สมอ.ลงพื้นที่ตรวจโรงงาน ‘ซิน เคอ หยวน’ ยกระดับกำกับดูแลมาตรฐานเหล็กใหม่ เฝ้าระวังความเสี่ยง พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างส่งทดสอบ มอก. ด้านโรงงานให้ร่วมมือเต็มที่ พร้อมย้ำว่ามั่นใจในคุณภาพ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโรงงาน บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด พร้อมแจ้งแนวทางการกำกับดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มเติม เนื่องจาก สมอ. ได้ทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านการผลิตและยกระดับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เหล็ก
ด้านตัวแทนจาก สมอ. ระบุว่า จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นว่าค่าส่วนผสมทางเคมีในเหล็กบางประเภทมีความไม่เสถียร โดยเฉพาะกระบวนการผลิตด้วยเตาหลอมเหนี่ยวนำ (Induction Furnace-IF) ที่เสถียรน้อยกว่าเตาหลอมไฟฟ้าอาร์ก (Electric Arc Furnace-EAF) นั้น จากการตรวจสอบของ สมอ. พบว่ามีนัยสำคัญจริงตามข้อสังเกตดังกล่าว
ปัจจุบัน สมอ. มีความก้าวหน้าในการตรวจติดตามความเสี่ยงผลิตภัณฑ์เหล็กไปแล้วกว่า 96% สำหรับบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยังไม่ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่าง ซึ่งจะมีการสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจติดตามในลำดับถัดไป
ภายหลังการออกหลักเกณฑ์ใหม่ ได้มีการเก็บตัวอย่างเหล็กปลายทางจากโมเดิร์นเทรด โดยใช้งบประมาณของผู้รับอนุญาต ซึ่งการสุ่มเก็บตัวอย่างจะไม่มีการแจ้งขนาดล่วงหน้าขึ้นอยู่กับหน้างานจริง ผลการทดสอบล่าสุดจากตัวอย่างกว่า 150 ชุด พบว่าค่าเคมีอยู่ในเกณฑ์ดีทุกเทคโนโลยีการผลิต ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าเหล็กในท้องตลาดปัจจุบันมีความปลอดภัย
ทางด้านตัวแทนบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้สอบถามถึงสถานะของหลักเกณฑ์ดังกล่าวว่าเป็นประกาศกระทรวงหรือเอกสารรับรองจาก สมอ. ซึ่งทางตัวแทน สมอ. ชี้แจงว่าเป็นประกาศ สมอ. เนื่องจากแต่ละผลิตภัณฑ์มีหลักเกณฑ์เฉพาะตัวที่ออกแบบแตกต่างกันออกไป
ทั้งนี้ ตัวแทนจากบริษัทยืนยันความพร้อมในการนำเหล็กเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ สมอ. พร้อมเสนอแนะว่า หากตรวจครอบคลุมครบ 100% แล้ว ควรมีการประกาศรายชื่อโรงงานที่ผ่านเกณฑ์เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อไป

-1-

-2-

-3-
ภายหลังการประชุม คณะผู้แทน สมอ. ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงาน ซิน เคอ หยวน พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กเส้น 5 รายการ รายการละ 3 ตัวอย่าง เพื่อนำส่งทดสอบตามมาตรฐาน มอก. 20 และ มอก. 24 ทั้งนี้ ตัวแทน สมอ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากที่มีการยกระดับหลักเกณฑ์และสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ ทางโรงงานได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพภายใน ส่งผลให้ผลการสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาดล่าสุดอยู่ในเกณฑ์ดี
เมื่อถามถึงเหตุผลในการพิจารณายกเลิกมาตรฐานเหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมระบบ IF ใน มอก. 24 นั้น ทาง สมอ. ชี้แจงว่าเป็นขั้นตอนการดำเนินงานของคณะกรรมการ โดยการลงพื้นที่สุ่มตรวจถือเป็นการเฝ้าระวังตลาดในขั้นตอนปลายทาง ส่วนการปรับปรุงมาตรฐานถือเป็นการทบทวนตามรอบเวลาสากลทุก 5-6 ปี ซึ่งมาตรฐานเดิมใช้งานมาตั้งแต่ปี 2559 จึงถึงเวลาต้องพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัยจากต่างประเทศ ข้อตกลงในกลุ่มอาเซียน ตลอดจนผลทดสอบทางวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า ระบบ IF เป็นเทคโนโลยีที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประเทศจีนได้เลิกใช้งานไปแล้ว ขณะที่ไทยใช้ระบบ EAF มายาวนานกว่า 30-40 ปี และพึ่งนำระบบ IF เข้ามาใช้ราว 10 ปีเศษนั้นสมอ. ชี้แจงว่า อ้างอิงข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษาพบว่า ระบบมาตรฐานเหล็กมีตั้งแต่ปี 2515 และเป็นรูปแบบเดิมมาโดยตลอด ก่อนจะมีการบรรจุระบบ IF เมื่อปี 2559 ทั้งนี้ สำหรับกรณีของจีน คาดว่าเป็นการจำกัดและยกเลิกการใช้เตาหลอมขนาดเล็กเพื่อลดกำลังการผลิตจากภาวะสินค้าล้นตลาด โดยหลังจากนี้ สมอ. จะรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง




