เกาะรัตนโกสินทร์กำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากพื้นที่ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครสู่การเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์เมืองเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ภายใต้ ‘การประกวดการออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์ พัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์บริเวณป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศ วัดราชนัดดา โลหะปราสาท และวัดเทพธิดาราม เพื่อเพิ่มคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหให้กลายเป็นแลนมาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ’
นับเป็นก้าวสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้สังคมไทยมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของชาติและยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชน
ปรับภูมิทัศน์เกาะรัตนโกสินทร์ กระจายเม็ดเงินสู่ชุมชน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย กล่าวกับสำนักข่าว Next News ว่า การจัดประกวดครั้งนี้เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป นิติบุคล และหน่วยงานต่างๆ สร้างสรรค์ออกแบบพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สำคัญใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ครอบคลุมบริเวณป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหาร โลหะปราสาท และวัดเทพธิดารามวรวิหาร รวมถึงพื้นที่ริมคลองรอบกรุงและคลองมหานาคโดยรอบ พื้นที่ดังกล่าวล้วนมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิทัศน์เมือง อีกทั้งยังเป็นจุดศูนย์รวมของกรุงเทพฯ และเกาะรัตนโกสินทร์ในอดีต รวมถึงเป็นจุดเชื่อมโยงของสายน้ำจากคูคลองสำคัญ 3 สาย ดังนั้น การปรับปรุงพื้นที่จึงไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างความสวยงาม แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มคุณค่าของพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์
ซึ่งคาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะสามารถพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่สำคัญและสวยงามของกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ประกอบการและประชาชนที่ทำธุรกิจหรือค้าขายอยู่โดยรอบซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้พื้นที่มากขึ้น สร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจชุมชน
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ โดยจะมีการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ในการจัดสรรที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เช่น โครงการบ้านอิ่มใจของ กทม. เพื่อดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่าการพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ไม่ได้มองเพียงมิติของการท่องเที่ยวหรือการปรับภูมิทัศน์แต่ให้ความสำคัญกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ควบคู่กัน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดประโยชน์กับทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชนโดยรอบ
ชูคนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน - ชุมชน
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ต้องมองทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง สำหรับฮาร์ดแวร์ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางเท้า ระบบการเดินทาง ความปลอดภัย พื้นที่สีเขียว และการเชื่อมโยงระบบคมนาคม ขณะที่ ซอฟต์แวร์ คือการดูแลผู้คนและชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและคนไร้บ้าน ผ่านการเชื่อมโยงระบบช่วยเหลือ การฝึกอบรม และการสร้างโอกาสในการทำงาน ขณะเดียวกัน ต้องส่งเสริมกิจกรรมในพื้นที่ เช่น ถนนคนเดิน และกิจกรรมที่ช่วยสร้างความคึกคัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การใช้พลังงานสะอาด และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและไม่สร้างภาระให้กับคนรุ่นต่อไป
“การพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์ไม่ใช่แค่การพัฒนาสถานที่ แต่คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน โดยให้คนเป็นตัวตั้ง และให้ทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบอนาคตของเมือง” นายชัชชาติกล่าว
เปิดเวทีสร้าง “สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต”
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจทั้งนิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป นิติบุคล หน่วยงานต่างๆ และผู้มีความคิดสร้างสรรค์ทั่วประเทศ สามารถร่วมส่งผลงานประกวดออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์ “สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์” ภายใต้แนวคิด RE: CONNECT RATTANAKOSIN “เชื่อมเมือง เชื่อมธรรมชาติ เชื่อมเรื่องราว”
เพื่อร่วมกันนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญของชาติให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์แห่งอนาคต โดยเริ่มเปิดรับสมัครเพื่อเข้ารับฟังคำชี้แจงตั้งแต่วันที่ 15 – 30 กันยายน 2569 และเปิดรับสมัครและส่งผลงานประกวดผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่ 1–30 ตุลาคมก 2569 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการสมัครและส่งผลงานได้ทาง Facebook “สายน้ำเดียวกัน” และ “We Love PTT”
การประกวดครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการวางภาพใหม่ของเกาะรัตนโกสินทร์ที่ผสานอดีต ปัจจุบันและอนาคตเข้าด้วยกัน ผ่านความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้พื้นที่ประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ เดินหน้าไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุล




