ตร.เร่งคลี่คดีรถไฟชนรถเมล์สาย 206 แจ้งข้อหาพนักงานขับรถไฟ-คนขับรถเมล์-พนักงานกั้นทางรถไฟ รวม 3 รายหลังพบสารเสพติดในร่างกายคนขับรถไฟทั้งกัญชา-แอมเฟตามีน จ่อตรวจสอบรถค่อนรางคันอื่นเพิ่ม เผยตอนนี้ยังมีศพอีก 1 ราย ไม่มีญาติมารับ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องรวม 3 ราย ในคดีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 โดยมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ข้อกล่าวหาเบื้องต้นคือประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กาย นอกจากนี้ ยังพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถไฟ
พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 ว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ประกอบด้วย พนักงานขับรถไฟ, คนขับรถเมล์สาย 206 และพนักงานกั้นทางรถไฟ ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กาย จากการตรวจร่างกายพนักงานขับรถไฟ พบสารเสพติดในร่างกาย ได้แก่ แอมเฟตามีนและกัญชา ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาว่าการเสพสารดังกล่าวมีผลเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายความผิดชัดเจน ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป พนักงานสอบสวนเตรียมเรียก นายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ มาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารเสพติดและพิจารณาความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
สำหรับการพิจารณาคดีจะต้องแยกพิจารณาระหว่างความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกกับระเบียบข้อบังคับของการรถไฟ ซึ่งมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ คณะทำงานสอบสวนกำลังตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบด้าน
จ่อตรวจ-สอบปากคำรถค่อมรางคันอื่น หลังรู้ตัวแล้ว 3 คัน
ส่วนประเด็นรถคันอื่นที่ขับผ่านบริเวณทางข้ามรถไฟในช่วงเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนจะเรียกผู้ขับขี่แต่ละคันมาสอบปากคำ เพื่อพิจารณาว่าการขับรถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวมีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางหรือไม่ หากพบว่ากระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายเป็นรายกรณี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ขับรถทุกคันที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพราะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ว่ามีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายหรือเกิดจากสภาพการจราจรที่ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะพนักงานสอบสวนต่อไป
ขณะนี้ชุดสืบสวนสามารถพิสูจน์ทราบผู้ครอบครองรถยนต์ที่จอดคร่อมรางรถไฟในวันเกิดเหตุได้แล้ว 3 คัน ส่วนรถจักรยานยนต์อยู่ระหว่างการหาผู้ครอบครองรถ เจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมด้วยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดว่ารถคันใดมาจอดคร่อมรางรถไฟก่อนเกิดเหตุ
จำลองเหตุการณ์-ตรวจพยานหลักฐาน
ในวันเดียวกันนี้เอง (21 พฤษภาคม )ที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ได้เข้าร่วมประชุมติดตามคดี หลังจากการประชุม พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป เปิดเผยว่าการที่ฝ่ายสืบสวนขึ้นไปจำลองเหตุการณ์บนรถไฟเมื่อวานนี้ เพื่อดูเรื่องสภาพแวดล้อมว่าเห็นสัญญาณธง สัญญาณไฟในระยะกี่เมตร จากการตรวจสอบด้วยตาเปล่า ฝ่ายสืบสวนสามารถมองเห็นสัญญาณไฟสีขาว 5 ดวง ในระยะที่ไกลมาก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายความว่าทางข้างหน้าปลอดภัย รวมถึงขึ้นไปตรวจสอบอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ ขณะนี้พนักงานที่มีความเชี่ยวชาญผู้อ่านแถบวัดความเร็วรถไฟ หรือกล่องดำกำลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยจะมีผลการสอบปากคำในช่วงเย็นวันนี้
ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบย้อนหลังก่อนเกิดเหตุ 10 นาที เพื่อดูการทำงานของแต่ละคน ทั้งคนขับรถไฟ ช่างเครื่อง พนักงานดูแลรักษารถ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ โดยจะมีการตัดต่อเป็นช็อตๆ เพื่อความละเอียด
พ.ต.อ.กัมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การจำลองเหตุการณ์เมื่อวานนี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่น้ำหนักของรถไฟหรือเรื่องการเบรก คณะทำงานพิจารณาที่จะขึ้นไปจำลองบนรถไฟอีกครั้งว่าจะต้องมีการเก็บพยานหลักฐานเรื่องใดเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงจะเชิญผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเบรกมาสอบปากคำในเร็วๆ นี้
การเยียวยาครอบครัวเหยื่อ
พ.ต.อ.กัมพล เผยต่ออีกว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 8 คน คงเหลือศพอีก 1 ราย ที่ยังไม่มีผู้ติดต่อมาขอเปรียบเทียบดีเอ็นเอ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่สงสัยว่าเป็นญาติหรือคนรู้จักของผู้สูญหายให้ติดต่อสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน หรือเขตราชเทวี เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเปรียบเทียบดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันเดียวกัน มีญาติของ น.ส.สุภาพร จงจิตร หรือ "แอล" อายุ 34 ปี ผู้จัดการคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต ได้มาติดต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เพื่อขอรับเอกสารการรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดน้ำแพร่ ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มาอำนวยความสะดวก
จากนั้นครอบครัวของ น.ส.สุภาพร หรือ "แอล" ได้นิมนต์พระจากวัดหนามแดง จังหวัดสมุทรปราการ นำอาหารคาวหวานเดินทางไปเชิญดวงวิญญาณที่จุดนำซากรถเมล์คันเกิดเหตุไปจอดเก็บไว้ที่ลานจอดรถอู่รถเมล์พระราม 9 ถนนวัฒนธรรม แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และจุดเกิดเหตุใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
นายภูริพัฒน์ จงจิตร อายุ 37 ปี พี่ชายของ น.ส.สุภาพร กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวยังอยู่ระหว่างรอขั้นตอนจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าจะสามารถรับร่างของน้องสาวได้ในช่วงบ่ายวันนี้ ก่อนพากลับไปประกอบพิธีที่จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายภูริพัฒน์ มองว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้น สะท้อนถึงความบกพร่องด้านมาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชน โดยมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบวินัยการขับขี่ รวมถึงการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้สอดคล้องกันจริง เพราะหากมีแต่หลักเกณฑ์ แต่ไม่มีการปฏิบัติตาม อาจนำไปสู่ความสูญเสียเช่นนี้อีก
นายภูริพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ได้เห็นซากรถเมล์คันเกิดเหตุรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เพราะสภาพรถถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เห็นแล้วรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องการเยียวยา ครอบครัวมีความกังวล เพราะมองว่าไม่ว่าจะเยียวยามากแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนชีวิตของน้องสาวได้ และความเสียหายทางจิตใจก็ไม่มีอะไรชดเชยได้
“ผมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยกันกำชับและตรวจสอบระเบียบวินัยด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียซ้ำอีกในอนาคต”นายภูริพัฒน์กล่าว




