News Logo
หน้าแรก
ศาลฯยกฟ้องคดีฟอกเงินดิไอคอน 'สามารถ' ซัด DSI กลั่นแกล้ง สองมาตรฐาน

ศาลฯยกฟ้องคดีฟอกเงินดิไอคอน 'สามารถ' ซัด DSI กลั่นแกล้ง สองมาตรฐาน

25 ก.ย. 2569 15:10
ผู้ชม 21 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ศาลอาญายกฟ้อง "สามารถ เจนชัยจิตรวนิช" พร้อมมารดา- "บอสพอล" คดีฟอกเงินดีไอคอน ชี้พยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอ ไม่มีสิ่งบ่งชี้เงินผิดกฎหมาย "สามารถ" ฟาด DSI กลั่นแกล้ง เลือกปฏิบัติ ซัดหน่วยงานรัฐทำคดีสองมาตรฐาน ชี้พิรุธหมายจับ-เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่หลังคดี ลั่นเดินหน้าตรวจสอบความโปร่งใส

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดาของนายสามารถ, และนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล อดีตประธานบริหารบริษัท ดีไอคอน กรุ๊ป จํากัด ในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินของบริษัท ไอคอนกรุ๊ป จํานวน 2.5 ล้านบาท หมายเลขดำ ฟ6/2568 โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ในฐานะโจทก์นำสืบมานั้นไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอ (DSI) ตรวจพบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างจำเลยทั้งสามคนและคนรักของจำเลยที่ 1 ภายหลังเกิดคดีดีไอคอนซึ่งมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท โดยจำเลยทั้งหมดมีการรับโอนและโอนเงินด้วยบัญชีของตนเอง อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าการนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏชัดเจนว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการปกปิดแหล่งที่มา หรือการซุกซ่อน หรือช่วยเหลือผู้อื่นในการปกปิด ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินที่ได้รับมานั้นมาจากการกระทำความผิดใด หรือจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่น และมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดในที่สุด

ภายหลังฟังคำพิพากษา น.ส.สุภัทรพร โดรักษา ทนายความของนายวรัตน์พล ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อความยุติธรรมที่ศาลมอบให้ในวันนี้ โดยระบุว่าลูกความของเธอได้เผชิญกับภาวะความเครียดอย่างหนักตั้งแต่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ และขณะนี้อยู่ในระหว่างการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการยื่นขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากจำเลยทุกคนในคดีนี้ถูกควบคุมตัวมานานเกือบ 2 ปีแล้ว โดยไม่มีใครได้รับการปล่อยชั่วคราว และทรัพย์สินยังคงถูกอายัดไว้ ซึ่งหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ส่วนคดีหลักของบริษัทดีไอคอนนั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยภายในปลายปี 2570 ก่อนจะมีการนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

ทางด้านนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงดุดันและแข็งกร้าว โดยแสดงความขอบคุณผู้พิพากษาที่ให้ความยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดีไอคอน กรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท นายสามารถยืนยันมาโดยตลอดว่าคลิปเสียงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนักการเมือง “ส.เสือ” ไม่ใช่เสียงของตน และศาลก็มีคำพิพากษายกฟ้องในที่สุด เขายังกล่าวถึงความต้องการที่จะนำเสนอข้อมูลอีกด้านผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมาโดยตลอดเกือบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่คลิปเสียงหลุดและการถูกกล่าวหาว่าตบทรัพย์และฟอกเงิน ซึ่งข้อเท็จจริงได้ปรากฏแล้วว่าไม่มีสิ่งดังกล่าว และตั้งคำถามถึงความยุติธรรมที่ต้องเผชิญกับความเสียหายมาอย่างยาวนาน

นายสามารถยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินคดีของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะดีเอสไอ ว่าควรอยู่ภายใต้หลักนิติธรรมเช่นเดียวกัน และตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ตนมองว่าเป็นการ "ดำเนินคดีหลายมาตรฐาน" โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับกรณีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และคดีที่เกี่ยวข้องกับดาราดัง "ฟ" ซึ่งทั้งสองกรณีมีประเด็นเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเป็นพันล้านบาท แต่ไม่ถูกออกหมายจับ ไม่ถูกฝากขัง และยังได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ในขณะที่กรณีของตนเองกลับถูกออกหมายจับ ถูกฝากขัง และถูกคัดค้านการประกันตัว โดยอ้างเหตุผลในคำร้องขอฝากขังครั้งแรกว่า ตนเป็นผู้มีอิทธิพล รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่จำนวนมาก และเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

นายสามารถยังได้ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า หากตนเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลตามกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษ เหตุใดคดีของตนจึงไม่มีอัยการเข้าร่วมสอบสวน ทั้งที่คดีอื่นที่ตนยกตัวอย่างกลับมีอัยการเข้าร่วมสอบสวน นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยว่าระหว่างการสืบพยานได้สอบถามเจ้าหน้าที่ดีเอสไอผู้ขอหมายจับถึงหลักฐานที่ใช้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นคลิปเสียงและเส้นทางการเงิน แต่จากการซักถามกลับไม่สามารถยืนยันได้ว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตนจริง และเส้นทางการเงินที่ถูกอ้างก็เพิ่งได้รับมาภายหลังการขอหมายจับไปแล้ว จึงเกิดคำถามว่าในขณะที่ขอหมายจับ เจ้าหน้าที่นำหลักฐานใดไปยืนยันต่อศาล

นายสามารถยังกล่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงการที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ทำคดีของตนบางรายได้รับการเลื่อนตำแหน่งกระทั่งถึงรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยฝากไปถึงกระทรวงยุติธรรมและภาครัฐว่า "อย่าใช้กลไกแบบนี้กลั่นแกล้งใคร" และยังฝากถึง "คุณลุง" (ลุงป้อม) ว่าน่าจะรู้ดีที่สุดว่าตนไม่ได้กระทำความผิด ไม่เคยขอเงินแม้แต่บาทเดียว และยอมเจ็บยอมเปียกแทนมาเสมอ โดยวิธีการที่เกิดขึ้นกับตนนั้นเป็นการกลั่นแกล้งอย่างชัดเจน

เมื่อถูกถามว่ากรณีนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายสามารถกล่าวว่าขอให้สื่อมวลชนและประชาชนพิจารณาอย่างยุติธรรม โดยย้ำหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ชาวบ้าน รัฐมนตรี หรือบุคคลทั่วไป และไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ เขายอมรับว่าไม่ได้โกรธใครเลย แต่ต้องขอบคุณที่ทำให้ได้เรียนรู้อีกมิติจากการเป็นผู้บริหารมาเป็นนักโทษ

สำหรับคดีหลักของบริษัท ดีไอคอน กรุ๊ป นายสามารถยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับตน และเป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่ในคดีต้องต่อสู้ตามกระบวนการ โดยส่วนตัวแล้ว ตนจะเดินหน้าตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานรัฐว่าปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ จะใช้กฎหมายดำเนินการฟ้องกลับดีเอสไอต่อไป

นายสามารถยังกล่าวถึงระยะเวลาที่ถูกคุมขังว่า ตนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 และอยู่ในเรือนจำเกือบ 2 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเดือนเมษายน 2569 หลังสืบพยานทุกปากเสร็จสิ้น โดยศาลเห็นว่ามีเหตุให้ไต่สวนและปล่อยตัวชั่วคราว แม้จะมีการจำหน่ายคดีเพื่อรอผลคดีมูลฐานซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2571 แต่นายสามารถเห็นว่าการต้องรอนานขนาดนั้นไม่เป็นธรรม เพราะยังคงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้กระทำความผิด จึงได้ร้องขอให้ศาลพิจารณานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายน และในที่สุดศาลก็มีคำพิพากษายกฟ้องในวันนี้ 

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายวรัตน์พล หรือ บอสหอล ยังคงมีคดีหลักของบริษัทดีไอคอน และยังไม่ได้ยื่นขอประกันตัว จึงยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ดิไอคอน

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำดำเนินคดี ยึดความเสมอภาคทางเพศ-ไม่เลือกปฏิบัติ
ปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำดำเนินคดี ยึดความเสมอภาคทางเพศ-ไม่เลือกปฏิบัติ