กมธ.ป.ป.ช. ประชุมร่วมกับรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น โดยสัปดาห์หน้ามีกำหนดเรียกกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยที่จัดสอบเข้าชี้แจง พร้อมเตรียมหารือแนวทางแก้ไขกฎหมายให้ ก.พ. เป็นผู้จัดสอบภาค ก. เพื่อป้องกันการทุจริต
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีทุจริตสอบท้องถิ่น และกรณีการดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต
นายอาสพลธ์ ระบุว่า ทางคณะ กมธ. ต้องการทราบความคืบหน้าทั้งหมด ตั้งแต่วันที่บุกจับกุมขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ประเด็นคลิปเสียงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคดีของปลัดจังหวัดภูเก็ต โดยในสัปดาห์หน้าจะนัดประชุมอีกครั้ง เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยที่จัดสอบเข้าชี้แจง อย่างไรก็ตาม ทราบว่ากระทรวงมหาดไทยจะสรุปผลการตรวจสอบภายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทาง กมธ. จะนำผลสรุปดังกล่าวมาพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป
นายอาสพลธ์ ระบุด้วยว่า ปัจจุบันการจัดสอบท้องถิ่นโดยส่วนกลางยังคงมีปัญหาทุจริตเกิดขึ้น ขณะที่การจัดสอบเองโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา เช่น กรณีที่ จ.มหาสารคาม หรือ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งศาลได้พิพากษาจำคุกอดีตนายก อบต. สูงถึง 318 ปี และสั่งยึดทรัพย์อีก 3 ล้านบาท ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดสอบโดยส่วนกลางหรือท้องถิ่น หากมาตรการไม่รัดกุมพอก็สามารถเกิดการทุจริตได้ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ กมธ. มีแนวทางที่จะเชิญสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มาร่วมหารือถึงมาตรการป้องกันการทุจริตสอบ นอกจากนี้ ปัจจุบันร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นของวุฒิสภา (สว.) ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับการจัดสอบโดยตรง หากมีการแก้ไขอาจปรับเปลี่ยนร่างกฎหมายบางข้อก็สามารถให้อำนาจ ก.พ. เป็นผู้จัดสอบภาค ก. ได้ แต่ทั้งนี้ รัฐบาลและสภาฯ จะต้องร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ. เพื่อมอบอำนาจให้ ก.พ. เป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบของราชการส่วนท้องถิ่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายอาสพลธ์ย้ำว่า ได้ต่อสู้ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566 โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ในฐานะ สส. พรรคภูมิใจไทย ได้นำเรื่องนี้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ในตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 กระทรวงมหาดไทยได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อปราบปรามการทุจริตสอบท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จนกระทั่งในปี 2569 นี้ สามารถจับกุมขบวนการทุจริตได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก เพราะในอดีตที่ปล่อยให้ท้องถิ่นจัดสอบกันเอง และพอเปลี่ยนมาให้ส่วนกลางจัดสอบ ก็มักจะมีข้อครหาการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นมาโดยตลอด แต่ไม่เคยจับกุมได้ จึงขอยืนยันว่า จุดเริ่มต้นที่นำมาสู่ความสำเร็จในวันนี้เกิดจากการลงนาม MOU ของนายอนุทิน
"ในการประชุม สส. พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พรรคมีมติว่า เรื่องการทุจริตนั้น ไม่ว่าจะสาวไปถึงใคร หน่วยงานไหน หรือแม้กระทั่งหากเกี่ยวข้องกับ สส. ของพรรคภูมิใจไทยเอง ก็จะไม่มีการช่วยเหลือ และพร้อมให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะเป็นเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยรับไม่ได้" นายอาสพลธ์กล่าว




