DSI นำตัว "ชนนพัฒฐ์" ส่งฟ้องอัยการ 24 ส.ค. คดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ หลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหนัก "อั้งยี่-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ"
สำนักข่าว Next News รายงานว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้เปิดเผยข้อมูลการดำเนินคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ซึ่งถูกขยายผลจากคดีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง และนัดให้นายชนนพัฒฐ์เดินทางไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เวลา 09.30 น. เพื่อนำตัวสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการต่อไป
คดีนี้ดีเอสไอได้ทำการสอบสวนเป็น 2 สำนวนพิเศษ โดยสำนวนแรกคือคดีพิเศษที่ 150/2568 ซึ่งเป็นกรณีเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ดีเอสไอได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นในชื่อ “Operation Gameflow” โดยเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร เพื่อจับกุมเครือข่ายเว็บพนันจากหมายจับศาลอาญา 26 หมาย และสามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ในคดีนี้ ดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีสั่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษแล้ว พร้อมทั้งติดตามจับกุมผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลอาญารัชดาได้ 2 ราย คือ น.ส.นารีรัตน์ และ น.ส.ศิริวรรณ จากทั้งหมด 26 หมายจับ ผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 24 รายยังอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับและคาดว่ากบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแยกสำนวนการสอบสวนออกมาเป็นคดีพิเศษที่ 87/2569 เพื่อสอบสวนกรณีเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว โดยตรง การแยกสำนวนดังกล่าวเกิดจากอัยการสูงสุดพิจารณาเห็นว่ามีความผิดบางส่วนอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร จึงใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อนายชนนพัฒฐ์ ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่ถูกแจ้งแก่นายชนนพัฒฐ์ ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ก่อนหน้านี้ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายชนนพัฒฐ์ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับดีเอสไอตามคำสั่งของอัยการสูงสุด และได้เข้าให้ปากคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว
การแยกคดีพิเศษที่ 87/2569 ออกมาจากสำนวนแรก (คดีพิเศษที่ 150/2568) เป็นไปเพื่อไม่ให้เป็นการยืดเวลาในส่วนของคดีแรกที่ได้มีการจับกุมตัว น.ส.นารีรัตน์ และฝากขังต่อศาลไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว นายชนนพัฒฐ์อยู่ระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีเอกสิทธิคุ้มครอง ส.ส. ทำให้พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องแยกสำนวนออกมาดำเนินการสำหรับนายชนนพัฒฐ์เพียงรายเดียว




