ศาลแพ่งยกฟ้อง 4 กสทช.คดีที่ 'นพ.สรณ'ฟ้องละเมิด- ไขข่าว เรียกค่าเสียหาย 20 ล้าน ชี้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงาน ติชมตามหน้าที่ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ศาลแพ่ง ศาลมีพิพากษายกฟ้อง คดีหมายเลขดำ พ 5748/2567 ที่นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นโจทก์ ฟ้อง กสทช. 4 คนคือ พล.อ.ท.ธนพันธ์ุ หร่ายเจริญ , ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูตร , รศ.ศุภัช ศุภาชลาศัย , รศ.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ และบริษัท อิศรา ไทยเพรส เดเวลอปเมนท์ เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่อง ละเมิด, ไขข่าว เรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท
ทั้งนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1-5 ร่วมกันละเมิดต่อโจทก์ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เมื่อจำเลยที่ 1-4 แถลงข่าวแก่จำเลยที่ 5 เรื่องการทำหน้าที่ของโจทก์ ไปในทางที่ทำให้โจทก์เสียหายเป็นการจงใจให้โจทก์เสื่อมเสียเกียรติยศ ชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล ขอให้จำเลยที่ 1-5 ร่วมกันชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 20 ล้านบาท จำเลยที่ 1-5 ให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาระบุว่า ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1-4 ให้ข่าวแก่จำเลยที่ 5 ไปเผยแพร่นั้นมีทั้งหมด 6 ประเด็นคือเรื่องที่โจทก์ใช้อำนาจของประธาน กสทช.เพียงผู้เดียวในการสรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช. , เรื่องที่โจทก์ไม่ดำเนินการตามมติ กสทช.ครั้งที่ 12/2566 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ที่ประชุมมีเสียงข้างมากมีมติให้เปลี่ยนตัวผู้รักษาการเลขาธิการ กสทช. , เรื่องที่โจทก์ไม่นำวาระปรับปรุงโครงสร้างสำนักงาน กสทช. ทั้งที่มีมติเห็นชอบหลักการไปแล้ว , เรื่องที่โจทก์ไม่ดำเนินการให้กรรมการ กสทช. พิจารณางบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2567, เรื่องที่โจทก์ไม่บรรจุวาระสำคัญเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม กสทช. ทำให้ภารกิจต้องหยุดชะงักในหลายเรื่อง และเรื่องที่โจทก์กำหนดนัดประชุม กสทช. เองโดยแจ้งวันนัดประชุมกระชั้นชิด
คำพิพาษาระบุว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1-4 ละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1-4 ในฐานะกรรมการ กสทช. มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการทำงานในองค์กรเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ย่อมสามารถแสดงความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตนได้ ตราบใดที่การแสดงความคิดเห็นติชมนั้นเป็นธรรม เป็นประโยชน์สาธารณะ จำเลยที่ 1-4 ให้ข่าวล้วนเป็นประเด็นที่จำเลยที่ 1-4 เคยท้วงติง โต้แย้งและเสนอแนะต่อโจทก์มาแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1-4 เป็นการชี้แจงถึงปัญหาข้อขัดข้องในการทำงานเพื่อไม่ให้คณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ รวมถึงโจทก์และจำเลยที่ 1-4 ต้องรับผิดชอบหากเกิดความผิดพลาด การกระทำของจำเลยที่ 1-4 จึงไม่เป็นความผิด เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-4 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1-4 จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์ และจำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง




