News Logo
หน้าแรก
สราวุธ' ถูก ก.ต.ไล่ออกราชการ! กกต.ตั้งเป็นกก.ตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองหาเสียง ผิดระเบียบ??

สราวุธ' ถูก ก.ต.ไล่ออกราชการ! กกต.ตั้งเป็นกก.ตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองหาเสียง ผิดระเบียบ??

16 ม.ค. 2569 10:57
ผู้ชม 13 คน

"...คำถาม คือ นายสราวุธ ที่ถูกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติ 12 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า นายสราวุธ ผิดวินัยร้ายแรง และมีมติ 8 ต่อ 7 เสียง เห็นสมควรให้ลงโทษไล่ออกราชการ เข้าลักษณะบุคคลต้องห้าม ข้อ 8. (12) ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่ง วิธีปฏิบัติและการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะยุคคล พ.ศ. 2567 หรือไม่..."

กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งที่ 7/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ลงวันที่ 6 มกราคม 2569 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครบถ้วน และถูกต้องตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่ปรากฏชื่อ นายสราวุธ เบญจกุล อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเป็นกรรมการด้วย ที่สำนักข่าว Next News นำเสนอข้อมูลเชิงลึกให้สาธารณชนได้รับทราบไปก่อนหน้านี้

ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น!!

เมื่อสำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบข้อมูลใหม่ว่า ในระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่ง วิธีปฏิบัติและการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะบุคคลย พ.ศ. 2567 กำหนดไว้ชัดเจน ในหมวด 2 "หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่ง"

ข้อ 7 ว่า ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะบุคคลเพื่อปฏิบัติงานแทนในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องกำหนดหน้าที่และอำนาจ และระยะเวลาของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะบุคคล ไว้ในคำสั่งแต่งตั้งให้ชัดเจน

คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะบุคคลตามวรรคหนึ่ง มีประธานกรรมการและกรรมการ ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการ หรือหัวหน้าคณะบุคคลและบุคคลในคณะบุคคลแล้วแต่กรณี รวมกันในแต่ละคณะไม่เกินเจ็ดคน เว้นแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีมติเป็นอย่างอื่น

ขณะที่ ข้อ 8. ระบุว่า กรรมการ อนุกรรมการ หรือบุคคล ต้องมีความรู้หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ได้รับแต่งตั้ง รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จำนวน 13 ข้อ

ในข้อ 8. (12) ระบุว่า ไม่เคยเป็นผู้ถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมาย กฏ หรีอระเบียบที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น ๆ

ข้อ 8. (13) ระบุว่า ไม่เคยเป็นผู้ถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

picsaravuttt0016-1-69

picsaravuttt0016-1-69

สราวุธ เบญจกุล

ขณะที่สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า

1. นายสราวุธ เบญจกุล เป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ถูกสอบสวนคดีโครงการปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง เป็นศาลแพ่งและศาลอาญาพระโขนง วงเงิน 42.3 ล้านบาท ที่ถูกร้องเรียนถึงปัญหาว่ามีเอกชนเข้ามาดำเนินการปรับปรุงอาคารก่อนที่สำนักงานศาลยุติธรรมจะประกาศประกวดราคา และลงนามทำสัญญากับเอกชนอย่างเป็นทางการ และยังปรับปรุงศาลตลิ่งชัน​และศาลมีนบุรี​ รวมเป็น​ 134 ล้านบาทเศษ​ด้วย

ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. สำนวนคดีค้างมานานแล้ว ยังไม่ได้มีการพิจารณาชี้มูล คดีอยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 สตร.1 ที่เคยอยู่ในความรับผิดชอบของ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช.

2. เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีการพิจารณาวาระผลการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายสราวุธ กรณีนี้

โดยที่ประชุม ก.ต. มีมติ 12 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า นายสราวุธ ผิดวินัยร้ายแรง และมีมติ 8 ต่อ 7 เสียง เห็นสมควรให้ลงโทษไล่ออกราชการ

3. เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขดำที่ บ.271/2564 หมายเลขแดงที่ บ.188/2564 ระหว่าง นายสราวุธ เบญจกุล (ผู้ฟ้องคดี) กับ ประธานศาลฎีกา ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีที่อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง

โดยศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

นอกจากนี้ กกต. เคยมีคำวินิจฉัย ที่ 436/2565 สิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)ของ นายสราวุธ เบญจกุล ว่า เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐิวสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 50 (8)

จึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายสราวุธ เบญจกุล ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แสดงว่ารับทราบสถานะของ นายสราวุธ อยู่แล้ว

คำถาม คือ นายสราวุธ ที่ถูกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติ 12 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า นายสราวุธ ผิดวินัยร้ายแรง และมีมติ 8 ต่อ 7 เสียง เห็นสมควรให้ลงโทษไล่ออกราชการ เข้าลักษณะบุคคลต้องห้าม ข้อ 8. (12) ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่ง วิธีปฏิบัติและการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะยุคคล พ.ศ. 2567 หรือไม่

ถ้าใช่ การตั้งแต่ง นายสราวุธ เป็นกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา จะถือเป็นการทำผิด ระเบียบฯ กกต.??

บทลงโทษเป็นอย่างไร ? ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กกต.
หาเสียงเลือกตั้ง
Nextnews



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน
เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน