อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง "เฮียม้อ" อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ข้อหาร่วมกันสร้างราคาหุ้น MORE -ฉ้อโกง ล่าสุดศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ชี้พฤติการณ์ร้ายแรงและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ณ สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 ถนนรัชดาภิเษก อัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้องนายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือ "เฮียม้อ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มอร์ รีเทิร์น (MORE) และ น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC) ต่อศาลอาญาในข้อหาร่วมกันสร้างราคาหุ้น MORE และฉ้อโกง
ทั้งสองผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE โดยมีลักษณะต่อเนื่องกัน เพื่อให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด นอกจากนี้ยังถูกฟ้องในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5
ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ผู้ต้องหาทั้งสองรายไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการตามนัด ทำให้อัยการต้องแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ติดตามตัว อย่างไรก็ตาม ในเวลา 13.30 น. นายอมฤทธิ์และ น.ส.ปุณฑรีก์ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ โดยพยายามหลบเลี่ยงสื่อมวลชน ก่อนที่พนักงานอัยการจะนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในเวลาต่อมา
สำหรับนายสมนึก กยาวัฒกิจ ผู้ต้องหาอีกรายในคดีเดียวกันนี้ มีกำหนดนัดเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม เนื่องจากนายสมนึกได้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการที่พนักงานอัยการไม่ยอมสอบสวนเพิ่มเติมตามคำร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการคดีพิเศษ
ภายหลังศาลประทับรับฟ้องและผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี ศาลได้ออกหมายขัง โดยพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ศาลให้เหตุผลในการไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.ปุณฑรีก์ (จำเลยที่ 1) ว่าจากรายงานการสอบสวนของ DSI พบว่าจำเลยที่ 1 รู้จักสนิทสนมกับจำเลยที่ 2 (นายอมฤทธิ์) และจัดอยู่ในกลุ่มตัวการที่ร่วมกันคิดแนวทางและวางแผนการซื้อขายหุ้น มีการติดต่อสื่อสารและมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันจำนวนมาก เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมกระทำกับจำเลยที่ 2 ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 1 จะหลบหนี
สำหรับนายอมฤทธิ์ (จำเลยที่ 2) ศาลพิจารณาว่าจำเลยที่ 2 จัดอยู่ในกลุ่มตัวการที่ร่วมกันคิดแนวทางและวางแผนการซื้อขายหุ้น สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณความต้องการซื้อขายที่แท้จริงตามสภาพตลาดปกติ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง อีกทั้งกระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นในระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พฤติการณ์นับว่าร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 2 จะหลบหนี ส่วนเหตุผลเรื่องอาการเจ็บป่วย จำเลยที่ 2 มีสิทธิร้องขอให้ได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเช่นกัน




