News Logo
หน้าแรก
ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยยกเครื่องจุดตัดทางรถไฟ-กรมรางฯ เอาผิดคนจอดคร่อม

ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยยกเครื่องจุดตัดทางรถไฟ-กรมรางฯ เอาผิดคนจอดคร่อม

22 พ.ค. 2569 18:29
ผู้ชม 12 คน

ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยทั่วประเทศ "ยกเครื่อง" มาตรการป้องกันอุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟ พร้อมเร่งใช้เทคโนโลยีและบังคับใช้กฎหมายเข้ม หลังเกิดเหตุซ้ำซาก ด้านกรมรางฯ เดินหน้าเอาผิดผู้ขับขี่ “คร่อมราง” ประเดิม พ.ร.บ.ขนส่งทางราง ฉบับใหม่

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกคำสั่งด่วนไปยังหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ ให้เร่งวางมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการลดการสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลจากกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยกรมการขนส่งทางรางได้เข้าแจ้งความเอาผิดผู้ขับขี่ที่หยุดรถคร่อมราง ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ ถือเป็นเคสแรกที่ใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยระบบขนส่งมวลชน

ยกระดับความปลอดภัย: ผบ.ตร. สั่งปรับปรุงข้อมูล ใช้เทคโนโลยี และบังคับใช้กฎหมาย

ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ดูแลงานความมั่นคงและงานจราจร) กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 เร่งปรับปรุงข้อมูลจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นปัจจุบัน สถานีตำรวจในสังกัดที่มีจุดตัดทางรถไฟ ต้องร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร/จังหวัด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ขสมก. และผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะ เพื่อกำหนดมาตรการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม

มาตรการสำคัญที่เน้นย้ำ ได้แก่ การจัดการและอำนวยการจราจรเพื่อลดโอกาสในการหยุดหรือจอดรถบนทางรถไฟ การติดตั้งป้ายเตือนหลากหลายรูปแบบ ทั้งป้ายเสา, เส้นสีเตือนบนพื้นถนน, ป้ายเตือนสัญญาณไฟ รวมถึงการติดตั้งสัญญาณไฟ เครื่องเตือนแบบเสียง และไม้กั้น ซึ่งดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังสั่งให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดทางรถไฟให้เหมาะสมและเพียงพอ

ที่สำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงาน เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV), ระบบวิทยุสื่อสาร และโทรศัพท์สายด่วนที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงของแต่ละหน่วยงาน เพื่อการเฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ ผบ.ตร. ยังกำชับให้บังคับใช้กฎหมาย พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 บริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

กรมรางฯ เดินหน้าเอาผิด “คร่อมราง” ประเดิม พ.ร.บ.ฉบับใหม่

ในส่วนของการดำเนินการทางกฎหมาย นายรักสิทธิ์ ไวตี ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อเอาผิดกับผู้ขับขี่รถที่หยุดคร่อมรางรถไฟในช่วงเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและกีดขวางเส้นทาง

นายรักสิทธิ์ ระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้ถือเป็นกรณีแรกที่มีการนำ พ.ร.บ.ขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา มาใช้ดำเนินการทางคดี โดยเน้นย้ำว่าไม่ได้มีเจตนาจะดำเนินคดีกับใครเป็นพิเศษ แต่เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบขนส่งทางรางและประชาชนโดยรวม

กรมการขนส่งทางรางจะพิจารณาพฤติการณ์ความผิดเป็นรายกรณี คล้ายกับกฎหมายจราจรทางบก โดยจะพิจารณาทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อระบบ และการกีดขวางการเดินรถ หากไม่มีเจตนาฝ่าฝืนแต่เกิดการจอดคร่อมรางโดยไม่ตั้งใจ ก็ต้องดูว่าผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงหรือเคลื่อนย้ายรถออกจากรางได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาความผิด

ตรวจสอบ “ประมาทร่วม” จริงหรือ-คู่เหตุใช้สารเสพติด

นายรักสิทธิ์ ยังกล่าวถึงสาเหตุหลักของอุบัติเหตุว่า การจอดคร่อมรางเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย โดยยังต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของ "ความประมาทร่วม" จากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถ พนักงานรถไฟ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกเป็นรายจุดและรายเวลา

นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุ ทางกรมฯ ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบพนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้สารเสพติด ยืนยันว่าไม่ว่าการขนส่งรูปแบบใด การใช้สารเสพติดเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น และจะมีการพิจารณาตามองค์ประกอบข้อกฎหมายอีกครั้ง

สำหรับประเด็นใบอนุญาตผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการขนส่งทางราง นายรักสิทธิ์ ชี้แจงว่ากฎหมายเพิ่งมีผลบังคับใช้ จึงยังอยู่ระหว่างกระบวนการออกใบอนุญาต โดยมีการพิจารณาไปแล้วประมาณ 300-400 ราย จากทั้งหมดกว่า 900 ราย อย่างไรก็ตาม ในช่วงบทเฉพาะกาล ผู้ปฏิบัติงานยังสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเดินรถทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน มีแนวคิดในการนำอาสาตำรวจจราจรมาช่วยดูแลจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งหากมีการดำเนินการจริง ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศได้อย่างมาก

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทร.ซ้อมใหญ่ อพยพ ปชช.ทางทะเล-บรรเทาสาธารณภัย ยกระดับพร้อมรบ ที่ จ.ตราด
ทร.ซ้อมใหญ่ อพยพ ปชช.ทางทะเล-บรรเทาสาธารณภัย ยกระดับพร้อมรบ ที่ จ.ตราด