้เข้าถึงและพักผ่อนบนเรือ Wanderlust มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรือที่นายเบนเป็นเจ้าของร่วม ภาพถ่ายในอินสตาแกรมระบุตำแหน่งที่เกาะปาดาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วง ระหว่างพฤษภาคมถึงตุลาคมของปี 2566 หรืออาจจะในช่วงปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่เครือข่ายของนายเบนกำลังขยายอิทธิพลในเอเชียอย่างสูงสุด

เว็บ Whale Hunting อ้างภาพลูกชายนายวรภัคบนเรือยอชท์ที่อิตาลี
3.ความเชื่อมโยงทางการเงินที่ซับซ้อน: Whale Hunting เปิดเผยว่าการเข้าซื้อหุ้น Finansia X ของนายวรภัค ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จำนวน 10 ล้านดอลลาร์จากบริษัท Capital Asia Investments (CAI) ในสิงคโปร์ ซึ่งทางการระบุว่าเป็นบริษัทบังหน้าของเครือข่ายฟอกเงิน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าภรรยาของนายวรภัคได้รับเงินในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล (Tether) มูลค่ากว่า 2.94 ล้านดอลลาร์จากเครือข่ายนี้ และยังมีการโอนหุ้นบริษัท BCPG มูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากภรรยามาให้ลูกชายของนายวรภัคในช่วงที่ความขัดแย้งเริ่มถูกเปิดโปง อย่างไรก็ตามนายวรภัคได้เคยชี้แจงในประเด็นนี้ไปแล้วว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องของการ ลงทุนในกองทุน CAI ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่จดทะเบียนถูกต้องในสิงคโปร์ (MAS) ไม่ใช่เรื่องของสแกมเมอร์ และภรรยาก็ไม่มีบัญชีเงินดิจิทัล
3.คอลเลกชันนาฬิกาหรูมูลค่ามหาศาล: บัญชีอินสตาแกรมอีกบัญชีของลูกชายของนายวรภัคที่ใช้ชื่อว่า ได้เผยแพร่ภาพถ่ายนาฬิกาหรูแบรนด์ระดับโลกจำนวนมาก เช่น Richard Mille, Patek Philippe และ Audemars Piguet ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประเมินมูลค่ารวมกันอยู่ที่ประมาณ 525,000 ถึง 985,000 ดอลลาร์ (17.15 ล้านบาท ถึง 32.17 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายสำหรับนักศึกษาจบใหม่ในวัย 25 ปี

คอลเล็กชั่นนาฬิกาหรูลูกชายนายวรภัค
คำชี้แจงโต้กลับจากนายวรภัค: "ภาพที่อิตาลีคือการเช่าเรือส่วนตัว"
ทางฝั่งของนายวรภัคได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมกับสำนักข่าว Next News ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเด็นภาพถ่ายที่เกาะคาปรี ประเทศอิตาลี ในช่วงฤดูร้อนปี 2568 นายวรภัคยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการเดินทางครั้งนั้นเป็นการท่องเที่ยวส่วนตัวของครอบครัว โดยเป็นการเช่าเรือยอชท์ส่วนตัวในอิตาลีเพื่อพักผ่อน และยืนยันว่าบุตรชายไม่เคยขึ้นเรือ Wanderlust ในประเทศอิตาลีตามที่ถูกกล่าวหาแม้แต่ครั้งเดียว
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวยอมรับเพียงว่าเคยพาสมาชิกในครอบครัวขึ้นไปเยี่ยมชมเรือ Wanderlust เฉพาะในประเทศไทยเมื่อครั้งที่นายเบนเพิ่งซื้อเรือใหม่และชวนคนรู้จักไปดูในฐานะมิตรภาพทางสังคมเท่านั้น
ในส่วนของนาฬิกาหรูและทรัพย์สินต่างๆ ที่ปรากฎในอินสตาแกรมบุตรชาย นายวรภัคชี้แจงว่าทรัพย์สินทั้งหมดได้มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกฎหมายไว้ครบถ้วนแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และขอย้ำว่าการมีทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายและไม่ได้มาจากการทุจริต
นายวรภัคชี้แจงเพิ่มเติมถึงการฟ้องร้องหมิ่นประมาทต่อ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่บทความของนายทอม ไรต์ โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาท เนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นผู้บงการฟอกเงินและการรับสินบนของภรรยานั้น กระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในวิชาชีพด้านการเงินและการธนาคารของตนอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิต
นายวรภัคกล่าวทิ้งท้าย ยืนยันว่าจะไม่ขอไกล่เกลี่ยในชั้นศาล แม้ศาลจะเสนอโอกาสให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยก็ตาม เพราะเหตุผลว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตที่ และกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในวงการการเงินและการธนาคาร ดังนั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์และรักษาเกียรติยศ จึงต้องการใช้ข้อเท็จจริงทั้งหมดพิสูจน์ความยุติธรรมในชั้นศาลเท่านั้น




