DSI รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็นตำรวจ หลอกเหยื่ออ้างพัวพันคดีฟอกเงินร้ายแรง แค่รายเดียว สูญเงินกว่า 7.5 ล้านบาทเร่งขยายผลล่าหัวโจกขบวนการระดับชาติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวน 2 ราย คือ นางสาวนาตยา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และนางสาวสุดารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ได้ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายร้องเรียน DSI ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หลอกว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อพัวพันกับการฟอกเงิน และต้องโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปรวมทั้งสิ้นกว่า 7,513,854 บาท
จากการสืบสวนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการสุ่มโทรศัพท์หลอกลวง จากนั้นจะส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการที่แอบอ้างเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่รัฐผ่านวิดีโอคอล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และควบคุมการสื่อสารกับผู้เสียหายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนจะหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ เมื่อได้เงินจะมีการโอนต่อไปยังบัญชีอื่นหลายทอด และแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งในและต่างประเทศเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 6/2568 โดยการกระทำผิดเข้าข่ายฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และความผิดฐานร่วมกันเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
DSI ย้ำเตือนประชาชนว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบใดๆ หากได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ห้ามหลงเชื่อหรือโอนเงินเด็ดขาด ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ









