ป.ป.ส. เผยความคืบหน้าคดี "แอร์มีนา" ชี้เจ้าของพัสดุเป็นคนลาว ผู้รับปลายทางเป็นคนไทยในออสเตรเลีย เร่งคลี่คลายเครือข่ายข้ามชาติ DSI รับไม้ต่อสืบสวน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวัน 6 กรกฎาคม 2569 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และโฆษก ป.ป.ส. ได้เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ "แอร์มีนา" ซึ่งถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบยาเสพติดเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าสินค้าไทย โดยแถลงการณ์จากท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ ดอนสัก-สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า ป.ป.ส. ได้แบ่งการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จับกุมได้ในกรุงเทพฯ จำนวน 3-4 คดี ปริมาณยาเสพติดรวมประมาณ 26 กิโลกรัม ซึ่งพบว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับผิดชอบสืบสวนขยายผลเป็นคดีพิเศษ
น.ส.อารีภักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบตัวเจ้าของพัสดุเฮโรอีนล็อตของ "แอร์มีนา" แล้วว่าเป็นคน สปป.ลาว จำนวน 2 ราย ส่วนผู้รอรับพัสดุปลายทางที่ออสเตรเลียเป็นคนไทยชื่อ นางเดียร์ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) ซึ่งพบข้อมูลว่าพำนักอยู่ในออสเตรเลียมานานกว่า 10 ปี มีอาชีพทำเป็นหลักแหล่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าได้เป็นพลเมืองออสเตรเลียหรือไม่ ป.ป.ส. ได้มีการหารือกับตำรวจ AFP ของออสเตรเลีย และกำลังสืบสวนเพื่อสาวถึงต้นตอของเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ในออสเตรเลียที่เชื่อมโยงกับนางเดียร์ เพราะเชื่อว่าคงไม่ได้มีเพียงแค่คนไทยคนนี้เท่านั้น แต่เป็นการทำเป็นขบวนการขนาดใหญ่
โฆษก ป.ป.ส. กล่าวเสริมว่า จากการสืบสวนพบว่านางเดียร์น่าจะเป็นเพียงหนึ่งในผู้รับพัสดุปลายทาง เนื่องจากมีหลักฐานหลายรายการที่โยงใยการส่งของไปยังออสเตรเลียหลายครั้งที่ปลายทางปรากฏชื่อนางเดียร์ โดยหลักฐานทั้งหมดได้มอบให้ทางการออสเตรเลียแล้ว ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องในประเทศไทย พบกรณีของไรเดอร์ (นายอุทัย) ที่ได้รับออเดอร์จากคนต่างชาติ และกรณีของสองสามีภรรยา (นายอาทิตย์ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว) ที่มีการรับส่งพัสดุจากประเทศเพื่อนบ้านสำเร็จรูป ซึ่งลักษณะการส่งพัสดุมี 2 รูปแบบ คือ ส่งผ่านไปรษณีย์ หรือส่งทางมือชนมือ นอกจากนี้ยังพบว่ามีเรื่องของสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีการสร้างเพจอวตาร์ "Rose Rose" และหว่านแหไปที่แอร์โฮสเตสหรือผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพื่อให้รับหน้าที่หิ้วยาเสพติดไป
สำหรับการสอบปากคำแฟนหนุ่มของ "แอร์มีนา" นั้น เขาได้ให้ความร่วมมือดี และให้ถ้อยคำว่าหลังจาก "แอร์มีนา" รับพัสดุขึ้นห้องพักแล้ว ทั้งคู่ได้ช่วยกันเปิดซิปทุกใบเพื่อดู แต่ไม่เห็นมีสิ่งผิดปกติใด ๆ จึงได้บรรจุสิ่งของใส่กระเป๋าเดินทางของ "แอร์มีนา" เพื่อเตรียมเดินทางตามปกติ และเมื่อกระเป๋าสัมภาระของ "แอร์มีนา" ผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่ประเทศไทยก็พบเป็นแท่งสีส้มปกติ ไม่มีความผิดปกติใด ๆ อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับค่าจ้างที่เคยระบุว่า "แอร์มีนา" จะได้รับ 8,800 บาท หากส่งพัสดุถึงปลายทางนั้น ป.ป.ส. ชี้แจงว่า 8,800 บาท เป็นคำกล่าวอ้างของทางการออสเตรเลียที่พบในโทรศัพท์มือถือของ "แอร์มีนา" แต่ในความเป็นจริงยังไม่ทราบยอดเงินที่ชัดเจน ส่วนบัญชีธนาคารของ "แอร์มีนา" มีเงินเพียงไม่กี่พันบาท
น.ส.อารีภักดิ์ ย้ำว่า ในทางการสืบสวน ณ ขณะนี้ ยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า "แอร์มีนา" มีส่วนรู้เห็นกับยาเสพติดเฮโรอีนหรือไม่ เพราะมีหลายส่วนและหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ คำให้การของไรเดอร์นายอุทัยที่อ้างว่าส่งให้ "แอร์มีนา" เป็นครั้งแรก ทำให้มองว่า "แอร์มีนา" อาจไม่ได้ตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น หากท้ายที่สุด "แอร์มีนา" ไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ ป.ป.ส. จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่สืบสวนสอบสวนได้มอบให้กับสถานทูตไทย กงสุล และทางการออสเตรเลีย เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการแก้ต่าง เพราะตอนนี้ "แอร์มีนา" ยังไม่ถือเป็นผู้ต้องหา แต่เป็นเพียงคนที่ถูกควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี โดยสถานทูตและกงสุลกำลังดูแลความเป็นอยู่ของเธออยู่ และพบว่า "แอร์มีนา" ยังอยู่ดี
ส่วนต้นทางของยาเสพติด โฆษก ป.ป.ส. ระบุว่า ยาเสพติดเหล่านี้ทราบดีว่ามาจากสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งอยู่ในภาคเหนือของไทยขึ้นไป และมีความพยายามลำเลียงเข้าประเทศผ่านภาคเหนือและภาคอีสาน แม้จะมีการตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน (นบ.ยส.35 และ นบ.ยส.24) ร่วมกับกองทัพบก และ สปป.ลาว ก็มีความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างดีเยี่ยม แต่ยังคงมีการเล็ดลอดเข้ามาทางอีสาน โดยเฉพาะจากจังหวัดนครพนมและบึงกาฬ ซึ่งติดกับแม่น้ำโขง
ป.ป.ส. ยังไม่ปักใจว่าเบื้องหลังการใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "Rose Rose" จะเป็นคนลาวหรือไม่ เพราะเป็นเพจอวตาร์ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสแกมเมอร์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนต่างชาติ หรือคนออสเตรเลีย จึงต้องขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่าง ๆ เพื่อหาผลลัพธ์ทั้งหมดมาหารือ และในเรื่องเส้นทางการเงิน เชื่อว่าอาชญากรรมยาเสพติดเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและอาชญากรรมอื่น ๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ ป.ป.ส. ฝากความหวังไว้กับทางการออสเตรเลียในการขยายผลเครือข่ายปลายทาง เพราะเชื่อมั่นในฝีมือการทำงาน และผลการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง "แอร์มีนา" ในคดียาเสพติด จะทราบในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันนัดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น ในระหว่างนี้ ป.ป.ส. จึงต้องเร่งหาข้อมูลเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือ "แอร์มีนา" ให้ได้มากที่สุด.




