ครม.เคาะทบทวนฟรีวีซ่า เหลือ 30 วัน-ยึดหลัก 1 ประเทศ 1 สิทธิ-ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศต่างด้าว ฝ่าฝืนส่งกลับ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราของไทยเพิ่มเติม เพื่อให้การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ควบคู่กับการปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคง ป้องกันการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ และลดความซ้ำซ้อน โดยยึดหลัก “1 ประเทศ 1 สิทธิ”
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สาระสำคัญคือการยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว การทำงาน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น และให้พำนักได้ไม่เกิน 60 วัน สำหรับ 93 ประเทศและดินแดน เนื่องจากระยะเวลาพำนักที่ยาวอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการเข้ามากระทำผิดกฎหมายหรือดำเนินกิจกรรมที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว พร้อมปรับสิทธิใหม่ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ โดยพิจารณาทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหลักต่างตอบแทน
สำหรับมาตรการใหม่ กำหนดให้ 59 ประเทศและดินแดนได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวและพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน โดยเพิ่มสิทธิให้ 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย โครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และมัลดีฟส์ ส่งผลให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจายกเว้นวีซ่าเชงเกนให้คนไทย และการจัดทำความตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า ในส่วนของสิทธิพำนักไม่เกิน 15 วัน กำหนดให้มอริเชียสและเซเชลส์ได้รับสิทธิดังกล่าว เพื่อการท่องเที่ยวและพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน ก่อนนำมาทบทวนอีกครั้ง โดยพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวและมูลค่าการใช้จ่ายที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงบทบาทสำคัญของอินเดียในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยประมาณ 7.17 วันต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง
ส่วนการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival กำหนดให้สิทธิแก่ 3 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน เบลารุส และเซอร์เบีย โดยยกเลิกสิทธิ Visa on Arrival ของอินเดีย เนื่องจากได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา 15 วันแทน เพื่อไม่ให้เกิดสิทธิซ้ำซ้อน
นางสาวพลอยทะเล กล่าวอีกว่า ภายหลังการทบทวน จะมีประเทศและดินแดนที่ได้รับสิทธิตามมาตรการต่าง ๆ รวม 65 ประเทศและดินแดน โดยร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 ฉบับ จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยและได้รับสิทธิตามมาตรการเดิมก่อนประกาศใหม่มีผลใช้บังคับ จะยังสามารถพำนักต่อได้ตามระยะเวลาสิทธิเดิมที่เหลืออยู่
นอกจากนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงจะเพิ่มประสิทธิภาพระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) เพื่อคัดกรองประวัติและตรวจสอบการเดินทางเข้า–ออกของชาวต่างชาติ พร้อมเร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางและติดตามการใช้สิทธิให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
“การทบทวนมาตรการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งลดโอกาสด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นการปรับระบบให้เหมาะสม ชัดเจน และตรวจสอบได้มากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจ การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงของประเทศ พร้อมป้องกันไม่ให้มาตรการด้านวีซ่าถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
@ ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศฉบับแรก ยกระดับเกณฑ์คุมเข้มต่างด้าว
ในวันเดียวกัน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางการ ปรับปรุง/แก้ไข กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนเข้าเมือง เพื่อให้กระบวนการส่งตัวคนต่างด้าวที่ทำความผิดหรือที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายกลับออกไปนอกราชอาณาจักรมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศไว้ ซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น จำเป็นต้องวางระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินในส่วนที่เกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของชาติในภาพรวม
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. .... ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เสนอ โดยกำหนดลักษณะความผิดของคนต่างด้าวที่จะเนรเทศออกไปนอกราชอาณาจักร กรณีมีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน 6 ลักษณะความผิด ได้แก่
1. เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
2. ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว
3. ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
4. ปลอมเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
5. กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
6. เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามข้อ 1-5
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ร่างระเบียบฯ ดังกล่าว ยังกำหนดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1. ให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี หรือ เอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวนั้น ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย เพื่อทราบและดำเนินการตามระเบียบนี้ ก่อนที่จะปล่อยตัวคนต่างด้าวนั้น จากเรือนจำไม่น้อยกว่าเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาออกคำสั่งให้เนรเทศคนต่างด้าวนั้นออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ชักช้า โดยให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการส่งตัวผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ กลับไปยังประเทศที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้นมีสัญชาติอยู่ สาระสำคัญ อาทิ ถ้าไม่มีสัญชาติแน่นอน ให้เนรเทศกลับไปยังประเทศที่คนต่างด้าวนั้นแจ้งว่า ตนอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้ามาในราชอาณาจักร
2. กรณีที่ประเทศอื่นที่ผู้ต้องคำสั่งเนรเทศไม่มีสัญชาติอยู่ หรือ องค์การระหว่างประเทศ แล้วแต่กรณี มีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต ให้มีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต โดยแสดงเจตนาว่า จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้นที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนจะมีการส่งตัว และค่าใช้จ่ายในการส่งตัวผู้ต้องคำสั่งเนรเทศ และผู้ต้องคำสั่งเนรเทศนั้น ยินยอมเป็นหนังสือ




