"...จากข้อมูลในคำสั่งแบ่งงานกรรมการ ป.ป.ช. ใหม่ จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 5 เท่านั้น ตรงกับข่าวที่ สำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ทุกประการ ..."
กรณี สำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแบ่งงานให้ นายสุชาติ สุนทรีเกษม และ นายมนูภาน ยศธแสนย์ สองกรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยนายสุชาติ สุนทรีเกษม ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้กำกับดูแลงานสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 (สตร.1) , สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 (สตว.1) และสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 (พื้นที่ภาคใต้)
ส่วน นายมนูภาน ยศธแสนย์ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล สำนักไต่สวนคดีร่ำรวยผิดปกติ สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 6 และสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 7
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติมอบหมายให้ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ไปกำกับดูแลงานในส่วนสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 (พื้นที่ภาคเหนือ) แทนสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 ที่มีการมอบหมายให้ นายสุชาติ สุนทรีเกษม กำกับดูแทน
ป.ป.ช.แบ่งงาน 2 กก.ใหม่-ย้าย 'เอกวิทย์' รอบสอง ไปเหนือดูภาค 5 แทนใต้
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 18/2569 เรื่องการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. กำกับดูแลส่วนราชการและงานในด้านการตรวจสอบและไต่สวน และการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน
มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) ประธานกรรมการ ป.ป.ช. (นายสุขาติ ตระกูลเกษมสุข)
(ก) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 2
(ข) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 9
(ค) สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
(ง) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง
(2) กรรมการ ป.ป.ช. (นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ)
(ก) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 5
(3) กรรมการ ป.ป.ช. (นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์)
(ก) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 3
(ข) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3
(ค) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 1
(4) กรรมการ ป.ป.ช. (นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง)
(ก) สำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(ข) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 3
(ค) สำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ
(5) กรรมการ ป.ป.ช. (นายประภาศ คงเอียด)
(ก) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1
(ข) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 4
(6) กรรมการ ป.ป.ช. (นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง)
(ก) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2
(ข) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 2
(ค) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 2
(7) กรรมการ ป.ป.ช. (นายสุชาติ สุนทรีเกษม)
(ก) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1
(ข) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1
(ค) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 8
(8) กรรมการ ป.ป.ช. (นายมนุภาน ยศธแสนย์)
(ก) สำนักไต่สวนคดีร่ำรวยผิดปกติ
(ข) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 7
(ค) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 6
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในคำสั่งแบ่งงานใหม่ดังกล่าว ยังระบุว่า การกำกับดูแลตามวรรคหนึ่งหมายความรวมถึงการกำกับดูแลการตรวจสอบและไต่สวนเบื้องต้นหรือการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ที่อยู่ในความรับผิดชอบตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละส่วะส่วนราชการดังกล่าว
ขณะที่ ในการปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลสำนัก สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ หากประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. คนใดที่ได้รับมอบหมายไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่แทน ดังนี้
(1) การกำกับดูแลสำนัก
(ก) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญกับกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 ปฏิบัติหน้าที่แทนกัน
(ข) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 กับกรรมการ ป.ป.ช.ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติหน้าที่แทนกัน
(ค) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 3 กับกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนคดีร่ำรารวยผิดปกติ ปฏิบัติหน้าที่แทนกัน
(ง) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1 กับกรรมการป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 2 ปฏิบัติหน้าที่แทนกัน
(จ) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง กับกรรมการ ป.ป.ช.ที่กำกับดูแลสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนกัน
(ฉ) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 2 กับกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3 ปฏิบัติหน้าที่แทนกัน
(2) การกำกับดูแลสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่
(ก) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 1 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 2
(ข) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 2 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 1
(ค) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 3 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 4
(ง) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 4 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 3
(จ) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 5 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 6
(ฉ) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 6 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 5
(ช) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 7 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 8
(ช) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 8 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 9
(ฌ) กรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 9 แทนกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลภาค 7
อนึ่ง กรณีที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้รับมอบหมาย และที่ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคแรกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้กำกับดูแลแทน
ขณะที่เรื่องกล่าวหาที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวน/สำนักตรวจสอบทรัพย์สิน/ภาค และอยู่ระหว่างการเสนอกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการตรวจสอบ ตามคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 223/2568 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2568 เรื่อง มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. กำกับดูแลส่วนราชการและงานในด้านการตรวจสอบและไต่สวน และการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ประกอบคำสั่งคณะกะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 290/2568 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 คำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 443/2568 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2568 และคำสั่งคณะกรรมการ ป.ปช. ที่ 7/2569 ลงวันที่ 8 มกราคม 2569 เพื่อพิจารณามีคำสั่งนั้น ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช. ตามคำสั่งดังกล่าวยังคงมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งในฐานะกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลการตรวจสอบเรื่องกล่าวหาดังกล่าวนั้นต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
ลงนามโดย นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ดูเอกสารคำสั่งประกอบ)

คำสั่งป.ป.ช.แบ่งงานใหม่ (1)

คำสั่งป.ป.ช.แบ่งงานใหม่ (2)

คำสั่งป.ป.ช.แบ่งงานใหม่ (3)
จากข้อมูลในคำสั่งแบ่งงานกรรมการ ป.ป.ช. ใหม่ ข้างต้น จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 5 เท่านั้น
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยกำกับดูแล สตร.1 สตว.1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัย กรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล องค์กรอิสระ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ รวมไปถึงสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8
แต่เมื่อเกิดกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหา 6 ราย และได้ส่งสำนวนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยมีชื่อนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. รวมอยู่ด้วย ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการ ป.ป.ช.เข้ามากำกับดูแลงาน สตร.1 และ สตว.1 แทน นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ที่เหลือภารกิจการกำกับดูแลงานสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 (พื้นที่ภาคใต้) เพียงแห่งเดียว
ขณะที่ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ได้มีมติมอบหมายให้ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ไปกำกับดูแลงานในส่วนสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 (พื้นที่ภาคเหนือ) แทนสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 ที่มีการมอบหมายให้ นายสุชาติ สุนทรีเกษม กำกับดูแทน ตามข้อมูลข้างต้น
ตรงกับข่าวที่ สำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ทุกประการ





