เปิดเบื้องหลัง ‘อนุทิน’ สั่งเอง ให้ สถ.แจ้งอปท.ยกเลิกชงโครงการชิงเค้กพรก.กู้เงิน 2 แสนล้าน หนังสือระบุชัดรายการจัดซื้อรถพยาบาลอีวี หวั่นเข้าทางพรรค ปชน.ปูดส่งแคตตาล็อกสินค้าให้ อปท.เลือก ส่อล็อกสเปก
สำนักข่าว Next News รายงานเบื้องหลังกรณีที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ยกเลิกการทำข้อเสนอโครงการการใช้เงินตามพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นการใช้เงินในส่วนโครงการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานทางเลือกวงเงิน 2 แสนล้านบาท จากก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน ทำหนังสือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอโครงการในการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานทางเลือกพร้อมแบบฟอร์มการเสนอโครงการ
แหล่งข่าวจาก สถ. เปิดเผยว่า ผู้ที่สั่งให้ สถ.แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้อปท.ยกเลิกการเสนอโครงการใช้เงินตามพ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากนายอนุทิน ทราบว่าก่อนหน้านี้ทาง สถ.และกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯทุกจังหวัดให้ อปท.เสนอโครงการมา แต่ปรากฏว่าอาจมีการล็อกสเปกครุภัณฑ์บางรายการ เนื่องจากมีการระบุถึงรายการที่ควรเสนอจัดซื้อจัดจ้าง เช่น รถตู้รถพยาบาลฉุกเฉินพลังงานไฟฟ้า (EV), รถกระบะรถพยาบาลฉุกเฉินพลังงานไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อใช้ในการออกให้บริการด้านสาธารณสุขเชิงรุกในหมู่บ้าน/ชุมชน
รายงานข่าวแจ้งว่า นายอนุทิน จึงมอบหมายให้นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่การกระทรวงมหาดไทย (อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และอดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) สอบถามไปยัง สถ.
โดยทาง สถ.ชี้แจงว่านายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือถึง สถ.เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 มอบหมายภารกิจให สถ.ประสาน รวบรวม และกลั่นกรองข้อเสนอโครงการของ อปท.ทุกแห่ง ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนรายการที่ระบุถึง รถพยาบาลฉุกเฉิน EV รถกระบะรถพยาบาลฉุกเฉิน EV นั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่างให้กับ อปท.เท่านั้น เมื่อนายอนุทิน ได้รับทราบรายงานแล้วจึงสั่งให้ สถ.แจ้งให้อปท.ยกเลิกการเสนอโครงการต่างๆ ทันที ทาง สถ.จึงมีคำสั่งด่วนให้ยกเลิก เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 โดยแบ่งเป็น 2 แผนงานหลัก คือ1.เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า เช่น โครงการไทยช่วยไทย พลัส วงเงิน 2 แสนล้านบาท และ 2.การปรับโครงสร้างพลังงานสู่อนาคต วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
หนังสือระบุว่า ด้วยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) แจ้งว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ข้อ 10 กำหนดว่า ในการเสนอโครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้วงเงินในแผนงานหรือโครงการที่ 1 และแผนงานหรือโครงการที่ 2 ให้หน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดทำรายละเอียดโครงการเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้พิจารณา สบน.จึงขอให้หน่วยงานที่มีแผนงานหรือโครงการที่สอดคล้องกับบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดฯ จัดทำข้อมูลรายละเอียดข้อเสนอแผนงานหรือโครงการตามแบบฟอร์มที่กำหนด โดยผ่านความเห็นชอบของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดก่อนจัดส่งแบบฟอร์มดังกล่าวให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
“ในการนี้ กระทรวงมหาดไทยขอมอบหมายภารกิจให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินการประสาน รวบรวม และกลั่นกรองข้อเสนอโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา) โดยขอให้จัดส่งแบบสรุปข้อเสนอแผนงานโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้กระทรวงมหาดไทย ภายในวันที่ 7 สิงหาคม 2569” หนังสือระบุ
นอกจากนี้ในวันเดียวกัน คือวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0211.6/ว 4505 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด เรื่อง การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
พร้อมสิ่งที่ส่งมาด้วย
1.สำเนาหนังสือคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่ กค(คกง.) 0907/ว 1 จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
2. สำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.2/ว 86 จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569
3.แบบฟอร์มข้อเสนอแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 1 ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
4. แบบฟอร์มข้อเสนอแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 ภายใต้พระราชกำหนดฯ
5.แนวทางการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการฯ ของจังหวัดที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยกำหนด
6.แบบฟอร์มสรุปข้อเสนอแผนงานโครงการ
ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวระบุว่า กระทรวงมหาดไทยขอให้จังหวัดพิจารณาจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ อาทิ แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งจัดการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป, โครงการเพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที้งนี้ ต้องเป็นโครงการที่มีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันทีภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจาก ครม.
และเป็นโครงการที่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 และเบิกจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570
“ขอให้จังหวัดพิจารณาจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการตามแบบฟอร์มที่ 1 และ/หรือ แบบฟอร์มที่ 2 พร้อมจัดเรียงลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการ และจัดส่งให้สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดี สถ. ขณะนั้น มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด เรื่อง การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยอ้างถึง หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0211.6/ว 4505 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 พร้อมสิ่งที่ส่งมาด้วย คือ 1. แนวทางการเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ 2. แบบฟอร์มข้อเสนอแผนงานหรือโครงการ 3.รายชื่อผู้ประสานงานการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการ
หนังสือระบุว่า สบน.ขอให้หน่วยงานที่มีแผนงานหรือโครงการที่สอดคล้องกับบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดฯ จัดทำข้อมูลรายละเอียดข้อเสนอแผนงานหรือโครงการตามแบบฟอร์มที่กำหนด โดยผ่านความเห็นชอบของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดก่อนจัดส่งแบบฟอร์มดังกล่าวให้สบน. รวมทั้งขอให้กรอกข้อมูลรายละเอียดแผนงานหรือโครงการในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามที่ สบน.กำหนด ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้จังหวัดพิจารณาจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้กำหนด โดยขอให้จัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการตามแบบฟอร์มที่กำหนด ส่งให้กระทรวงมหาดไทย ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ทั้งนี้ กรณีโครงการที่ อปท.เป็นหน่วยดำเนินการ กำหนดให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามแนวทางที่ สถ.กำหนด ซึ่งจะแจ้งประสานจังหวัดทราบต่อไปนั้น
หนังสือระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ สำหรับ อปท. เป็นไปตามข้อกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางที่ทางราชการกำหนด ขอให้จังหวัดพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1. แจ้ง อปท.ที่มีความประสงค์จะเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ จัดทำข้อเสนอให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 ดังนี้
1.1 บันทึกข้อเสนอแผนงานหรือโครงการผ่านระบบระบบสารสนเทศเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (SOLA) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าอปท.ไม่มีความประสงค์ที่จะเสนอแผนงานหรือโครงการ
1.2 จัดทำเอกสารข้อเสนอแผนงานหรือโครงการตามแบบฟอร์มที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้กำหนด
1.3 นำเข้าไฟล์ (Upload) แบบฟอร์มข้อเสนอแผนงานหรือโครงการ พร้อมกับรายละเอียดประกอบข้อเสนอแผนงานหรือโครงการในระบบ SOLA ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
2.ให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดรวบรวมข้อเสนอแผนงานหรือโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อ 1 ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อเสนอ แล้วนำเสนอคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565
“3.ให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดจัดทำแบบรายงานสรุปผลการพิจารณาในรูปแบบไฟล์ข้อมูล (Excel และ PDF) ส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] พร้อมกับรวบรวมข้อเสนอแผนงานหรือโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.บ.จ. จัดส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเอกสาร 2 ชุด ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรวบรวมเสนอกระทรวงมหาดไทยต่อไป”หนังสือระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี) รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
โดยอ้างถึง หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.6/ว 2882 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569 และสิ่งที่ส่งมาด้วย รายการตัวอย่างการเสนอขอโครงการฯ
หนังสือระบุว่า ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีหนังสือแจ้ง เรื่อง การจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รายละเอียดตามอ้างถึง นั้น
“กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้ว จึงขอความร่วมมือจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประสงค์และมีความพร้อมจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ สามารถจัดทำแผนงานหรือโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้ เช่น โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ณ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโครงการครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้บริการสาธารณสุข ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) เช่น รถพยาบาล (รถตู้) พลังงานไฟฟ้า (EV) รถพยาบาลฉุกเฉิน (รถกระบะ) พลังงานไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อใช้ในการออกให้บริการด้านสาธารณสุขเชิงรุกในหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นต้น” หนังสือระบุ
ทั้งนี้ ให้อปท. แนบหลักฐานใบเสนอราคาจากผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย อย่างน้อย 3 ราย นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ อาทิ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ระบบ (Solar Rooftop) ขนาด 1 เฟส 3 กิโลวัตต์ ราคาต่อหน่วย 129,000 บาท, ขนาด 1 เฟส 5 กิโลวัตต์ ราคาต่อหน่วย 188,000 บาท , ขนาด 3 เฟส 5 กิโลวัตต์ ราคาต่อหน่วย 207,000 บาท, ขนาด 3 เฟส 10 กิโลวัตต์ ราคาต่อหน่วย 303,000 บาท, ขนาด 3 เฟส 15 กิโลวัตต์ ราคาต่อหน่วย 416,000 บาท และขนาด 3 เฟส 20 กิโลวัตต์ ราคาต่อหน่วย 473,000 บาท

หนังสือ สถ.

ข้อมูลประกอบ

ข้อมูลประกอบ
ขณะที่พรรคประชาชน (ปชน.) โดยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค แถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่าการใช้เงินตามพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมโชว์เอกสารที่ส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าเหมือนแคตตาล็อกรายการสินค้าให้ท้องถิ่นเลือก อาทิ รถขยะ EV, และการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อกสเปกเตรียมผู้จำหน่ายสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตเรื่องการเสนอโครงการใช้เงินตามพ.ร.ก.กู้เงิน ที่ สถ.ให้อปท.เสนอมา เมื่อนายอนุทินให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และได้รับรายงานว่าข้อมูลใกล้เคียงกับที่พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกต จึงสั่งให้ยกเลิก จึงเป็นที่มาของคำสั่งของนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มีหนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ให้ยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น




