News Logo
หน้าแรก
ฉากชีวิต ‘เกรียง’บ้านใหญ่อุบลฯ ขุนพล ‘นายใหญ่’ ก่อนโดนชี้มูลยกครัว

ฉากชีวิต ‘เกรียง’บ้านใหญ่อุบลฯ ขุนพล ‘นายใหญ่’ ก่อนโดนชี้มูลยกครัว

12 ก.ค. 2569 09:47
ผู้ชม 251 คน

"....หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ ‘ตระกูลกัลป์ตินันท์’ อยู่บ้างผ่านสื่อต่าง ๆ ทว่าในยุทธจักรการเมืองตระกูลนี้ถือเป็น ‘บ้านใหญ่’ ลำดับต้น ๆ ใน จ.อุบลราชธานี ครองอำนาจมายาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในยุค ‘ไทยรักไทย’ มีพี่ใหญ่นำขบวนคือ ‘เกรียง’ หรือคนพื้นที่รู้จักกันในชื่อ ‘เสี่ยเบี้ยว’ นักการเมือง และนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในภาคอีสาน..."

ครอบครัว ‘กัลป์ตินันท์’ บ้านใหญ่อุบลราชธานี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วประมูล พลันที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ‘เกรียง กัลป์ตินันท์’ สส.หลายสมัย พร้อมด้วย ‘รจนา’ ภริยา อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และ ‘กานต์’ น้องชาย เมื่อครั้งเป็น สว. (ปัจจุบันเป็นนายก อบจ.อุบลฯ) รวมถึงเครือญาติ พ่วงบริษัทเอกชนในเครือข่ายจำนวนหนึ่ง

กรณีแบ่งจ้างงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 งบประมาณ 43,221,000 บาท ออกเป็นรายโครงการ โครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจ้างด้วยวิธีประกวดราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

Portrait Cover Image

Portrait Cover Image

ยกครัว! ป.ป.ช. ชี้มูล 'รจนา-เกรียง-กานต์' คดีทุจริตทำถนนปี 49

ก่อนหน้านี้ ‘รจนา’ ยังเคยถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2564 โดยร่วมกับพวก ดำเนินการโครงการปรับปรุงเสริมคันบ่อบำบัดน้ำเสีย พร้อมผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) ที่มีห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คูณดี เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้รับจ้าง ตามสัญญาจ้างเลขที่ ทน.อบ.2/2556 ลว. 22 ตุลาคม 2555 วงเงิน 9,987,000 บาท และโครงการก่อสร้างถนน คสล. คันบ่อบำบัดน้ำเสียเชื่อมคลองบูรพา ตามสัญญาจ้างเลขที่ ทน.อบ.1/2556 ลว. 22 ตุลาคม 2555 วงเงิน 9,987,000 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดถนนผ่านหน้าที่ดิน น.ส.3ก. เลขที่ 236 เนื้อที่ 27 ไร่ 2 งาน ของ ‘รจนา กัลป์ตินันท์’ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย รวมเป็นเงิน 19,974,000 บาท

ในเรื่องคดีความต่าง ๆ นั้น คงต้องรอการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรมกันต่อไป

รจนา กัลป์ตินันท์

รจนา กัลป์ตินันท์

แต่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ ‘ตระกูลกัลป์ตินันท์’ อยู่บ้างผ่านสื่อต่าง ๆ ทว่าในยุทธจักรการเมืองตระกูลนี้ถือเป็น ‘บ้านใหญ่’ ลำดับต้น ๆ ใน จ.อุบลราชธานี ครองอำนาจมายาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในยุค ‘ไทยรักไทย’ มีพี่ใหญ่นำขบวนคือ ‘เกรียง’ หรือคนพื้นที่รู้จักกันในชื่อ ‘เสี่ยเบี้ยว’ นักการเมือง และนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในภาคอีสาน

เขาเกิดเมื่อ 27 พ.ย. 2495 ที่ จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันอายุ 73 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านศิลปศาสตร์ ปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีบุตรสาว 1 คน อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ ‘เกรียง’ เคยสมรสมาก่อนแล้ว และมีบุตรชาย 1 คน คือ ‘วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์’ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย

‘เกรียง’ ลงเล่นการเมืองครั้งแรกสังกัด ‘ค่ายสีฟ้า’ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.อุบลฯ ปี 2538 และสามารถโค่น ‘ไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์’ ผู้มากบารมีอีสานใต้ ลงได้ ทำให้ได้เข้าไปแสดงฝีไม้ลายมือในสภาฯเป็นสมัยแรก

ถัดมาในปี 2539 เขายังชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ก่อนจะเปลี่ยนสีเสื้อมาสังกัด ‘พรรคความหวังใหม่’ ต่อมาย้ายไปสังกัด ‘ไทยรักไทย’ ลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2544 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เขาก้าวขึ้นมาเป็นระดับ ‘บ้านใหญ่’ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กระทั่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากการยุบพรรค หรือติดอยู่ใน ‘บ้านเลขที่ 111’

จากนั้นในปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2557 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 42 กระทั่งภายหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557 ได้ลาออกจากพรรคไทยรักษาชาติในวันที่ 23 พ.ย.2561 และกลับเข้าสมัครพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2561

เกรียง-กัลป์ตินันท์

เกรียง-กัลป์ตินันท์

ต่อมาในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ‘เกรียง’ ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 10 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวน สส.มากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560

จนกระทั่งในปี 2563 ในการปรับโครงสร้างของพรรคเพื่อไทย ‘เกรียง’ ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง โดยดูแลการเลือกตั้งอุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และยโสธร ซึ่งทั้ง 4 จังหวัดมีพื้นที่ ‘เขตเลือกตั้ง’ มากถึง 23 ที่นั่ง

ทว่าในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ‘เกรียง’ พา สส.ค่ายแดง เข้าสภา ได้เพียง 12 ราย แบ่งเป็น จ.อุบลฯ 4 คน โดยถูกสีน้ำเงินเจาะไปถึง 3 ที่นั่ง ปชป.1 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทรวมพลังของ ‘เสี่ยโรงแป้ง’ อีก 2 ที่นั่ง ส่วนจังหวัดในเครือข่ายได้ ศรีสะเกษ 7 คน ยโสธร 1 คน ส่วนอำนาจเจริญกินไข่ พ่าย ‘สีน้ำเงิน’ เรียบ

ยิ่งในการเลือกตั้งปี 2569 ‘ค่ายแดง’ แทบสูญพันธุ์ในโซนอีสานใต้ จ.อุบลฯ ได้ สส. แค่ 3 ที่นั่ง ศรีสะเกษ 2 ที่นั่ง ส่วนอำนาจเจริญ และยโสธร กลายเป็น ‘สีน้ำเงิน’ ล้วน

สำหรับสายสัมพันธ์ระหว่าง ‘เสี่ยเบี้ยว’ กับ ‘ชินวัตร’ ในแวดวงการเมืองทราบกันดีเขาเคยเป็น ‘ขุนพล’ ของ ‘เจ๊ ด.’ ได้รับมอบหมายภารกิจดูแลพื้นที่โซนอีสานใต้ มานมนานแล้ว แต่อีกทางหนึ่งเขามีความสนิทสนมกับ ‘เฮียเพ้ง’ นักธุรกิจระดับ ‘หุ้นส่วนพรรค’ ที่ดูแลโซนอีสานทั้งหมด

เมื่อครั้งพรรคเพื่อไทยปรับโครงสร้างพรรคใหม่ เมื่อ ‘อดีตเจ้าแม่ กทม.’ ถูกอัปเปหิพ้นพรรค ‘กลุ่มวังบัวบาน-วังน้ำยม’ กลับมาเฉิดฉายโลดแล่นภายในพรรคอีกครั้ง ชื่อของ ‘เกรียง’ คือหนึ่งในนั้น โดยเขาถูกโปรโมตดันเป็นรองหัวหน้าพรรค ดูแลโซนอีสาน

ในช่วงที่ ‘นายใหญ่’ ยังโบยบินอยู่ต่างประเทศ ‘เกรียง’ มีบทบาทสำคัญในการพา สส.อีสาน ค่ายแดง บินไปพบ ‘โทนี่ วู้ดซัม’ ทว่าด้วยความ ‘โฉ่งฉ่าง’ หลายครั้ง เช่น การปล่อยภาพ สส.ไปร่วมรับประทานอาหารกับ ‘นายใหญ่’

พบทักษิณ

พบทักษิณ

วีรกรรมหนักสุดเกิดขึ้นปี 2564 คลิปหลุดกรณี ‘เฮียเพ้ง’ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แม่ทัพอีสานค่ายแดง จัดงานฉลองวันเกิดย้อนหลังให้ ‘เสี่ยเบี้ยว’

ปรากฏคลิป ‘ทักษิณ’ วีดีโอคอลมาพูดคุยกับ ‘เกรียง’ และ สส.เพื่อไทย โดยในวันดังกล่าว ‘เสี่ยเกรียง’ ถึงกับเสนอชื่อ ‘คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯคนใหม่ของพรรค เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโซเชียลมีเดีย จนถูกร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าอาจเข้าข่ายคนนอกแทรกแซงพรรคการเมืองหรือไม่

‘วิฑูรย์ นามบุตร’ อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อท้องถิ่นอุบลฯ อ้างว่า ได้คุยกับ ‘เกรียง’ ขอย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย แถม ‘เสี่ยเบี้ยว’ ยังต่อสายให้คุยกับ ‘โทนี่ วู้ดซัม’ เสียด้วย อย่างไรก็ดี ‘เกรียง’ ยอมรับว่า ชวน ‘วิฑูรย์’ มาเข้าพรรคจริง แต่ปฏิเสธเรื่องต่อสายให้คุยกับ ‘นายใหญ่’ ตามที่อ้าง

สาเหตุที่ทำให้ ‘เกรียง’ กลายเป็นคนใกล้ชิด ‘นายใหญ่’ ในช่วงทศวรรษ 2560 เป็นต้นมา แถมยังได้รับความไว้วางใจจาก ‘เฮียเพ้ง’ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งปี 2562 ที่เขาชำระแค้นแทน ‘นายใหญ่’ โดยปราบ ‘กลุ่ม สส.ทรยศ’ ไปเข้ากับ ‘กลุ่ม 3 ป.-พปชร.’ พ่ายแพ้เสียหมดท่า ซึ่งนำโดย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิต และ สุพล ฟองงาม

นั่นทำให้ ‘เสี่ยเบี้ยว’ วาดฝันจะกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2566 ยกจังหวัด ทว่าอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ กลุ่ม สส.ภายใต้การกุมบังเหียนของเขา เข้าวินไปแค่ 12 ที่นั่งจาก 23 ที่นั่งใน 4 จังหวัด ทำให้หลังจากนั้นชื่อของเขา เหมือนจะเงียบหายไป

จนล่าสุดมาถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด ร่วมกับ ‘ภริยา-น้องชาย’ พัวพันคดีฮั้วประมูล และซอยงานแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงถนน โดยให้เอกชนในเครือข่ายเข้ามารับงาน ต้องเผชิญวิบากกรรมทางคดีอยู่ในตอนนี้

เรื่องโดย...ทีมข่าวการเมืองพิเศษ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ตระกูลกัลป์ตินันท์
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคดี 2! ชี้มูลอดีตนายกฯบ้านพราน ทุจริตสร้างฝาย-หลักฐานสติกเกอร์มัด
เปิดคดี 2! ชี้มูลอดีตนายกฯบ้านพราน ทุจริตสร้างฝาย-หลักฐานสติกเกอร์มัด