News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ส.เผยคืบคดี 'แอร์มีนา' คนลาวเจ้าของเฮโรอีน ส่งหลักฐานช่วย 14 ก.ย.

ป.ป.ส.เผยคืบคดี 'แอร์มีนา' คนลาวเจ้าของเฮโรอีน ส่งหลักฐานช่วย 14 ก.ย.

6 ก.ค. 2569 19:32
ผู้ชม 41 คน

ป.ป.ส. เผยความคืบหน้าคดี "แอร์มีนา" ชี้เจ้าของพัสดุเป็นคนลาว ผู้รับปลายทางเป็นคนไทยในออสเตรเลีย เร่งคลี่คลายเครือข่ายข้ามชาติ DSI รับไม้ต่อสืบสวน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวัน 6 กรกฎาคม 2569 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และโฆษก ป.ป.ส. ได้เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ "แอร์มีนา" ซึ่งถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบยาเสพติดเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าสินค้าไทย โดยแถลงการณ์จากท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ ดอนสัก-สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า ป.ป.ส. ได้แบ่งการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จับกุมได้ในกรุงเทพฯ จำนวน 3-4 คดี ปริมาณยาเสพติดรวมประมาณ 26 กิโลกรัม ซึ่งพบว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับผิดชอบสืบสวนขยายผลเป็นคดีพิเศษ

น.ส.อารีภักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบตัวเจ้าของพัสดุเฮโรอีนล็อตของ "แอร์มีนา" แล้วว่าเป็นคน สปป.ลาว จำนวน 2 ราย ส่วนผู้รอรับพัสดุปลายทางที่ออสเตรเลียเป็นคนไทยชื่อ นางเดียร์ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) ซึ่งพบข้อมูลว่าพำนักอยู่ในออสเตรเลียมานานกว่า 10 ปี มีอาชีพทำเป็นหลักแหล่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าได้เป็นพลเมืองออสเตรเลียหรือไม่ ป.ป.ส. ได้มีการหารือกับตำรวจ AFP ของออสเตรเลีย และกำลังสืบสวนเพื่อสาวถึงต้นตอของเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ในออสเตรเลียที่เชื่อมโยงกับนางเดียร์ เพราะเชื่อว่าคงไม่ได้มีเพียงแค่คนไทยคนนี้เท่านั้น แต่เป็นการทำเป็นขบวนการขนาดใหญ่

โฆษก ป.ป.ส. กล่าวเสริมว่า จากการสืบสวนพบว่านางเดียร์น่าจะเป็นเพียงหนึ่งในผู้รับพัสดุปลายทาง เนื่องจากมีหลักฐานหลายรายการที่โยงใยการส่งของไปยังออสเตรเลียหลายครั้งที่ปลายทางปรากฏชื่อนางเดียร์ โดยหลักฐานทั้งหมดได้มอบให้ทางการออสเตรเลียแล้ว ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องในประเทศไทย พบกรณีของไรเดอร์ (นายอุทัย) ที่ได้รับออเดอร์จากคนต่างชาติ และกรณีของสองสามีภรรยา (นายอาทิตย์ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว) ที่มีการรับส่งพัสดุจากประเทศเพื่อนบ้านสำเร็จรูป ซึ่งลักษณะการส่งพัสดุมี 2 รูปแบบ คือ ส่งผ่านไปรษณีย์ หรือส่งทางมือชนมือ นอกจากนี้ยังพบว่ามีเรื่องของสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีการสร้างเพจอวตาร์ "Rose Rose" และหว่านแหไปที่แอร์โฮสเตสหรือผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพื่อให้รับหน้าที่หิ้วยาเสพติดไป

สำหรับการสอบปากคำแฟนหนุ่มของ "แอร์มีนา" นั้น เขาได้ให้ความร่วมมือดี และให้ถ้อยคำว่าหลังจาก "แอร์มีนา" รับพัสดุขึ้นห้องพักแล้ว ทั้งคู่ได้ช่วยกันเปิดซิปทุกใบเพื่อดู แต่ไม่เห็นมีสิ่งผิดปกติใด ๆ จึงได้บรรจุสิ่งของใส่กระเป๋าเดินทางของ "แอร์มีนา" เพื่อเตรียมเดินทางตามปกติ และเมื่อกระเป๋าสัมภาระของ "แอร์มีนา" ผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่ประเทศไทยก็พบเป็นแท่งสีส้มปกติ ไม่มีความผิดปกติใด ๆ อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับค่าจ้างที่เคยระบุว่า "แอร์มีนา" จะได้รับ 8,800 บาท หากส่งพัสดุถึงปลายทางนั้น ป.ป.ส. ชี้แจงว่า 8,800 บาท เป็นคำกล่าวอ้างของทางการออสเตรเลียที่พบในโทรศัพท์มือถือของ "แอร์มีนา" แต่ในความเป็นจริงยังไม่ทราบยอดเงินที่ชัดเจน ส่วนบัญชีธนาคารของ "แอร์มีนา" มีเงินเพียงไม่กี่พันบาท

น.ส.อารีภักดิ์ ย้ำว่า ในทางการสืบสวน ณ ขณะนี้ ยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า "แอร์มีนา" มีส่วนรู้เห็นกับยาเสพติดเฮโรอีนหรือไม่ เพราะมีหลายส่วนและหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ คำให้การของไรเดอร์นายอุทัยที่อ้างว่าส่งให้ "แอร์มีนา" เป็นครั้งแรก ทำให้มองว่า "แอร์มีนา" อาจไม่ได้ตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น หากท้ายที่สุด "แอร์มีนา" ไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ ป.ป.ส. จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่สืบสวนสอบสวนได้มอบให้กับสถานทูตไทย กงสุล และทางการออสเตรเลีย เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการแก้ต่าง เพราะตอนนี้ "แอร์มีนา" ยังไม่ถือเป็นผู้ต้องหา แต่เป็นเพียงคนที่ถูกควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี โดยสถานทูตและกงสุลกำลังดูแลความเป็นอยู่ของเธออยู่ และพบว่า "แอร์มีนา" ยังอยู่ดี

ส่วนต้นทางของยาเสพติด โฆษก ป.ป.ส. ระบุว่า ยาเสพติดเหล่านี้ทราบดีว่ามาจากสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งอยู่ในภาคเหนือของไทยขึ้นไป และมีความพยายามลำเลียงเข้าประเทศผ่านภาคเหนือและภาคอีสาน แม้จะมีการตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน (นบ.ยส.35 และ นบ.ยส.24) ร่วมกับกองทัพบก และ สปป.ลาว ก็มีความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างดีเยี่ยม แต่ยังคงมีการเล็ดลอดเข้ามาทางอีสาน โดยเฉพาะจากจังหวัดนครพนมและบึงกาฬ ซึ่งติดกับแม่น้ำโขง

ป.ป.ส. ยังไม่ปักใจว่าเบื้องหลังการใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "Rose Rose" จะเป็นคนลาวหรือไม่ เพราะเป็นเพจอวตาร์ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสแกมเมอร์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนต่างชาติ หรือคนออสเตรเลีย จึงต้องขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่าง ๆ เพื่อหาผลลัพธ์ทั้งหมดมาหารือ และในเรื่องเส้นทางการเงิน เชื่อว่าอาชญากรรมยาเสพติดเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและอาชญากรรมอื่น ๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ ป.ป.ส. ฝากความหวังไว้กับทางการออสเตรเลียในการขยายผลเครือข่ายปลายทาง เพราะเชื่อมั่นในฝีมือการทำงาน และผลการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง "แอร์มีนา" ในคดียาเสพติด จะทราบในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันนัดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น ในระหว่างนี้ ป.ป.ส. จึงต้องเร่งหาข้อมูลเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือ "แอร์มีนา" ให้ได้มากที่สุด.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
แอร์การบินไทยขนยาเข้าออสเตรเลีย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง คกก. บี้โกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วันต้องชัดเจน!
นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง คกก. บี้โกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วันต้องชัดเจน!