'นักวิชาการอาวุโส' ออกแถลงการณ์จี้ กกต. เร่งส่งหลักฐานทุจริตเลือก สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณาและดำเนินคดีอาญาถึงที่สุด หลังปล่อยเวลาล่วงเลยมานานถึง 2 ปี พร้อมเตือนว่าหากปล่อยยืดเยื้อ กลไกตรวจสอบถ่วงดุลและระบบนิติบัญญัติของประเทศเสี่ยงล่มสลาย
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มนักวิชาการอาวุโสได้ออกแถลงการณ์เรื่อง 'วิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)' หรือกระบวนการฮั้วเลือก สว. โดยเร่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา พร้อมดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น ก่อนที่กระบวนการยุติธรรมและระบบรัฐสภาของไทยจะพังทลายลง
แถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีการจัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งควรเป็นหลักประกันในการปฏิรูปการเมืองและตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ แต่ที่ผ่านมา กระบวนการดังกล่าวกลับเต็มไปด้วยข้อกังขา ทั้งจากพฤติการณ์และหลักฐานที่อันควรเชื่อได้ว่า เกิดการสมยอมทุจริตและบล็อกโหวตอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ หรือที่สังคมประณามว่าเป็นกระบวนการฮั้วเลือก สว.
กลุ่มนักวิชาการมองว่า นับจากวันที่ กกต. ลงนามรับรองผลการเลือกตั้งและปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสภาสูง เวลาได้ล่วงเลยมานานถึง 2 ปีเต็ม ซึ่งตลอดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริง ข้อมูลสถิติ และพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ ได้ปรากฎชัดว่า สว. จำนวนมากมิได้เป็นตัวแทนของผู้ทรงคุณวุฒิอย่างแท้จริง หากแต่เป็นผลผลิตของขบวนการจัดตั้งและกลฉ้อฉลทางการเมือง ซึ่งการที่ กกต. ปล่อยปละละเลยให้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพจำของสังคมว่า กกต. ทำหน้าที่เป็นเพียงตรายางหรือไปรษณีย์ส่งผ่านรายชื่อ โดยละเลยต่อเจตนารมณ์แห่งความสุจริตและเที่ยงธรรม
กลุ่มนักวิชาการอาวุโสเตือนด้วยว่า วุฒิสภาคือ ‘ต้นน้ำ’ ของกระบวนการนิติบัญญัติ ทั้งยังเป็นผู้มีอำนาจชี้ชะตาในการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากปล่อยให้สภาสูงถูกยึดครองโดยกลุ่มทุน กลุ่มอิทธิพล หรือนอมินีของพรรคการเมือง กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลทั้งหมดของประเทศจะถูกแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จ และองค์กรอิสระจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งจะนำพาประเทศชาติไปสู่วิกฤตรัฐธรรมนูญขั้นรุนแรง และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ในสังคม
ทั้งนี้ กลุ่มนักวิชาการอาวุโสได้เรียกร้องให้ กกต. ยุติการเพิกเฉยและเร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิพากษาถอดถอนและลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยต้องสาวให้ถึงต้นตอเพื่อตัดวงจรผู้สมัครรับจ้างและผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วทั้งหมด เพื่อคืนความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่กฎหมายบ้านเมือง
“พวกเราในฐานะนักวิชาการอาวุโส ขอเรียกร้องให้ กกต. ตระหนักถึงเกียรติภูมิและหน้าที่ต่อแผ่นดิน บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดและส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยพลัน ก่อนที่ระบบขบวนการยุติธรรมและระบบรัฐสภาของไทยจะพังทลายลงจนเกินเยียวยา และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันจับตาและกดดันให้เกิดการตรวจสอบอย่างถึงที่สุด ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ ปกป้องระบบรัฐสภา เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรม” แถลงการณ์ระบุ

กลุ่มนักวิชาการอาวุโสได้ออกแถลงการณ์เรื่อง วิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. (1)

กลุ่มนักวิชาการอาวุโสได้ออกแถลงการณ์เรื่อง วิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. (2)

รายชื่อนักวิชาการอาวุโส 21 รายที่ร่วมลงชื่อ




