กอ.รมน.ภาค 4 รายงานเหตุกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อเหตุคืนที่ 2 วางเพลิงโรงรถ-ระเบิดป้อมยาม สำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง ปัตตานีรถราชการเสียหาย 3 คัน ไร้ผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งคุมสถานการณ์ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดเชื่อมโยงเหตุรุนแรงดาวกระจาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 21.30 น. เกิดเหตุการณ์วางเพลิงบริเวณโรงรถและวางระเบิดบริเวณป้อมยาม สำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ที่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าดำเนินการควบคุมเพลิง ตรวจสอบ และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ทันที เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบความเสียหายต่อรถยนต์ของเทศบาลจำนวน 3 คัน ได้แก่ รถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาล ส่วนรายละเอียดและมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรุนแรงแบบกระจายหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งการวางระเบิด ลอบวางเพลิง เผายาง โปรยตะปูเรือใบ ทำลายทรัพย์สินราชการและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการใช้อาวุธปล้นร้านสะดวกซื้อ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปสถานการณ์ ณ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม พบเหตุการณ์รุนแรงรวม 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็นจังหวัดนราธิวาส 22 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี 11 เหตุการณ์ และจังหวัดยะลา 18 เหตุการณ์
หลังเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองได้เร่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งวันที่ 23 สิงหาคม โดยกรมการปกครองได้มีคำสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา สู่ระดับสูงสุดตามแผนระดับ 3 หรือขั้นเผชิญเหตุ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการควบคุมเพลิง การรักษาความปลอดภัย และการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุและเฝ้าระวังป้องกันการก่อเหตุซ้ำ
เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก เพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งขอให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความปลอดภัยของชุมชน หากพบเห็นบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัย ขออย่าเข้าใกล้ แตะต้อง หรือดำเนินการด้วยตนเอง แต่ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง




