News Logo
หน้าแรก
กสม.จี้ ก.ตร.แก้กฎห้ามคนพิการรับราชการตำรวจ ชี้เข้าข่ายเลือกปฏิบัติ

กสม.จี้ ก.ตร.แก้กฎห้ามคนพิการรับราชการตำรวจ ชี้เข้าข่ายเลือกปฏิบัติ

8 พ.ค. 2569 16:18
ผู้ชม 35 คน

กสม. เสนอ ก.ตร. แก้กฎห้ามคนพิการเข้ารับราชการตำรวจ ชี้ไม่ควรใช้ความพิการเป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิ

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 16/2569 โดยเปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากอดีตข้าราชการตำรวจรายหนึ่ง ซึ่งพิการทางการเคลื่อนไหวจากการสูญเสียขาซ้ายตั้งแต่ระดับเข่าลงไปภายหลังเข้ารับราชการ ก่อนสมัครสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งพนักงานสอบสวน และสามารถผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกมีมติไม่รับผู้สมัครรายดังกล่าว เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามตามประกาศรับสมัครและกฎที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าการกำหนดให้ “ความพิการ” เป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการตำรวจ ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2566 อาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ

กสม. ได้ศึกษาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน งานวิจัย แนวคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนแบ่งประเด็นพิจารณาออกเป็น 3 ส่วน

ประเด็นแรก เรื่องการกำหนดความพิการเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการตำรวจ กสม. เห็นว่า รัฐธรรมนูญห้ามการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการ ขณะที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ก็กำหนดห้ามหน่วยงานรัฐออกมาตรการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งกำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมการจ้างงานคนพิการอย่างเหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD)

แต่กฎ ก.ตร. ข้อ 2 (14) ที่ระบุว่า “การมีร่างกายผิดปกติ พิกลรูป หรือพิการ” เป็นลักษณะต้องห้าม กลับใช้เกณฑ์ทางกายภาพแบบเหมารวม โดยไม่ได้พิจารณาความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละบุคคล ส่งผลให้เกิดการตัดสิทธิคนพิการโดยไม่คำนึงถึงศักยภาพที่แท้จริง จึงถือเป็นมาตรการที่ขัดต่อหลักการไม่เลือกปฏิบัติ

ประเด็นที่สอง เรื่องข้อยกเว้นในการเลือกปฏิบัติ กสม. เห็นว่า แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา 27 วรรคห้า จะเปิดช่องให้มีข้อยกเว้นได้ หากมาตรการนั้นมีความจำเป็น เหมาะสม และสัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะงาน โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องใช้สมรรถภาพทางกายหรือมีเงื่อนไขด้านความปลอดภัย แต่การใช้ข้อยกเว้นดังกล่าวต้องประเมินเป็นรายกรณี และต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าความพิการเป็นอุปสรรคโดยตรงต่อการทำหน้าที่

อย่างไรก็ตาม กฎ ก.ตร. ฉบับปัจจุบันกลับกำหนดลักษณะต้องห้ามครอบคลุมทุกสายงาน และตัดสิทธิผู้สมัครจากสภาพความพิการโดยไม่พิจารณาผลการทดสอบหรือความสามารถเฉพาะบุคคล อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานรองรับอย่างชัดเจนว่าความพิการของผู้สมัครเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้น จึงไม่อาจถือเป็นมาตรการที่ได้สัดส่วนตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนประเด็นที่สาม เรื่องสิทธิในการได้รับการอำนวยความสะดวกที่สมเหตุสมผล กสม. เห็นว่า การใช้อุปกรณ์ช่วยความพิการหรือกายอุปกรณ์ เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเสริมสมรรถภาพ เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตและทำงานได้ใกล้เคียงบุคคลทั่วไป ไม่ใช่การได้เปรียบเหนือผู้อื่น ดังนั้น ในกระบวนการคัดเลือกเข้ารับราชการ ควรอนุญาตให้ผู้สมัครใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม และไม่ควรใช้เป็นเหตุในการตัดสิทธิ

นอกจากนี้ กสม. ยังพบความไม่สอดคล้องภายในกฎ ก.ตร. ฉบับเดียวกัน โดยข้อ 4 (2) กำหนดให้การพิจารณากรณีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ต้องประเมินจากลักษณะความบกพร่องร่วมกับหน้าที่ในตำแหน่งเป็นรายกรณี ขณะที่ข้อ 2 (14) กลับกำหนดลักษณะต้องห้ามจากสภาพความพิการแบบทั่วไป โดยไม่มีหลักเกณฑ์ประเมินศักยภาพรายบุคคล ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องระหว่างเกณฑ์รับเข้าราชการกับเกณฑ์ให้ออกจากราชการ

ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของ กสม. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติเสนอแนะไปยังคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้แก้ไขข้อ 2 (14) ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ โดยให้คำนึงถึงความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับตำแหน่งเป็นสำคัญ และห้ามใช้สภาพความพิการเป็นเหตุในการตัดสิทธิ เว้นแต่จะมีผลประเมินทางการแพทย์ยืนยันอย่างชัดเจนว่าความบกพร่องนั้นเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่

พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ปรับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการตำรวจ โดยออกแบบการทดสอบและการประเมินสมรรถภาพให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของคนพิการ รวมถึงจัดให้มีมาตรการอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงกระบวนการคัดเลือกได้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรมตามลักษณะความจำเป็นเฉพาะบุคคลด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSI รวบหนุ่มปลอมเว็บโรงแรม หลอกผู้เสียหายโอนค่าที่พัก
DSI รวบหนุ่มปลอมเว็บโรงแรม หลอกผู้เสียหายโอนค่าที่พัก