News Logo
หน้าแรก
ไส้ในโครงการวิจัย มรภ.สารคาม ก่อน สตง. สั่งฟัน 12 จนท.-เรียกคืน 280 ล.

ไส้ในโครงการวิจัย มรภ.สารคาม ก่อน สตง. สั่งฟัน 12 จนท.-เรียกคืน 280 ล.

16 ก.พ. 2569 14:02
ผู้ชม 2,267 คน

"...ความบกพร่องในการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายทางการเงินเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ประสิทธิผลของนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเพิ่มภาระทางการคลังในระยะยาว สตง. ตอกย้ำหลักการที่ว่าเงินแผ่นดินเป็นทรัพยากรของประชาชน จึงต้องใช้จ่ายอย่างโปร่งใส รอบคอบ และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินในยามวิกฤตที่จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุด ..."

กำลังเป็นประเด็นร้อนที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน!!

กรณีโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 จำนวน 407,934,400 บาท ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สอบพบข้อบกพร่องในการดำเนินงานเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และได้ทำหนังสือแจ้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 ราย และให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่มหาวิทยาลัยฯ เป็นจำนวนเงิน 280,706,723 บาท

ผลสอบการดำเนินงานโครงการฯ นี้ สตง.ระบุว่า พบการดำเนินงานไม่เป็นไปตามกฎหมายหลายฉบับ และอาจเข้าข่ายการใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงินแผ่นดินเป็นมูลค่าสูง ซึ่งเสี่ยงกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเงินแผ่นดินอย่างร้ายแรง รายละเอียดของความผิดปกติที่ตรวจพบมีหลายประการ ได้แก่ การจัดกิจกรรมตามโครงการที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีการดำเนินการจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่กลับมีการจัดทำเอกสารและรายงานผลการดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมและหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ก่อให้เกิดการแข่งขันในการจัดซื้อจัดจ้างอย่างไม่เป็นธรรม และการตรวจรับพัสดุที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการส่งมอบจริง รวมถึงการเบิกจ่ายและโอนเงินที่มีเส้นทางการเงินไม่ชัดเจน ขาดเอกสารสนับสนุนที่น่าเชื่อถือ

สตง.ยังระบุด้วยว่า ความบกพร่องในการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายทางการเงินเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ประสิทธิผลของนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเพิ่มภาระทางการคลังในระยะยาว สตง. ตอกย้ำหลักการที่ว่าเงินแผ่นดินเป็นทรัพยากรของประชาชน จึงต้องใช้จ่ายอย่างโปร่งใส รอบคอบ และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินในยามวิกฤตที่จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุด

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

เพื่อให้สาธารณชนรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการฯ นี้มากขึ้น

สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลเชิงลึกโครงการฯ มานำเสนอแบบชัดๆ ณ ที่นี้

@ จุดเริ่มต้นโครงการฯ

มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.ศ. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 จำนวน 407,934,400 บาท ตามหนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุดที่ นร 0722/6584 ลงวันที่ 19 เมษายน 2565 เพื่อดำเนินการภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด 19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้

กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3,300 กลุ่ม ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 33,000 คน ดังนี้

1. เขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มเป้าหมาย 2,600 กลุ่ม ผู้เข้าร่วมโครงการ 26,000 คน จำนวน 20 จังหวัด

ได้แก่ 1) จังหวัดมุกดาหาร 2) จังหวัดร้อยเอ็ด 3) จังหวัดศรีสะเกษ 4) จังหวัดอุบลราชธานี 5) จังหวัดสุรินทร์ 6) จังหวัดขอนแก่น 7) จังหวัดอำนาจเจริญ 8) จังหวัดนครราชสีมา 9) จังหวัดอุดรธานี 10) จังหวัดยโสธร 11) จังหวัดบุรีรัมย์ 12) จังหวัดมหาสารคาม 13) จังหวัดเลย 14) จังหวัดชัยภูมิ 15) จังหวัดกาฬสินธุ์ 16) จังหวัดนครพนม 17) จังหวัดบึงกาฬ 18) จังหวัดหนองบัวลำภู 19) จังหวัดสกลนคร และ 20) จังหวัดหนองคาย

2. เขตพื้นที่ภาคใต้ กลุ่มเป้าหมาย 700 กลุ่ม ผู้เข้าร่วมโครงการ 7,000 คน จำนวน 13 จังหวัด

ได้แก่ 1) จังหวัดภูเก็ต 2) จังหวัดนครศรีธรรมราช 3) จังหวัดนราธิวาส 4) จังหวัดยะลา 5) จังหวัดตรัง 6) จังหวัดสตูล 7) จังหวัดปัตตานี 8) จังหวัดระนอง 9) จังหวัดพัทลุง 10) จังหวัดสุราษฎร์ธานี 11) จังหวัดกระบี่ 12) จังหวัดสงขลา และ 13) จังหวัดชุมพร

โดยจัดกิจกรรมที่ดำเนินการตามโครงการ จำนวน 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

  • กิจกรรมสร้างองค์ความรู้พัฒนาทักษะอาชีพเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19

  • กิจกรรมการนำความรู้ไปทดลองใช้ ปรับใช้ ประยุกต์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19

  • กิจกรรมการถอดบทเรียนและการขยายผลเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หลักสูตร ดังนี้

(1.) หลักสูตร "เลี้ยงปลาและปลูกพืชระบบอควาโปนิกส์"

(2.) หลักสูตร "การเพาะเห็ดครบวงจร"

(3.) หลักสูตร "การปลูกพืชสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจ"

(4.) หลักสูตร"เกษตรผสมผสาน"

ภาพการดำเนินงานโครงการฯ นี้ ของ มรภ.สารคาม

ภาพการดำเนินงานโครงการฯ นี้ ของ มรภ.สารคาม

@ การใช้จ่ายเงินงบประมาณในส่วนการซื้อสินค้า

การดำเนินงานโครงการฯ นี้ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม มีการจัดซื้อสินค้าเพื่อเป็นวัสดุฝึกอบรมภายใต้โครงการฯ จำนวน 3 สถานประกอบการ ได้แก่

  • 1. สกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด จำนวน 1,029 ครั้ง เป็นเงินจำนวนประมาณ 279,728,013 บาท

  • 2. บริษัท ร่ำซำ 2020 จำกัด (อ.เมือง จ.อุดรธานี) จำนวนประมาณ 150 ครั้ง เป็นเงินจำนวนประมาณ 48,683,982 บาท

  • 3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญทวีการเกษตร (อ.เมือง จ.อุดรธานี) จำนวนประมาณ 138 ครั้ง เป็นเงินจำนวน ประมาณ 41,446,885 บาท

โดยจัดซื้อวัสดุฝึกอบรมตามลักษณะการจัดฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่

1. หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น "เลี้ยงปลาและปลูกพืชระบบอควาโปนิกส์"

จัดซื้อสินค้า ได้แก่ ชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ กระชังบกขนาด 2*4*0.8 เมตร ปลาดุก อาหารปลาขนาดเล็ก อาหารหลาขนาดกลาง อาหารปลาขนาดใหญ่ ชุด pvc พร้อมข้อต่อกระชังบก บรรจุภัณฑ์ในการจำหน่าย (14*22 นิ้ว) ฉลากในการจำหน่ายและชุดเตรียมต้นกล้าปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

2. หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น "การเพาะเห็ดครบวงจร"

ชนิดสินค้าที่ซื้อ ได้แก่ วัสดุเพาะเห็ด(ขี้เลื่อย) ถุงเพาะเห็ด คอขวดพลาสติก จุกปิดถุงเห็ด สำลี อาหารเสริมเพาะเห็ด (รำละเอียด) อาหารเสริมเพาะเห็ด (ยิปซัม) อาหารเสริมเพาะเห็ด (ปูนขาว) อาหารเสริมเพาะเห็ด (ดีเกลือ) หัวเชื้อเห็ด เสาไม้ยูคา ไพรหญ้า แสลนดำ และไม้ไผ่

3. หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น "การปลูกพืชสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจ"

ชนิดสินค้าที่ซื้อ ได้แก่ กระชายขาว ขิง หญ้าหวาน ถุง Infuse ของนอก เครื่องชีลถุง อัญชัน มะกรุด ผงข้น ผงฟอง ลาโนลีน N8000 ขวดบรรจุ สติกเกอร์ติดขวด ขมิ้นชั้น มะขามเปียก กลีเซอรีนเหลว แม่พิมพ์ สารหอมระเหย แม่พิมพ์ และแอลกอฮอลล์ฉีดฟอง

4. หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น "เกษตรผสมผสาน"

ชนิดสินค้าที่ซื้อ ได้แก่ ปุ๋ยคอก หัวเชื้อจุลินทรีย์ แกลบดิบ มูลไก่หมัก เปลือกมันสำปะหลัง ขี้หม้อกรอง หินฟอสเฟต รำละเอียด กากน้ำตาล หัวเชื้อยีสต์ ถุงพลาสติกสีดำ ถังพลาสติก เทปกาว กระสอบ ข้าว ถุงบรรจุภัณฑ์ สติกเกอร์ กล้วย น้ำมัน ปลา ผงปรุงรส กระเทียม พริก น้ำตาล เศษปลา เกลือ ไข่เป็ด และสมุนไพร

อย่างไรก็ดี ในส่วนของสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด นั้น ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ประธานสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจโกสุมพิสัยว่าถูกกรรมการสหกรณ์รายหนึ่ง ปลอมแปลงลายมือเข้าทำสัญญาร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม หลังจากสหกรณ์ฯ ได้ถูกกรมสรรพากร ประเมินเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 27,456,872.61 บาท เนื่องจากมีรายได้จากการเข้าร่วมโครการฯ นี้ประมาณ 279,570,623 บาท

ทั้งที่ สหกรณ์ฯ ไม่เคยรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการฯ นี้ แต่อย่างใด 

โดยทรัพย์สินที่สรรพากรพื้นที่มหาสารคาม แจ้งยึด คือ โฉนดที่ดินเลขที่ 3326868 เลขที่ดิน 284 เนื้อที่โฉนด 1 ไร่ 2 งาน 0 ตารางวา และสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีชื่อสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด เป็นเจ้าของสหกรณ์ฯ

เบื้องต้น สหกรณ์ฯ ที่ได้มีการทำเรื่องคัดค้านการยึดทรัพย์สินดังกล่าว ระบุว่า อยู่ในระหว่างดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเอาผิดกับนาง ก.(ขอสงวนชื่อ)และเครือข่ายในข้อหาลักลอบนำชื่อสหกรณ์ฯไปทำนิติกรรม โดยปลอมลายมือชื่อประธานสหกรณ์ฯและปลอมแปลงเอกสารสหกรณ์ ด้วยการ กระทำดังกล่าว เป็นการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อทำการเบิกจ่ายเงินตามโครงการ ไม่มีการส่งของจริงตามเอกสารการซื้อขาย หลอกลวงทำนิติกรรมจนเป็นเหตุให้สหกรณ์ต้องค้างชำระค่าภาษีอากรดังกล่าว

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่า สรรพากรพื้นที่มหาสารคาม ชะลอการยึดทรัพย์สินดังกล่าวไปแล้วหรือไม่ และในขั้นตอนการปลอมแปลงเอกสารสหกรณ์ฯ มีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่

เอกสารสหกรณ์

เอกสารสหกรณ์

ทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ที่สำนักข่าว Next News สามารถรวบรวมมาได้ในขณะนี้

หากมีข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ เพิ่มเติมอีก สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โครงการวิจัย
มรภ.สารคาม
จัดซื้อจัดจ้าง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน
เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน