News Logo
หน้าแรก
ศาล ยธ.จับมือพันธมิตรธนาคารยกระดับบังคับคดี โยงข้อมูลบัญชีเงินฝาก

ศาล ยธ.จับมือพันธมิตรธนาคารยกระดับบังคับคดี โยงข้อมูลบัญชีเงินฝาก

22 ก.ค. 2569 14:44
ผู้ชม 9 คน

ศาล ยธ. เดินหน้าเชื่อมระบบข้อมูลบัญชีเงินฝาก กับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารนานาชาติ ธนาคารภาครัฐ ตั้งเป้าสร้างความรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับกระบวนการสืบทรัพย์-บังคับคดีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกเอกสารข่าวแจก ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 6 อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยผู้แทนจากธนาคารสังกัดสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อใช้ในกระบวนการบังคับคดีแพ่ง, บังคับคดีปกครองตามมาตรการบังคับทางปกครอง, การบังคับโทษปรับในคดีอาญา และการบังคับค่าปรับเป็นพินัย โดยมีนายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และนายวรณัฐ สุโฆษสมิต เลขาธิการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม

นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศ ความยุติธรรมจะสมบูรณ์เมื่อคำพิพากษาสามารถบังคับให้เกิดผลได้จริง ซึ่งกระบวนการบังคับคดีเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้หลักนิติธรรมเป็นไปในทางปฏิบัติ

ในอดีต การตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากเพื่อการบังคับคดีต้องใช้เอกสารหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน และสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมากทั้งจากศาลและสถาบันการเงิน แต่จากนี้ไป ผลจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการ "ส่งหนังสือ" ไปสู่ "การเชื่อมโยงข้อมูล" จากการทำงานแยกส่วนไปสู่การทำงานร่วมกัน และจากการใช้เวลาไปสู่การใช้เทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดขั้นตอน ลดเวลา ลดภาระงาน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ทำให้การบังคับคดีและการบังคับโทษตามคำพิพากษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดไม่ใช่เพียงสำนักงานศาลยุติธรรมหรือสถาบันการเงิน แต่คือประเทศชาติและประชาชน เพราะกระบวนการยุติธรรมจะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ และบังคับใช้กฎหมายได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความมั่นคง และหลักนิติธรรมของประเทศมีความเข้มแข็ง

นายธีรทัยยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเชื่อมโยงระบบข้อมูล แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบ และพันธกิจร่วมกันระหว่างศาลยุติธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการและธนาคารซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบการเงิน แม้ทั้งสององค์กรจะมีบทบาทแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างสังคมที่ประชาชนเชื่อมั่นในกฎหมาย เศรษฐกิจ และหลักนิติธรรมของประเทศ โดยการพัฒนาครั้งนี้ต้องอาศัยเวลา งบประมาณ บุคลากร และความทุ่มเทอย่างมาก ซึ่งทุกฝ่ายได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ร่วมกันว่าความสำเร็จของประเทศเกิดจากการจับมือกันเพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมและระบบเศรษฐกิจเดินหน้าไปได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ศาลยุติธรรม
บังคับคดี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 12 สิงหาคม ยังเป็นวันหยุดราชการประจำปีต่อไป
วันที่ 12 สิงหาคม ยังเป็นวันหยุดราชการประจำปีต่อไป