News Logo
หน้าแรก
ปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำดำเนินคดี ยึดความเสมอภาคทางเพศ-ไม่เลือกปฏิบัติ

ปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำดำเนินคดี ยึดความเสมอภาคทางเพศ-ไม่เลือกปฏิบัติ

25 ก.ย. 2569 16:58
ผู้ชม 9 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ประธานศาลฎีกาลงนามคำแนะนำ 6 ข้อ ดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ กำชับศาลทั่วประเทศสืบพยานไร้อคติ ห้ามถามประจานหรือลดทอนศักดิ์ศรี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน ย2569 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ เพื่อให้บุคคลทุกเพศที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาพิพากษาคดีได้รับความคุ้มครอง ให้มีสิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม อันเป็นหลักการสำคัญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ทั้งนี้ คำแนะนำของนายอดิศักดิ์ เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ ประกอบด้วยสาระสำคัญ 6 ข้อ ได้แก่

1. การพิจารณาพิพากษาคดี ศาลพึงปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความเสมอภาค และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยปราศจากอคติ และหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งเพศ รวมทั้งเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม อายุ และสภาพทางกาย ที่อาจจะรวมมากับเรื่องความแตกต่างทางเพศของบุคคล

2. การสืบพยาน ศาลพึงระมัดระวังมิให้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศที่อาจเป็นการเปิดเผย ประจาน ทำให้เกิดความรู้สึกอับอาย ถูกตีตรา หรือถูกลดทอนศักดิ์ศรี หากคำถามดังกล่าวไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี และในการบันทึกคำพยาน ศาลพึงกระทำโดยปราศจากอคติทางเพศ นอกจากนี้ ศาลพึงระมัดระวังมิให้เรื่องเพศ เพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ คุณลักษณะทางเพศ ภูมิหลัง หรือพฤติกรรมทางเพศของพยานหรือคู่ความ มีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในคดี

3. ในคดีเกี่ยวกับสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น คดีครอบครัว คดีมรดก คดีแรงงาน หรือคดีประเภทอื่นในลักษณะเดียวกันนี้ ศาลพึงแสวงหาแนวทางตามกฎหมายเพื่อการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีเพศแตกต่างกันอย่างเหมาะสม

4. ในคดีเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ศาลพึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหาย และดำเนินกระบวนพิจารณาโดยหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดการซ้ำเติมบาดแผลทางจิตใจของผู้เสียหาย นอกจากนี้ยังอาจพิจารณาใช้มาตรการคุ้มครองผู้เสียหายตามความจำเป็น เช่น การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับจำเลย การพิจารณาคดีเป็นการลับ การสั่งแยกเก็บเอกสารที่มีเนื้อหาหรือภาพถ่ายอันพึงไม่เปิดเผย การไต่สวนโดยฉุกเฉิน การกำหนดมาตรการชั่วคราว เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายเข้าถึงการรับบริการบำบัดรักษา ฟื้นฟู และเยียวยาและในการพิพากษาคดี ศาลพึงคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายอย่างรอบด้าน และพึงกำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญาตามความร้ายแรงของการกระทำความผิด นอกจากนี้ พึงกำหนดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพและมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มาตรการเพื่อการบำบัดรักษา ฟื้นฟู และเยียวยา รวมทั้งการกำหนดค่าเสียหายทางแพ่งที่ครอบคลุมถึงการเยียวยาความเสียหายต่อจิตใจของผู้เสียหายอย่างเหมาะสม ได้สัดส่วน และมีประสิทธิภาพ

5. ในคดีอาญา การสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว การกำหนดโทษและมาตรการบังคับทางอาญา และการกำหนดมาตรการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ศาลพึงรวบรวมข้อมูลและคำนึงถึงเหตุปัจจัยเกี่ยวกับภูมิหลังและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเพศที่ส่งผลให้เกิดการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นประวัติการถูกล่วงละเมิด การถูกกระทำด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หรือการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และพึงคำนึงถึงสภาพร่างกายและจิตใจ เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะหลังคลอด ความบอบช้ำทางจิตใจ ความกดดันในชีวิต หรือภาวะเสพติด และพึงคำนึงถึงภาระและบทบาทหน้าที่ที่มีต่อครอบครัวตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการเลี้ยงดูบุตร ผู้สูงอายุ หรือบุคคลที่ต้องพึ่งพิง รวมทั้งการหาเลี้ยงชีพทางเศรษฐกิจ เพื่อนำมาประกอบการใช้ดุลพินิจอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วนในการพิจารณาออกคำสั่งและคำพิพากษา นอกจากนั้น ศาลพึงพิจารณาใช้มาตรการที่มิใช่การคุมขัง เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นตามสภาพ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เสียหายและความปลอดภัยของสังคมประกอบด้วย

6. ให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบงานเพื่อให้การปฏิบัติตามคำแนะนำนี้มีประสิทธิภาพและทบทวนระบบงานดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล และส่งเสริมการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรมในเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศอย่างต่อเนื่องคำแนะนำของประธานฎีกานี้ฉบับนี้นั้นเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดีให้คำนึงถึงมิติทางเพศสภาพ วางแนวทางปฏิบัติในคดีเกี่ยวกับการกระทำด้วยเหตุแห่งเพศเพื่อสร้างพื้นที่ทางกฎหมายที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศสภาพอย่างแท้จริง ส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิและป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งเพศ อันเป็นการอำนวยความยุติธรรมบนพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในความเสมอภาค

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลูกอดีตนายพลวางเพลิงเผาบ้าน ยิง จนท.ก่อนจบชีวิตตนเอง พบปืนสงครามเพียบ
ลูกอดีตนายพลวางเพลิงเผาบ้าน ยิง จนท.ก่อนจบชีวิตตนเอง พบปืนสงครามเพียบ