กสม. มีมติส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินสนามบินสุโขทัย หลังพบหลักฐานสร้างทับหนองน้ำสาธารณะ ขวางทางระบายน้ำธรรมชาติ ทำพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 10,000 ไร่จมน้ำซ้ำซากหลายปี ชี้บริษัทสายการบินละเมิดสิทธิมนุษยชนเหตุเยียวยาไม่ทั่วถึง ทำเพียงกิจกรรม CSR แต่ไม่ชดใช้ความเสียหายจริง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนกันยายน 2567 จากสมาชิกสมัชชาประชาชนฅนเหนือล่าง ระบุว่า บริษัทสายการบินแห่งหนึ่ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้ก่อสร้างท่าอากาศยานสุโขทัย (สนามบินสุโขทัย) ในพื้นที่ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย บนพื้นที่ลุ่มซึ่งเคยเป็นหนองน้ำสาธารณะ โดยได้ถมดิน ยกคันดิน และสร้างทางวิ่งขวางเส้นทางระบายน้ำตามธรรมชาติที่ไหลจากทิศเหนือลงสู่แม่น้ำยมฝั่งขวา ส่งผลให้น้ำไหลท่วมที่อยู่อาศัยและที่ดินเกษตรกรรมในตำบลโดยรอบกว่า 10,000 ไร่ และเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี แต่ประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาความเสียหายจากผู้ถูกร้องที่ 1 และจังหวัดสุโขทัย (ผู้ถูกร้องที่ 2) อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ภายในสนามบินสุโขทัยมีที่สาธารณประโยชน์ และหนองน้ำสาธารณะที่ประชาชนเคยใช้ประโยชน์ การออกเอกสารสิทธิในที่ดินอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ตรวจสอบ
กรณีปัญหาดังกล่าวคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เคยตรวจสอบและวินิจฉัยตามรายงานผลการตรวจสอบที่ 336/2562 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ว่า ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่โดยรอบสนามบินสุโขทัยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ถูกร้องที่ 1 ก่อสร้างสนามบินบนที่ดินที่เคยเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำและเป็นส่วนหนึ่งของทางไหลของน้ำตามธรรมชาติ โดยในขณะนั้น จังหวัดสุโขทัยและหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงได้ดำเนินการตามหน้าที่และวางแผน
เพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะผ่านมากว่า 5 ปี แต่ประชาชนยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก อันแสดงให้เห็นว่าข้อเสนอแนะของ กสม. ไม่ได้รับการปฏิบัติตามอย่างมีประสิทธิผล และประชาชนยังไม่ได้รับการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีประเด็นที่แตกต่างจากที่เคยตรวจสอบ คือ การแก้ไขปัญหาและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการของผู้ถูกร้องที่ 1 และการออกเอกสารสิทธิในที่ดินสาธารณประโยชน์ จึงรับไว้ตรวจสอบ
กสม. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสนามบินสุโขทัย เดิมเป็นหนองน้ำสาธารณะชื่อ "หนองกายสิทธิ์" อันเป็นแหล่งรับน้ำขนาดใหญ่ และเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่เกษตรกรใช้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งปรากฏร่องรอยการตั้งบ้านเรือนและการทำประโยชน์ในที่ดินของประชาชนอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ในบริเวณพื้นที่พิพาทแล้ว 6 แปลง โดย 2 แปลง อยู่ภายในบริเวณสนามบินสุโขทัย และกรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นว่า การครอบครองที่ดินของสนามบินสุโขทัยมีลักษณะเป็นการซื้อที่ดินจากประชาชนโดยครอบคลุมพื้นที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจะกระทำได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าได้ดำเนินการดังกล่าว กรณีนี้จึงมีเหตุอันควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์และการครอบครองที่สาธารณประโยชน์ที่ดินแปลงสนามบินสุโขทัย ซึ่งอาจมีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
ส่วนการประกอบกิจการก่อสร้างสนามบินสุโขทัยของผู้ถูกร้องที่ 1 เห็นว่า แม้ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้พยายามแก้ไขปัญหาและดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม เช่น การขุดลอกคลองระบายน้ำภายในสนามบิน สนับสนุนงบประมาณจัดซื้อที่ดินเพื่อขุดทางระบายน้ำ ช่วยเหลือชุมชนด้านอาชีพและการศึกษา และลงพื้นที่รับฟังปัญหา แต่มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) ซึ่งยังไม่มีการชดใช้ความเสียหายต่อทรัพย์สิน พืชผล และรายได้ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว
นอกจากนี้รายงานประจำปี 56-1 One Report 2567 ของผู้ถูกร้องที่ 1 ยังระบุว่าการดำเนินธุรกิจการบินอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่กลับไม่มีกลไกการเยียวยาที่ชัดเจนและเข้าถึงได้สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องที่ 1 ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอตามความรับผิดชอบที่ประกาศไว้ ในชั้นนี้จึงรับฟังได้ว่า การประกอบกิจการสนามบินสุโขทัยของผู้ถูกร้องที่ 1 เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
สำหรับประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดสุโขทัย เห็นว่าจังหวัดสุโขทัยมิได้ละเลยหรือเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน โดยได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลายประการ เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำบริเวณโดยรอบสนามบินสุโขทัยและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรรอบสนามบินหลายโครงการ
ดังนั้น แม้การดำเนินการของจังหวัดสุโขทัยจะยังไม่บรรลุผลในทางปฏิบัติ แต่เมื่อปรากฏว่าได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องโดยมีคำสั่งและโครงการที่เป็นรูปธรรม จึงไม่อาจรับฟังได้ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ดี การดำเนินการที่ผ่านมายังขาดการศึกษาและวางแผนบริหารจัดการน้ำของจังหวัดสุโขทัยทั้งระบบอย่างบูรณาการ ซึ่งหากไม่เร่งดำเนินการ อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ในอนาคต
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังบริษัทสายการบิน ผู้ถูกร้องที่ 1 ให้จัดให้มีมาตรการเยียวยาประชาชนซึ่งอาศัยอยู่บริเวณรอบสนามบินสุโขทัยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมอันเนื่องมาจากการสร้างสนามบินสุโขทัย ให้ครอบคลุมการชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน พืชผล และรายได้ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยบูรณาการร่วมกับจังหวัดสุโขทัย ผู้ถูกร้องที่ 2 และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งให้กำหนดกลไกในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายสามารถแจ้งปัญหา และเข้าถึงมาตรการเยียวยาได้อย่างมีประสิทธิผล
นอกจากนี้ ให้จังหวัดสุโขทัย ผู้ถูกร้องที่ 2 สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 เร่งรัดโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำขุดลอกคลองเชื่อมจากหนองป่าตอเพื่อระบายน้ำไปสู่แม่น้ำยม และร่วมกับคณะกรรมการลุ่มน้ำยมศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดสุโขทัยทั้งระบบแล้วเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อพิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ให้ช่วยเหลือประชาชนในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานสำหรับพิสูจน์ความเสียหายและความเดือดร้อนที่เกิดจากการประกอบกิจการสนามบินสุโขทัยและประสานงานกำกับดูแลผู้ถูกร้องที่ 1 ให้ดำเนินมาตรการเยียวยาต่อไป
ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำกับดูแลและติดตามให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จัดทำกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ซึ่งเกิดหรืออาจจะเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการสนามบินสุโขทัย ตามหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานและความรับผิดชอบของผู้ถูกร้องที่ 1 ไว้ในแบบ 56-1 One Report อย่างชัดเจนด้วย




