'กทม.' ชงสภากรุงเทพฯแปรญัตติงบฯปี 70 เช่ารถอีวีขนขยะ 5 ปีวงเงิน 6 พันล้านยันเป็นเรื่องจำเป็น ช่วยลด'ค่าใช้จ่าย-มลพิษ' ส.ก.สีส้มจ้องล้ม ชี้รายละเอียดยังไม่มีความพร้อม ขาดผลทดสอบชัดเจนว่าคุ้มกับงบประมาณหรือไม่
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ทางกรุงเทพฯจัดทำโครงการ
เช่ารถไฟฟ้า(อีวี)เก็บขนมูลฝอยในปีงบประมาณ 2570 เพื่อใช้ทดแทนรถเก็บขนมูลฝอย (รถสันดาป) ที่จะสิ้นสุดสัญญา ระหว่างปี 2568-2570 รวมจำนวน 1,347 คัน โดยเป็นงบประมาณผูกพัน 5 ปีวงเงินรวมกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งในปี 2570 จะใช้งบประมาณเบื้องต้นเพียง 3 ล้านบาทในการเตรียมการด้านต่างๆ ก่อนจัดทำทีโออาร์ เพื่อจัดซื้อจัดจ้างต่อไป โดยจะเสนอความเห็นชอบต่อสภากรุงเทพมหานคร(สภา กทม.) พิจารณาในวันที่ 15 กันยายน 2569
นายพรพรหมกล่าวว่า โครงการเช่ารถอีวีเก็บขนมูลฝอยในปีงบฯ 2570 แบ่งเป็น 3 โครงการ สัญญา 5 ปีได้แก่ 1.รถไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 5 ตัน จำนวน 874 คัน 2.รถไฟฟ้า แบบอัด ขนาด 2 ตัน จำนวน 399 คัน 3.รถไฟฟ้าแบบยกภาชนะขนาด 8 ลบ.ม. จำนวน 74 คัน การเช่ารถอีวีเก็บขนมูลฝอย ช่วยประหยัดค่าเช่ารถดีเซลเดิมเมื่อปี 2563 ประมาณ 7-10% และปประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งสัญญา 5 ปี รถขยะรวม 1,347 คัน (วิ่งเฉลี่ย 200 กม./วัน) รถไฟฟ้าคาดว่าลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 4,745 ล้านบาท (949 ล้านบาทต่อปี) หรือต่ำกว่ารถดีเซล 54% ที่ผ่านมาการเช่ารถขนขยะมูลฝอยช่วงปี 2545-2563 มีผู้ประกอบการ 3 ราย ใช้งบประมาณรวม 21,974,978,103 บาท
นายพรพรหมกล่าวว่า มาตรการเพิ่มเติมสำหรับโครงการใหม่ปีงบประมาร 2570 ได้แก่ มาตรการยกระดับด้านสิ่งแวดล้อมการระบบบริหารอัจฉริยะ เช่น เซ็นเซอร์ชั่งน้ำหนัก (load cell) ระบบบริหารจัดการและควบคุมยานพาหนะ (Fleet Management Control Dashboard) เครื่องตรวจวัดกลิ่น (e-nose) กล้องวงจรปิด พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปส่วนกลาง และระบบรายงานการใช้พลังงาน/การลด CO2
นายพรพรหมกล่าวว่า สำหรับความพร้อมเรื่องสถานีชาร์จ จะมีการลงนาม MOU กับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จเร็ว ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอย 3 แห่ง และสถานที่อื่นที่กรุงเทพมหานครกำหนด เช่นสำนักงานเขต หรือสวนสาธารณะ ฯลฯ รวมทั้งสถานที่สถานีชาร์จของ กฟน. 88 แห่ง ทั่วกทม.
"หากโครงการไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณจะมีผลกระทบหลายด้าน เช่น จะมีภาระค่าใช้จ่ายค่าพลังงานและงบประมาณที่สูงขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลมีความผันผวนสูง ซึ่งรถที่เช่าต่อเนื่องจากการเช่าสัญญาเดิมมีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีและบางคันมากกว่า 7 ปี"นายพรพรหมกล่าว
นายพรพรหมกล่าวว่า ส่วนข้อซักถามจากคณะอนุกรรมการงบประมาณฯ ในประเด็นขนาดแบตเตอรี่ต่ำไปหรือไม่นั้น จะเป็นการกำหนดขั้นต่ำ โดยผู้เสนอราคาต้องพิจารณาเสนอขนาดความจุที่เหมาะสมต่อการใช้งานจริง และต้องมีการทดสอบการใช้งานจริง ไม่ได้พิจารณาขนาดแบตฯตัวเลขเดียว ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมไม่ทดสอบรถก่อนหาตัวผู้รับจ้างนั้น จะมีการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันหลายราย การทดสอบรถต้นแบบมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่ารถที่สามารถใช้งานได้จริงตาม TOR ก่อนส่งมอบรถทั้งหมด ส่วนประเด็นวไม่กำหนดเวลาแก้ไขปรับปรุงเอื้อประโยชน์ให้ผู้ชนะหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ หากแก้ไขไม่ผ่าน กทม.สามารถยกเลิกสัญญา จึงเป็นความรับผิดชอบของผู้เสนอราคาต้องรอบคอบ ส่วนคำถามว่าทำไมดำเนินโครงการล่าช้ากว่าแผนนั้น เพราะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบตามข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่เสนอต่อ ครม. และพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันทุจริต(คปท.) ส่วนการใช้งบกลางผิดนัยการเงินการคลังหรือไม่นั้น เห็นว่าการใช้งบกลางมีเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งการเช่ารถขยะมีความจำเป็นเนื่องจากจะหมดสัญญาเช่าครบ 1,347 คัน ในเดือนมีนาคม 2570
รายงานข่าวแจ้งว่า สภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) นัดประชุมวิสามัญ ในวันที่ 15 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 วงเงิน กว่า 93,000 ล้านบาท โดยคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณฯปรับลดไปกว่า 2,600 ล้านบาท และมีการแปรญัตติกลับมาใกล้เคียงกันคือกว่า 2,600 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโครงการเช่ารถอีวีขนขยะมูลฝอย ทางคณะอนุกรรมการวิสามัญงบประมาณในสัดส่วนพรรคประชาชน(ปชน.) ทั้ง 15 คน แสดงจุดยืนเห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถพลังงานสะอาด เพื่อประหยัดงบประมาณและลดมลพิษ อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการเช่ารถอีวีขนขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นโครงการผูกพันระยะยาวที่ กทม. เสนอเข้ามาในรายการแปรญัตติปีนี้ สมาชิกสภากรุงเทพฯ(ส.ก.) พรรค ปชน.ลงมติปรับตัดออกรวม 3 โครงการ โดยระบุว่ารายละเอียดยังไม่มีความพร้อม ขาดผลการทดสอบที่ชัดเจนว่าจะคุ้มค่ากับเงินงบประมาณของประชาชนอย่างไร โดยจะนำรายละเอียดไปอภิปรายอย่างรอบด้านในวาระ 2 และ 3 ในการประชุมสภา กทม. วันที่ 15 กันยายน 2569 นี้




