ตร.คุมเข้มหนุ่มจีนฝากขังศาลพัทยา คดีซุกอาวุธปืน-ระเบิด หวั่นโยงเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ เจ้าตัวบ่นอยากตายทั้งคืน ยอมรับสารภาพทุกข้อหา ค้นบ้านอดีตเมียที่คลองสามวาไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี ได้นำตัว นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาในวันนี้ ด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยจัดรถสายตรวจนำขบวนและประกบรถผู้ต้องหาตลอดเส้นทาง เนื่องจากประเมินว่าคดีมีความละเอียดอ่อนและอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังมีภาวะเครียดสะสมและเข้าข่ายซึมเศร้า บ่นอยากตายตลอดทั้งคืน เจ้าหน้าที่จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา
สำหรับภูมิหลังของคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบอาวุธปืนและซองกระสุนภายในรถ จากนั้นจึงมีการนำตัวผู้ต้องหาไปค้นบ้านพักในซอยห้วยใหญ่ และพบการสะสมอาวุธสงครามจำนวนมาก ประกอบด้วย ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 2 กระบอก, กระสุนปืน 5.56 มม. จำนวน 763 นัด, ดินระเบิด C4 น้ำหนักรวม 4,832.4 กรัม, กับดักระเบิดสังหารบุคคล (POMZ2) ของรัสเซีย 4 ลูก, ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้างแบบ BA/WA 4 ลูก, ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้างแบบ K75 ของเกาหลี 1 ลูก, ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้างแบบ M6/01 ของเมียนมา 1 ลูก รวมถึงเชื้อปะทุไฟฟ้า, ชุดรีโมทรับ-ส่ง, เสื้อเกราะกันกระสุน 3 ตัว, หน้ากากกันแก๊สพิษ 2 อัน และน้ำมันเบนซิน 4 ถัง
จากการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ได้เข้าตรวจสอบบ้านพักในย่านถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.จันทิมา อดีตภรรยาของนายหมิงเฉิน ซัน โดยเธอให้การว่าเคยจดทะเบียนสมรสกับนายหมิงเฉินเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 และจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 หลังจากหย่าก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย การตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายใดๆ
ในส่วนของหญิงสาวที่ปรากฏในภาพช่วงเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงเพื่อนที่นายหมิงเฉินรู้จักกันระหว่างท่องเที่ยวที่ไต้หวัน และทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว ก่อนที่หญิงสาวจะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยและให้ผู้ต้องหาพาเที่ยวในพื้นที่พัทยา ทั้งสองพักแยกห้องกันในบ้านพัก และหญิงสาวมีตั๋วเครื่องบินเตรียมเดินทางกลับประเทศในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ทำให้ขณะนี้ตำรวจยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงหญิงสาวกับอาวุธสงครามหรือวัตถุระเบิดที่ตรวจพบ
ด้านพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งรัดสอบสวนคดีในทุกมิติ ทั้งในเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทีมสืบสวนประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจสืบสวนภาค 2, ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี, หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สถานทูตจีน และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
จากการสอบประวัติของ นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าว เดือนละ 38,000 บาท โดยมาอาศัยได้ประมาณ 2 ปี ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศไทย พบว่าเข้ามาประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.2020 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นก็เดินทางเข้าๆออกๆ ประเทศไทยบ่อยครั้ง และล่าสุด เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 โดย ใช้ "วีซ่าอีกริต" คือ การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในกรณีที่ถือวีซ่าระยะยาว (เช่น วีซ่าทำงาน, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าเกษียณ) ซึ่งวีซ่ามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี
นอกจากนี้ยังว่า นาย หมิงเฉิน ซัน มีพาสปอร์ตทั้งประเทศจีน และ ประเทศกัมพูชา รวมถึง มีบัตรประจำตัวไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) อีกทั้งยังมีว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีชื่อเป็นผู้ผักอาศัย อยู่ในทะเบียนบ้านเลข 49/458 ชอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร แถมยังมีเลขประจำตัวประชาชน ระบุเลข 6-1046-00003-42-8 โดยย้ายบ้านเลขที่ มาจาก บ้านเลขที่ 10/8 หมู่ที่ 9 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อ 14 พ.ย. 2566 ซึ่งตำรวจอยู่ในระหว่างข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ขณะเพื่อนบ้านในพื้นที่ต่างตกใจเป็นอย่างมากเมื่อทราบข่าวการพบวัตถุอันตรายในบ้านของนายหมิงเฉิน ซัน ซึ่งปกติเป็นคนอัธยาศัยดีและชอบทักทายผู้อื่น















