'ผู้การเด็ด' พ.อ.ป้องรัฐ แย้มงามเรียบ ผบ.กรม ทพ.11 เตรียมทหาร รุ่น 42 ประสบอุบัติเสียชีวิตจากภารกิจฝึกร่วมโดดร่มกับกองทัพเรือที่สัตหีบ เป็นบุตรชาย พล.ท.ชัชพัชร ด้านสถิติโลกระบุอัตราความเสี่ยงเสียชีวิตจากการโดดร่มเฉลี่ยประมาณ 0.0011% หรือ น้อยกว่า 1 ต่อ 1 แสนครั้ง
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 กรมทหารพรานที่ 11 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ พ.อ.ป้องรัฐ แย้มงามเรียบ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 1 (ผบ.กรม ทพ.11) ประสบอุบัติจากภารกิจโดดร่ม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยทางกรมทหารพรานที่ 1 ได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กเพจของกรม ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ พ.อ.ป้องรัฐ ขอกุศลผลบุญนำดวงวิญญาณท่านสู่สุคติ

พ.อ.ป้องรัฐ แย้มงามเรียบ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 1 (ผบ.กรม ทพ.11)
นอกจากนั้น เพจ Mi-17V5 Team Thailand ได้แสดงความอาลัยต่อจากการไปของ พ.อ.ป้องรัฐ โดยระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่คิดเลยว่าภารกิจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในวันนั้นจะเป็นภารกิจสุดท้ายที่ทีมได้ร่วมงานกับ พ.อ.ป้องรัฐ
“ผู้การอยู่บนเครื่องกับพวกเราตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบภารกิจ คำพูดที่ยังจำได้ของท่านคือ ‘กูเป็นนักกระโดดร่มนะ แต่นั่ง Mi-17 บินภารกิจนี้กูยังกลัวเลย บินกันเก่งมาก’”
ขณะที่ เฟซบุ๊กเพจ Wassana Nanuam ระบุว่า พ.อ.ป้องรัฐ เป็นนักเรียนเตรียมทหาร 42 ซึ่งผ่านมาหลายหลักสูตร โดยเฉพาะกระโดดร่มแบบต่างๆ ปีกที่หน้าอกสะท้อนความสามารถ และจิตใจที่กล้าหาญ เป็นทหารสายคอมแมนด์เต็มภาคภูมิ จากทหารเสือราชินีที่ตอนฝึกก็เป็นผู้นำของ ‘เสือฯ 16’ นามเรียกขาน ‘หัวหน้า201’ เก่งทั้งโดดร่ม ดำน้ำ
‘ผู้การเด็ด’ เป็นนายทหารลักษณะดี เท่ สมาร์ท แบบทหารเสือฯ และเป็นผู้บังคับบัญชาที่รักและให้เกียรติลูกน้อง โดยเฉพาะในการฝึกจะถือว่าทุกคนเท่ากัน ด้วยความสามารถ และลักษณะทางทหารทำให้ พ.อ.ป้องรัฐ ขึ้นแท่นดาวรุ่งในรุ่น ตท.42 และเป็นความภาคภูมิใจของ พล.ท.ชัชพัชร แย้มงามเรียบ บิดา ผู้เป็นทหารนักรบเช่นกัน ซึ่งตั้งชื่อว่า ป้องรัฐ เพราะรู้ว่า ลูกชายคนนี้จะต้องสืบสายเลือดทหาร
น.ส.วาสนา นาน่วม เจ้าของเพจ Wassana Nanuam ระบุอีกว่า พ.อ.ป้องรัฐเป็นนายทหารที่อนาคตสดใสในสายทหารเสือฯ ก่อนมาเติบโตใน พล.ร.11 กองพล Stryker และเป็น ผบ.พัน ร.111 พัน 3 ก่อนที่ปี 2568 จะรับภารกิจสำคัญให้ลงไปชายแดนใต้ และเป็น ผบ.กรมทหารพราน 11 ถือเป็นตัวแทนจากทัพภาค 1 ที่เขาภูมิใจ และชอบสวมเครื่องแบบนักรบชุดดำอย่างมาก
“เพื่อนพี่น้อง และผู้ใต้บังคับบัญชาต่างอาลัยจากการจากไปจากภารกิจการกระโดดร่ม ที่สัตหีบ ชลบุรี ซึ่งเป็นความถนัด และความถนัดของ ผู้การเด็ด เลยทีเดียว แต่สิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้นได้เสมอ ท่ามกลางภาวะลมแรง”
พ.อ.ป้องรัฐ เพิ่งเป็นผู้นำในภารกิจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฮาลา-บาลา ที่ถูกช้างป่าทำร้ายกลางป่าลึกที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โดยระดมกำลังหลายหน่วย พร้อม ฮ. MI-17 ทบ. และทีมแพทย์ทหารชายแดนใต้เข้ากู้ภัยทางอากาศช่วยชีวิตด้วยความยากลำบาก เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
“พี่เคยพบน้องเด็ด 2 ครั้ง ครั้งแรกน่าจะร้อยเอก และอีกครั้งตอนพันตรี ค่อยส่องดูชื่อน้องในโผมาตลอด ดีใจที่น้องก้าวหน้า เพราะตอนเจอกันพี่ก็คุยแต่เรื่องคุณพ่อ เล่าวีรกรรมคุณพ่อ สมัยพี่ทำข่าวท่าน และคุยเรื่องการมาเป็นทหาร พี่บอกว่าชื่อเพราะ ความหมายดีมาก เหมาะที่มาเป็นทหารแบบพ่อ
“ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสรวงสวรรค์ได้โอบอุ้มน้องด้วยปุยเมฆนุ่มๆ ไว้อย่างอบอุ่น และไม่เจ็บปวด ไปเป็นเทวดาบนฟ้าบนเวหาที่สวยงาม กว้างใหญ่ที่น้องในฐานะทหารเสือฯ นักโดดร่มรัก และไปสู่สุคตินิจนิรันดร์ Rest In Peace”
อย่างไรก็ตาม Next News ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 11 ซึ่งกำลังเตรียมการเกี่ยวกับพิธีศพ พ.อ.ป้องรัฐ ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า การโดดร่มที่ทำให้ พ.อ.ป้องรัฐ ประสบอุบัติเสียชีวิตเป็นการฝึกร่วมระหว่างหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 กับกองทัพเรือ ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
สำหรับอุบัติเหตุจากการโดดร่มและพลรมเสียชีวิตในประเทศไทยไม่มีฐานข้อมูลหรือการบันทึกสถิติไว้อย่างเป็นทางการ มีเพียงรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น ในปี 2563 มีชาวเดนมาร์กเสียชีวิตขณะโดดร่มใกล้ จ.ชลบุรี จากสาเหตุร่มไม่กางและร่มสำรองไม่ทันช่วยขณะโดดจากเครื่องบิน อีกกรณีชายชาวอังกฤษ วัย 33 ปีเสียชีวิตที่พัทยา จ.ชลบุรี สาเหตุเกิดจากร่มไม่เปิดหลังจากกระโดดจากดาดฟ้าตึกสูง
ในขณะที่ภาพรวมทั่วโลกข้อมูลระบุว่า มีการโดดร่มประมาณ 6–7 ล้านครั้งต่อปี (ทั้งแบบ solo ที่โดดคนเดียวและ tandem ที่มีครูฝึกร่วมด้วย) โดยอัตราการเสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 0.003% ต่อครั้งโดด ซึ่งหมายความว่าประมาณ 1 คนต่อ 33,000 ครั้งโดด จะมีเหตุการณ์เสียชีวิตในระดับทั่วไป (ตามตัวเลขปี 2569)
ข้อมูลในสหรัฐฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตประมาณ 10–20 คนต่อปี มีจำนวนการกระโดดมากกว่า 3–4 ล้านครั้งต่อปี มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 0.28–0.39 คน ต่อ 100,000 ครั้ง หรือประมาณ 1 ใน 250,000 ครั้ง นอกจากนั้น จากงานวิจัยระบุว่าอัตราความเสี่ยงเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 0.0011% หรือ น้อยกว่า 1 ต่อ 100,000 ครั้ง โดยสาเหตุหลักๆ การเสียชีวิตจากโดดร่มไม่ใช่ปัญหาร่มล้วนๆ แต่เกี่ยวกับข้อผิดพลาดของมนุษย์ การตีวงร่มในระยะต่ำ การชนกันของร่มกับสิ่งอื่น หรือสภาพอากาศแปรปรวน
อย่างไรก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 ที่ พ.อ.ป้องรัฐ สังกัดจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 เพื่อเสริมกำลังรักษาความมั่นคงและทดแทนกำลังหลักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะใน อ.แว้ง และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส กองทัพบกมอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 จัดตั้งและควบคุมกำลังพล โดยมีที่ตั้งกองบังคับการหลักอยู่ที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส
ข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงานครบ 14 ปี เมื่อเดือนกันยายน 2568 ระบุว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 มีภารกิจหลักในการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อควบคุมพื้นที่ ลดเหตุการณ์ความไม่สงบ และป้องกันการก่อเหตุรุนแรง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานฝ่ายพลเรือน ตำรวจ และองค์กรท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านการพัฒนาและการบรรเทาสาธารณภัย
ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนใต้ ทั้งการลาดตระเวนเชิงรุก การป้องกันการลักลอบข้ามแดน การดูแลความปลอดภัยของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจกับชุมชนในท้องถิ่น
ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊กเพจ: Mi-17V5 Team Thailand
ข้อมูลอ้างอิง:
• March 9, 2026 - Skydiving Statistics 2026: Safety Rates, Global Trends & Real Data. Sky Drive Guides
• Jan 10, 2023 - Recreational Skydiving—Really That Dangerous? A Systematic Review. MDPI




