News Logo
หน้าแรก
ตม.สั่งเชือด! ชายจีนถีบช่องตรวจออโต้ ขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าไทยตลอดชีวิต

ตม.สั่งเชือด! ชายจีนถีบช่องตรวจออโต้ ขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าไทยตลอดชีวิต

14 พ.ค. 2569 21:38
ผู้ชม 2 คน

ตม.สั่งเชือด! ชายจีนหัวร้อนถีบช่องตรวจออโต้ ซ้ำด่าเจ้าหน้าที่ ถูกเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าไทยตลอดชีวิต

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.) โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยถึงกรณีชายชาวจีนก่อเหตุใช้เท้าถีบประตูช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control) และด่าทอเจ้าหน้าที่ ตม.ขาออก ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเอาผิดและมีคำสั่งขั้นเด็ดขาด โดยนายลีเว่ย เซง (LIWEI ZHENG) ชาวจีน ผู้ก่อเหตุ ถูกแจ้งข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้สั่งการให้เพิกถอนวีซ่าของนายลีเว่ย พร้อมขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศไทยตลอดชีวิต และจะผลักดันกลับประเทศเมื่อสิ้นสุดคดี

พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะที่นายลีเว่ย อายุประมาณ 30 ปี กำลังเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อโดยสารเที่ยวบิน 9C7282 ไปประเทศจีน ผู้ก่อเหตุได้เข้าไปยังช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ แต่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยวาง Boarding Pass ลงบนช่องอ่านหนังสือเดินทาง แทนที่จะวางหนังสือเดินทาง ทำให้ประตูบานแรกไม่เปิด

ด้วยความไม่พอใจ นายลีเว่ยจึงแสดงอาการโกรธ ใช้เท้าถีบประตูกระจกใสของเครื่องจนได้รับความเสียหาย และเมื่อลองทำใหม่อีกครั้งแต่ยังวางหนังสือเดินทางไม่ถูกต้อง เครื่องก็ไม่ทำงาน นายลีเว่ยก็ใช้เท้าถีบประตูอีกครั้ง ก่อนจะเดินฝ่าเครื่องออกไปโดยไม่ผ่านการตรวจ เจ้าหน้าที่ ตม.ขาออก ได้เข้าควบคุมตัว

แต่นายลีเว่ยกลับด่าทอเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคายเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และพยายามจะเข้ามาทำร้าย แต่ภรรยาของนายลีเว่ยได้เข้าห้ามปรามไว้ก่อน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ ตม. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ควบคุมตัวนายลีเว่ย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ดำเนินคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายของช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ มูลค่าประมาณ 450,000 บาท นอกจากนี้ ยังดำเนินคดีในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

ขณะที่พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ผบก.ตม.2) เพิกถอนวีซ่านายลีเว่ย และสั่งให้ลงข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้ามในระบบ สตม. หรือ Blacklist เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม ห้ามเข้าประเทศไทยตลอดชีวิต พร้อมกับสั่งการให้ติดตามผลการดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเมื่อสิ้นสุดคดี ให้ผลักดันนายลีเว่ยกลับประเทศต่อไป

พล.ต.ท.ภาณุมาศ ยังได้ฝากประชาสัมพันธ์และเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ทุกชาติ ที่ให้เกียรติต่อคนไทยและประเทศไทย การแสดงกิริยาและกระทำผิดใดๆ ในทุกรูปแบบ ทั้งคดีอาญา หรือแม้กระทั่งศีลธรรมอันดีของไทย ย่อมเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนวีซ่า และถูกส่งกลับประเทศทุกรายโดยเด็ดขาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSI รวบหญิงเปิดบัญชีม้าให้แก๊งปลอมใบขับขี่ออนไลน์ โยงอาชญากรรมข้ามชาติ
DSI รวบหญิงเปิดบัญชีม้าให้แก๊งปลอมใบขับขี่ออนไลน์ โยงอาชญากรรมข้ามชาติ