กรณีแต่งตั้งโยกย้าย ป.ป.ช. ปะทุอีกระลอก 'ณัฐวุฒ ขมประเสริฐ' ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง หลังปรากฏชื่อในกลุ่มบิ๊กล็อต 14 ตำแหน่ง จากรองเลขาธิการฯ ภาค 3 ไปนั่งผู้ตรวจราชการ ชี้ถูกดันหลุดสายงานยุติธรรม สูญอำนาจหัวหน้าพนักงานไต่สวน ทั้งที่ประเมิน “ดีเด่น” ต่อเนื่อง 5 รอบ ได้รับพระราชทาน 'เหรียญจักรพรรดิมาลา' ด้วย ไม่เคยถูกสอบวินัย พร้อมตั้งข้อสังเกต ไม่เคยมีรองเลขาฯ คนใดถูกย้ายลักษณะนี้มาก่อน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากกรณีกลุ่มข้าราชการ สำนักงาน ป.ป.ช. ที่อยู่ในข่ายถูกโยกย้ายแผนปฏิบัติการใหม่ กำลังมีการรวบรวมรายชื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอให้เพิกถอนข้อกำหนดบางข้อของ “ระเบียบย้ายปี 2569” พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เพื่อระงับการบังคับใช้กับผู้ร่วมลงชื่อฟ้องคดีจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

ภาพประกอบรายงาน
ป.ป.ช.ร้อน! สั่งด่วนทุกหน่วยปั่นโซเชียล กลบกระแสตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม'
ป.ป.ช.ร้อนอีก! ผวาทั้ง สนง. ฝ่ายบริหารจัดทำแผนโยกย้าย ขรก.นับพันคน
โชว์หนังสือ ขรก.ป.ป.ช.ตั้งตัวแทนฟ้องศาลปค.พิษณุโลก ค้านโยกย้ายพันคน
ล่าสุด มีกรณีนายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ ที่ปรากฏชื่อยู่ในกลุ่มข้าราชการระดับสูง 14 ตำแหน่ง ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้โยกย้ายตำแหน่งในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ได้ทำเรื่องขออุทธรณ์คำสั่งโยกย้ายดังกล่าว จากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 3 ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักงาน ป.ป.ช. มีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ภาพประกอบรายงาน
ป.ป.ช.ย้ายบิ๊กล็อต 14 ตำแหน่ง สลับ 'ณัฐวุฒ' รองเลขาฯภาค 3 นั่งผู้ตรวจฯ
ผ่ามติป.ป.ช.ย้ายบิ๊กลอต 14 คน แค่สลับหรือกระชับโครงสร้างอำนาจของใคร?
แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า นายณัฐวุฒ ให้เหตุผลการอุทธรณ์คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวว่า การย้ายตนเองไปรักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. แม้ยังคงเป็นตำแหน่งระดับ 10 เช่นเดิม แต่ถือเป็นการย้ายจากสายงานบริหารไปสู่สายงานตรวจราชการ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้องหลุดจากสายงานกระบวนการยุติธรรม และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพนักงานไต่สวนได้อีก
นอกจากนี้ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ใช่ตำแหน่งสายงานอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจบริหารหน่วยงานโดยตรง
นายณัฐวุฒ ยังระบุด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่รับราชการ มีผลการประเมินการปฏิบัติราชการในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 อยู่ในระดับ “ดีเด่น” ต่อเนื่อง 5 รอบการประเมิน ไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัย ถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกว่ากล่าวตักเตือนแต่อย่างใด
อีกทั้งยังได้รับพระราชทาน “เหรียญจักรพรรดิมาลา” (ร.จ.พ.) เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบในการรับราชการด้วย
นายณัฐวุฒ ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการจัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ช. ยังไม่ปรากฏว่ามีรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายใด ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ในลักษณะเช่นนี้ อีกทั้งกรณีดังกล่าวก็ไม่ใช่การแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่าง หรือกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งเดิมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ซึ่งแตกต่างจากแนวปฏิบัติในการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
"ด้วยเหตุนี้ จึงขออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และขอให้พิจารณาทบทวน ยกเลิก หรือเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว พร้อมมีคำสั่งให้ข้าพเจ้ากลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในสายงานกระบวนการยุติธรรมดังเดิม" แหล่งข่าวอ้างเหตุผลการอุทธรณ์ของนายณัฐวุฒ
หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป




