'เนธิภัททิก์' อธิบดีอัยการทุจริตภาค 5 ส่งทนายยื่น ประธาน ก.อ.-ว่าที่ อสส. คัดค้านโยกย้ายตำแหน่งไม่เป็นธรรม เชื่อต้นเหตุมาจากแจ้งความอดีตอธิบดีเสนอสินบน 4 แสน แลกไม่สั่งฟ้อง 2 ผู้ต้องหา ขู่ฟ้องหาก ก.อ.ไม่ทบทวนมติ
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านและร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ว่าที่อัยการสูงสุด และประธานคณะกรรมการอัยการ เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนคำสั่งโยกย้ายที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ (อนุฯ ก.อ.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันเดียวกัน (17 กรกฎาคม 2569)
โดยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่า การประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบเสนอให้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการหลายตำแหน่ง โดยตำแหน่งที่ได้รับความสนใจคือการแต่งตั้งให้นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์ นอกจากนี้ ยังมีการโยกย้ายที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ นายกิตติศักดิ์ วงศ์จีน อธิบดีอัยการภาค 5 ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง และ นายจิตติ เหลืองทองคำ อธิบดีอัยการภาค 6 ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีอัยการภาค 5 โดยขั้นตอนต่อไปนั้น มติของคณะอนุกรรมการฯ จะถูกนำเสนอต่อที่ประชุม ก.อ.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาอย่างเป็นทางการ ซึ่งที่ผ่านมาผลการพิจารณาของ ก.อ.มักเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการฯ นำเสนอ

ภาพประกอบข่าว
ทนายผู้รับมอบอำนาจจากนายเนธิภัททิก์กล่าวถึงเหตุผลในการคัดค้านว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการที่นายเนธิภัททิก์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์อธิบดีอัยการรายหนึ่งที่เสนอสินบนเป็นเงิน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ในคดีทุจริตที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5
สำหรับที่มาของคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ร่วมกันซ้อนแผนจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากนายพัฒน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเข้าข่ายความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “รุมกินโต๊ะ” ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ก่อนหน้านี้
ทนายผู้รับมอบอำนาจกล่าวว่านายเนธิภัททิก์ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการโยกย้าย เนื่องจากไม่ได้กระทำความผิดใดๆ หรือมีโทษทางวินัย ทั้งยังไม่มีความประสงค์ที่จะขอโยกย้าย และเพิ่งเข้ารับตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ได้เพียงปีเดียว จึงตั้งข้อสังเกตว่าการโยกย้ายครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีการแจ้งความร้องทุกข์เรื่องการเสนอสินบนเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
ทนายความผู้รับมอบอำนาจระบุทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้จะรอการพิจารณาของอัยการสูงสุดและประธานคณะกรรมการอัยการ หากคณะกรรมการอัยการชุดใหญ่ยังคงมีมติยืนยันตามที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอ นายเนธิภัททิก์ก็จะดำเนินการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายต่อไป รวมถึงการดำเนินการฟ้องร้องหรือดำเนินคดี เพื่อต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในกรณีนี้
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
'เนธิภัททิก์' ลุยยื่นค้านโดนชงย้ายไม่เป็นธรรม ควรย้ายคนเสนอสินบน
อธิบดีอัยการปปท.ภาค5 แจ้งความอธิบดีอัยการ เสนอ 4 แสน สั่งไม่ฟ้องจำเลย
ย้อนปฏิบัติการ 'รุมกินโต๊ะ' ก่อนอธิบดีอัยการปริศนา เสนอ4 แสน ช่วยจำเลย
อสส.สั่งสอบด่วน! ปมอธิบดีอัยการเสนอ4แสน ช่วยจำเลย-มีมูลโดนรับสินบนด้วย
แจ้งความ ปปป. เอาผิดอธิบดีอัยการปริศนาเพิ่ม แอบอ้างชื่อ '2บิ๊ก ตร.'
จับตา! ‘2 อธิบดีอัยการ‘ เผชิญหน้าครั้งแรก หลังแจ้งความปมสินบน 4 แสน




