News Logo
หน้าแรก
ตร.แจงโต้ 'ฮุน เซน' ย้ำต้องร่วมมือปราบสแกม จ่อขยายผลคดีอุ้ม 5 คนจีน

ตร.แจงโต้ 'ฮุน เซน' ย้ำต้องร่วมมือปราบสแกม จ่อขยายผลคดีอุ้ม 5 คนจีน

25 พ.ค. 2569 20:15
ผู้ชม 1 คน

ตร.แจงโต้ "ฮุน เซน" พาดพิงแก๊งสแกมเมอร์ใช้ไทยเป็นทางผ่าน ย้ำเดินหน้าปราบปรามจริงจัง ชี้ความร่วมมือกัมพูชาเป็นสิ่งสำคัญ พร้อมขยายผลคดีอุ้มรีด 5 ชาวจีน พบโยงเครือข่ายลักลอบนำคนข้ามแดนและแก๊งสแกมเมอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการเชื่อมโยงกับคดีตำรวจอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน ซึ่งพบว่ามีความเกี่ยวพันกับขบวนการลักลอบนำคนเข้า-ออกประเทศอย่างผิดกฎหมายบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ประเด็น "ฮุน เซน" และความมุ่งมั่นของไทยในการปราบปราม

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ชี้แจงถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พาดพิงว่าแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในกัมพูชาใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านว่า การติดตามปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติจำเป็นต้องมองไปที่ "สถานที่ตั้งฐานปฏิบัติการ" เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันจุดตั้งของแก๊งสแกมเมอร์มีลักษณะกระจัดกระจายตามแนวชายแดนที่ยาวและซับซ้อน ทำให้การปิดหรือซีลชายแดนทั้งหมดเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม หากสามารถตรวจสอบและเข้าถึง "โลเคชัน" หรือฐานปฏิบัติการได้ จะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้น และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีการประสานงานและส่งต่อข้อมูลพิกัดของแก๊งสแกมเมอร์หรือศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศต่าง ๆ รอบประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที พร้อมเน้นย้ำว่า ฝ่ายไทยมีมาตรการเข้มข้นในการสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางน้ำ โดยปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ของไทยดำเนินไปอย่างจริงจังและเด็ดขาด จนได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เอาจริงเอาจังกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์มากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับผู้ที่เข้ามาอย่างสุจริต แต่ในทางกลับกัน หากผู้ใดคิดใช้ประเทศไทยเป็น "ทางผ่าน" หรือเป็นแหล่งกบดานของขบวนการอาชญากรรม รวมถึงผู้ที่มีหมายจับจากต่างประเทศ จะไม่สามารถหลบเลี่ยงการติดตามของตำรวจไทยได้ เนื่องจากมีระบบข่าวกรองและมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตั้งแต่เดินทางเข้าประเทศ

ความร่วมมือกับกัมพูชาคือหัวใจสำคัญ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ยังคงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศกัมพูชาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการยอมรับข้อเท็จจริงจากข้อมูลนานาชาติที่ระบุว่ามีฐานปฏิบัติการสแกมเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา หากมีการยอมรับปัญหาและร่วมกันตรวจสอบปราบปรามอย่างจริงจัง เชื่อว่าปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาจะลดลง และประเทศไทยเองก็จะได้รับผลดีตามไปด้วย เนื่องจากเป็นประเทศเพื่อนบ้านติดกัน ทำให้การหลอกลวงคนไทยทำได้ง่าย

ขยายผลคดีอุ้มรีดชาวจีน สู่เครือข่ายลักลอบข้ามแดนและแก๊งสแกมเมอร์

ในอีกประเด็นที่สำคัญ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เปิดเผยความคืบหน้าคดีแก๊งตำรวจอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน 5 คน โดยระบุว่า ภายหลังได้รับนโยบายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี รวมถึงการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดสามารถขยายผลไปได้อีกหลายส่วน

จากการสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว พบข้อมูลสำคัญว่า อาจมีการออกหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ลักลอบนำพาชาวจีนจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย และลักลอบพาออกจากประเทศไทยกลับไปยังกัมพูชา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องมีทั้งคนไทย คนจีน และคนกัมพูชา โดยเฉพาะบางบุคคลฝั่งกัมพูชาที่อาจมีอิทธิพลและมีบทบาทสำคัญอยู่ในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งขยายผลเพิ่มเติมแล้ว

นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนว่า กลุ่มลักลอบนำพาคนเข้า-ออกประเทศไทยผิดกฎหมาย มีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็นทอด ๆ ทั้งคนกัมพูชา คนจีนที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง และคนไทยที่คอยรับตัวผู้ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย ตำรวจจึงอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ส่วนกรณีตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมชาวจีน แต่กลับไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งที่ผู้ต้องหาชาวจีนมีความผิดฐานลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นนั้น ขณะนี้มีการดำเนินคดีต่อเนื่อง โดยในวันแรกมีการจับกุมตำรวจ 4 นาย และพลเรือน 1 ราย ก่อนจะมีการขยายผลแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจเพิ่มอีก 1 นาย และล่าสุดได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 นาย รวมตำรวจที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 ราย ซึ่งจากข้อมูลการสืบสวนทางวินัย รวมถึงหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ เชื่อว่ากลุ่มตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมและปล่อยตัวชาวจีนน่าจะครบทั้งหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัล ทั้งข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารและธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อขยายผลว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหลักฐานสำคัญจากโทรศัพท์มือถือและกล้องวงจรปิดมีความครบถ้วนในระดับหนึ่ง และอยู่ระหว่างเชื่อมโยงเส้นทางการเงินเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.พิสูจน์ตัวตนเหยื่อรายที่ 8 คดีรถไฟชน ปอ.-คืบหน้าสอบพยานอีก 3 ปาก
ตร.พิสูจน์ตัวตนเหยื่อรายที่ 8 คดีรถไฟชน ปอ.-คืบหน้าสอบพยานอีก 3 ปาก