News Logo
หน้าแรก
น้ำมันแพงดันค่าครองชีพพุ่งในรอบ 3 ปี คน'กทม.-ใต้' อ่วม! แบกภาระหนักสุด

น้ำมันแพงดันค่าครองชีพพุ่งในรอบ 3 ปี คน'กทม.-ใต้' อ่วม! แบกภาระหนักสุด

23 ก.ย. 2569 14:51
ผู้ชม 26 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

นักวิชาการเผยราคาน้ำมันแพงดันดัชนีค่าครองชีพครัวเรือนไทยไตรมาส 2/69 แตะ 114.4 สูงสุดในรอบ 3 ปี คนกรุงเทพฯหนักสุด แบกภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มกว่า 10,170 บาทต่อไตรมาส เฉลี่ยกว่า 3,000 บาทต่อเดือน

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการและอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผย“ดัชนีค่าครองชีพครัวเรือนไทย” (Thailand Household Cost of Living Index: CLI) เป็นครั้งแรก เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของภาระค่าใช้จ่ายที่ครัวเรือนไทยต้องแบกรับ โดยจัดทำทั้งในระดับประเทศและรายภูมิภาค

การจัดทำดัชนี CLI มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มข้อมูลจากอัตราเงินเฟ้อที่เผยแพร่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่สามารถสะท้อนให้เห็นโดยตรงว่าครัวเรือนในแต่ละพื้นที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยเพียงใด และต้องแบกรับภาระค่าครองชีพในระดับใด

สำหรับผลการคำนวณดัชนี CLI ไตรมาส 3/2569 และการคาดการณ์ไตรมาส 4/2569 โดยใช้ปี 2566 เป็นปีฐาน พบว่า ภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 2 โดยดัชนีอยู่ที่ 114.4 เพิ่มขึ้น 14.5% จากไตรมาสแรก และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

จากนั้นไตรมาส 3 ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ 110.9 หรือลดลง 3.5% จากไตรมาส 2 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในช่วงวันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 2569

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าไตรมาส 4 ดัชนี CLI จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 111.8 เพิ่มขึ้น 0.9%จากไตรมาส 3 ตามแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ผลกระทบจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 26.6% ในไตรมาส 2 จากไตรมาสแรก ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 7 เท่าในไตรมาส 2 และยังอยู่ในระดับสูงกว่าไตรมาสแรก 6.1 เท่าในไตรมาส 3 และคาดว่าจะสูงกว่า 6.5 เท่าในไตรมาส 4

คนกรุง-คนใต้แบกภาระมากสุด

ในไตรมาสที่ 2 ครัวเรือนไทยมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 8,362.4 บาทต่อครัวเรือนต่อไตรมาส และค่าใช้เพิ่มเป็น 7,648.8 บาทต่อครัวเรือนในไตรมาส 4 เมื่อพิจารณารายภูมิภาคในไตรมาสที่ 2พบว่า ครัวเรือนในกรุงเทพและปริมณฑล  และภาคใต้ มีภาระค่าครองชีพสูงที่สุดของประเทศ โดยครัวเรือนกรุงเทพและปริมณฑลมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10,170.3 บาทต่อครัวเรือน

ตามด้วยภาคใต้ 8,960.9 บาทต่อครัวเรือนต่อไตรมาส หรือ 2,987 บาทต่อเดือน ขณะที่ภาคกลางมีภาระเพิ่มขึ้น 8,617.1 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,872.4 บาทต่อเดือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น 7,083.7 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,361.2 บาทต่อเดือน และภาคเหนือเพิ่มขึ้น 7,043.5 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,347.8 บาทต่อเดือน เมื่อเฉลี่ยทั้งประเทศ พบว่า ครัวเรือนไทยมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 8,362.4 บาทต่อครัวเรือนต่อไตรมาส หรือเฉลี่ย 2,787.5 บาทต่อเดือน โดยภาระที่เพิ่มขึ้นเกือบ 50% มาจากค่าเดินทางและขนส่ง รองลงมาคืออาหารและเครื่องดื่ม 23.9% และที่อยู่อาศัย 16.4%

SMEs เกษตรกร และพนักงานประจำเดือนร้อนสุด

เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร และพนักงานประจำ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับอาชีพอื่น จากผลของราคาน้ำมันและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พนักงานประจำและผู้ประกอบการ SMEs เป็นกลุ่มที่แบกรับภาระค่าครองชีพสูงสุด ขณะที่ในภูมิภาคอื่นของประเทศ ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรผู้ปลูกพืช ผู้เลี้ยงสัตว์ และผู้ประกอบอาชีพประมง เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านค่าครองชีพสูงสุดในต่างจังหวัด

ทั้งนี้ นายอัทธ์ ได้เสนอแนวทางเชิงนโยบาย 7 ข้อ โดยรัฐบาลควรติดตามดัชนีค่าครองชีพรายไตรมาส แยกตามภูมิภาค อาชีพ และระดับรายได้ เพื่อกำหนดค่าจ้าง สวัสดิการ และมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกับภาระที่ครัวเรือนเผชิญจริง นอกจากนี้ควรให้ความช่วยเหลือแตกต่างกันตามภูมิภาค   กทม.และปริมณฑลควรเน้นค่าเดินทางและค่าโดยสาร ส่วนภาคใต้ควรลดต้นทุนขนส่งสินค้าและพลังงาน ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือควรช่วยเกษตรกรด้านน้ำมัน เครื่องจักร ปัจจัยการผลิต และการขนส่งผลผลิต ขณะเดียวกัน ควรลดต้นทุนปุ๋ย อาหารสัตว์ พลังงาน และโลจิสติกส์ พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งถูกส่งผ่านไปยังราคาอาหารมากเกินไป นอกจากนี้ควรช่วย SMEs ลดต้นทุนแทนการควบคุมราคา จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดค่าไฟฟ้าและต้นทุนขนส่งชั่วคราว รวมถึงสนับสนุนการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ SMEs ไม่ต้องผลักภาระทั้งหมดไปยังราคาสินค้าและบริการ พร้อมลดภาระค่าที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค ช่วยค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มแบบกำหนดเพดานการใช้ ให้ประโยชน์แก่ครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลาง โดยไม่อุดหนุนครัวเรือนที่ใช้พลังงานสูงเกินความจำเป็น 

อย่างไรก็ดี ควรใช้มาตรการเงินช่วยเหลือแบบเจาะจง ซึ่งเงินช่วยเหลือควรพิจารณาทั้งรายได้ อาชีพ ภูมิภาค และสัดส่วนค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่ควรแจกเท่ากันทั่วประเทศ เพราะภาระค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน และควรติดตามว่าสินค้ารายการใดปรับราคาสูงกว่าต้นทุนจริง ตรวจสอบค่าการตลาดและค่าขนส่ง โดยเฉพาะอาหาร น้ำมัน และสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ไม่ควรใช้การควบคุมราคาจนทำให้สินค้าขาดตลาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ
ค่าครองชีพสูง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศาลฎีกา' ยืนยัน 'ปธ.แผนกคดีเลือกตั้ง' ไม่เคยเข้าพบอดีตนักการเมือง น.
'ศาลฎีกา' ยืนยัน 'ปธ.แผนกคดีเลือกตั้ง' ไม่เคยเข้าพบอดีตนักการเมือง น.