News Logo
หน้าแรก
ตร.แจ้งข้อหาเพิ่มนายตำรวจอุ้มชาวจีน เร่งสอบเข้าข่ายความผิด 'อุ้มหาย'

ตร.แจ้งข้อหาเพิ่มนายตำรวจอุ้มชาวจีน เร่งสอบเข้าข่ายความผิด 'อุ้มหาย'

21 พ.ค. 2569 19:36

โฆษก ตร. เผย จนท.แจ้งข้อหาเพิ่มนายตำรวจอุ้มชาวจีน เร่งสอบเข้าข่าย "อุ้มหาย" ยันไม่ปกป้องคนผิด แม้มีกระแสข่าวบอกเป็นเด็กผู้ใหญ่

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมตำรวจ 4 นาย และพลเรือน 1 นาย หลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือชาวจีน 5 คนที่ถูกกักตัวในบ้านพักที่จังหวัดสระแก้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีการแจ้งข้อหาเพิ่มต่อนายตำรวจสัญญาบัตรอีก 1 นาย และเร่งสอบสวนว่าคดีนี้เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ "อุ้มหาย" หรือไม่

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ได้รายงานความคืบหน้ามายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายตำรวจสัญญาบัตรอีก 1 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 ได้เปิดเผยชื่อจริงของนายตำรวจรายนี้ว่า "ประยูร" โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้าไปยังสถานที่กักตัวชาวจีนทั้ง 5 คน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของบทบาทว่าเป็นการสั่งการ ผู้ร่วมปฏิบัติ หรือทำหน้าที่ใดในขบวนการนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล

โฆษก ตร. ย้ำว่า คดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงเนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้าราชการตำรวจหลายหน่วยงาน และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจระดับใดก็ตาม หากมีพยานหลักฐานเข้าข่ายความผิด ทั้งทางอาญา ทางวินัย หรือผิดระเบียบราชการ ก็จะดำเนินการอย่างถึงที่สุด โดยตำรวจ 4 นายแรกที่ถูกจับกุม ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส และป้องกันการยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

เมื่อถูกถามว่าคดีนี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย "อุ้มหาย" หรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้แจงว่า ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ ว่ามีเจตนาจับกุมบุคคลตามกฎหมาย หรือมีเจตนาเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพฤติการณ์เข้าข่ายตามกฎหมายดังกล่าว ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที

จากการสืบสวนพบว่าพฤติการณ์ของขบวนการมีลักษณะทำงานเป็นเครือข่าย และอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการส่งสัญญาณและประสานข้อมูลกันเป็นขั้นตอน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน โทรศัพท์ การติดต่อสื่อสาร รวมถึงผลประโยชน์ที่แต่ละคนได้รับ เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบยานพาหนะและสถานที่ต่างๆ ที่อาจใช้ในการก่อเหตุ เนื่องจากเชื่อว่าอาจไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียว แต่เป็นขบวนการที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่าผู้ต้องหาบางส่วนอาจเป็น “เด็กผู้ใหญ่” หรือมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่คอยให้การช่วยเหลือนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการปกป้องคนผิด เพราะคดีนี้เกิดจากการทำงานของตำรวจระดับปฏิบัติการในพื้นที่เอง ไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจจากส่วนกลาง โดยตำรวจที่เป็นกำลังหลักในการเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายและจับกุมผู้กระทำผิด คือสารวัตรสืบสวน สภ.วังสมบูรณ์ และสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ซึ่งหลังได้รับข้อมูลก็เร่งเข้าตรวจสอบทันที แม้ผู้ต้องหาจะเป็นข้าราชการตำรวจด้วยกันก็ตาม

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวสรุปว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดำเนินการกับตำรวจที่กระทำผิด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และหากผลการขยายผลพบว่ามีการนำเงินหรือผลประโยชน์ไปมอบให้บุคคลใด รวมถึงมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ถือหุ้นรายย่อย 'บางจาก' ร้อง DSI สอบ 'BCPG' ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 'บางจาก' ร้อง DSI สอบ 'BCPG' ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี