"มานะ นิมิตรมงคล" แฉ 13 คดี "บัญชีดำคอร์รัปชัน" ครึ่งปีแรก 69 มูลค่ามหาศาล โกงสอบข้าราชการ 4.5 พันล้าน สินบนทองคำกรรมการ ป.ป.ช. และมาเฟียภูเก็ต สั่นสะเทือนศรัทธารัฐ การใช้กฎหมายและนโยบายเป็นเครื่องมือทุจริต ทำความเสียหายกว้างขวางเกินเยียวยา
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นประวัติการณ์ และได้รวบรวมไว้ใน "บัญชีดำคอร์รัปชัน" (Hall of Shame) เพื่อตีแผ่กลโกง ประณาม และสร้างความตื่นรู้ให้สังคมไทยเห็นถึงความร้ายแรงของปัญหา โดยมีคดีสำคัญที่ถูกจำรึกถึง 13 กรณี ที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและรูปแบบการทุจริตที่หลากหลาย ตั้งแต่การเรียกรับสินบน การใช้อิทธิพลทางอำนาจ ไปจนถึงการบิดเบือนกฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคล ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐและกระบวนการยุติธรรม
รายละเอียดของคดีคอร์รัปชันที่ถูกบันทึกในบัญชีดำมีดังนี้:
การโกงสอบข้าราชการ อปท. มูลค่าสินบน 4.5 พันล้านบาท: เป็นการโกงสอบที่เหิมเกริมที่สุดในประวัติศาสตร์ มีผู้เกี่ยวข้องหลายหมื่นคน และ ป.ป.ช. ตั้งข้อกล่าวหา 6,014 คน แต่ไม่มีรัฐมนตรีหรือนักการเมืองระดับประเทศถูกดำเนินคดี ทำให้ยากต่อการป้องกันในอนาคต
กกร. เผยผลสำรวจ 10 หน่วยงานรัฐเรียกรับสินบนจากเอกชน: หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (กกร.) และ "เพื่อนไม่ทน" ได้เปิดเผยข้อมูลว่าภาคธุรกิจและประชาชนต้องจ่ายสินบนเป็นประจำในหลายหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้คุณให้โทษ
ไอ้โม่งตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตร มูลค่าราว 2.3 พันล้านบาท: กลุ่มพ่อค้าน้ำมันสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และปากท้องประชาชน แม้ผู้นำรัฐบาลจะยอมรับว่ามีการกักตุน แต่การระบุตัวผู้กระทำผิดยังไม่สามารถทำได้
โครงการ TH-Ai Passport 1.6 พันล้านบาท: ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็น "คอร์รัปชันเชิงนโยบาย" โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโต้แย้งว่าการจัดซื้อมีลักษณะผิดวิสัย แพงเกินจริง และไม่คุ้มค่า เชื่อมโยงกับเมกะโปรเจกต์ "แพลตฟอร์มการเรียนรู้" มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท
เครนถล่มงานก่อสร้างทางด่วนพระราม 2 เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 2 คน: เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการละเลยความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่รัฐและผู้รับเหมา ซึ่งคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เครนถล่มในงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ปากช่องในอดีต
อธิบดีกรมฝนหลวงลาออก หลังปฏิเสธคำขอจากหลานรัฐมนตรี: อธิบดีท่านหนึ่งยอมลาออกเพื่อรักษาหลักการและผลประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ยินยอมยกโครงการซ่อมบำรุงเครื่องบินมูลค่า 300 ล้านบาทต่อปีให้หลานรัฐมนตรีตามที่ร้องขอ
สินบนทองคำหนัก 246 บาท มูลค่า 16 ล้านบาท พัวพันกรรมการ ป.ป.ช. กับอดีตนายตำรวจใหญ่: วิดีโอและพยานหลักฐานเผยให้เห็นการใช้รถประจำตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ไปรับสินบนทองคำเพื่อช่วยเป่าคดี ทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย
ป.ป.ช. มีมติปัดตกคดีนายศักดิ์สยาม สวนทางศาลรัฐธรรมนูญ: แม้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กลับตีความแตกต่าง สร้างข้อสงสัยถึงมาตรฐานขององค์กรอิสระ
มาเฟียภูเก็ตใหญ่คับเกาะจนผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ถูกเด้ง: แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของกลุ่มมาเฟียและทุนเทาที่สามารถโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้หากขัดผลประโยชน์ สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย
คดี ส.ส. 888 มีตำแหน่งใหญ่โตในรัฐสภา แม้ต้องคดีพนันออนไลน์และฟอกเงิน: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายหนึ่งถูกดำเนินคดีหลายครั้ง แต่กลับได้รับการปกป้องจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยมติไม่ส่งตัวให้ดีเอสไอ ทำให้กระทบต่อการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
แจ้งเกิดเท็จ ใช้พ่อไทยทิพย์ให้ลูกได้สัญชาติไทย: ขบวนการซื้อขายสัญชาติไทยรูปแบบใหม่ที่อาศัยช่องโหว่ในระบบทะเบียนราษฎร์ โดยความละโมบของเจ้าหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทย บุคลากรในโรงพยาบาล และเครือข่ายนายหน้า ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว
คดีลอบยิง ส.ส. นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน: มือปืนใช้อาวุธและรถยนต์ของหลวงไปลอบยิง ส.ส. ในพื้นที่ สะท้อนวิกฤตทางจริยธรรม และความเชื่อมโยงกับผลประโยชน์จากอำนาจรัฐ หรือเครือข่ายอิทธิพล
5 ตำรวจ ตม. จัดฉากช่วยจีนเทาหนีคุก แลกสินบน 10 ล้านบาทต่อหัว: ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 นาย ร่วมจัดฉากช่วยผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน 131 ราย หลบหนีจากห้องกัก โดยอุปโลกน์คดีและปล่อยตัวไปในที่สุด
นายมานะ นิมิตรมงคล กล่าวสรุปว่า ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา สังคมไทยยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อคดีฮั้ว ส.ว. ที่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตย และคดีฮุบที่ดินเขาโดดง ที่เจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากเข้ามาใช้กฎหมายและอำนาจของหน่วยงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักการเมือง
"คอร์รัปชันยุคนี้ไม่ได้แปลว่าต้องแอบรับเงินใต้โต๊ะหรือทำผิดกฎหมายเสมอไป พวกเขาไม่กลัวขนาดนั้นแล้ว เพราะเอากฎหมายและนโยบายรัฐมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้พวกตนได้ และที่น่ารังเกียจกว่านั้นคือ คดีคอร์รัปชันที่มีนักการเมืองหนุนหลังจะสร้างความเสียหายหนักเป็นวงกว้างเสมอ" นายมานะกล่าวทิ้งท้า




