News Logo
หน้าแรก
ม.ศิลปากรร้อง‘ศุภจี’สั่งพักงาน ‘ผู้บริหาร-4จนท.’สสว.ปมคัด2โครงการ994ล.

ม.ศิลปากรร้อง‘ศุภจี’สั่งพักงาน ‘ผู้บริหาร-4จนท.’สสว.ปมคัด2โครงการ994ล.

11 ต.ค. 2569 09:14
ผู้ชม 18 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ตัวแทนม.ศิลปากรร้อง‘ศุภจี’สั่งพักงานผู้บริหาร สสว.และจนท.รวม 5 คน ปมพิพาทการคัดเลือก 2 โครงการใหญ่ มูลค่ากว่า 994 ล้าน หวั่นเอกสารถูกทำลาย-พยานบุคคลไม่กล้าให้ข้อมูล พร้อมขอดูแลความปลอดภัยหลังถูกข่มขู่

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานของ สสว. ในโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย (Marketplace & Open Commerce Network) วงเงิน 499 ล้านบาท และโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท รวม 994 ล้านบาท โดยทางมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ส่งโครงการคัดเลือกด้วยถูกตัดสิทธิ 1 โครงการโดยอ้างว่าข้อมูลบางส่วนที่เสนอผิดเงื่อนไข และอีกโครงการได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ โดยมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้ชนะไปทั้ง 2 โครงการ ต่อมาตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรยื่นอุทธรณ์เพราะเห็นว่าการคัดเลือกไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม ปรากฏว่าตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ดูแล 2 โครงการดังกล่าวถูกคนที่อ้างว่าสนิทกับผู้บริหาร สสว.คนหนึ่งโทรไปข่มขู่ให้ถอนอุทธรณ์ ทางตัวแทนมหาวิยาลัยจึงไปแจ้งความดำเนินคดี และต่อมา ทางสสว.ก็ยกอุทธรณ์ทั้ง 2 โครงการของมหาวิทยาลัยศิลปากร ทางตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงไปยื่นร้องต่อคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร และนายกฯรัฐมนตรีด้วยนั้น

  รายงานข่าวแจ้งว่า ต่อมา นายกฤษ วุ่นกลิ่นหอม ผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาโครงการประจำ มหาวิทยาลัยศิลปากร และตัวแทนอาจารย์อีก 2 คนทำหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่กำกับดูแล สสว. เรื่อง ขอความอนุเคราะห์พิจารณาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ สสว. ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะถึงที่สุด เพื่อป้องกันการแทรกแซงพยานบุคคลและพยานหลักฐาน

  หนังสือระบุว่า ปรากฏข้อเท็จจริงและข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก การพิจารณาคุณสมบัติ และการพิจารณาอุทธรณ์ คณะผู้ร้องจึงได้ดำเนินการตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายไว้แล้ว กล่าวคือ ได้แจ้งความเป็นส่วนบุคคลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีถูกบุคคลที่แอบอ้างว่ามีความสัมพันธ์กับ สสว. ข่มขู่ให้ถอนอุทธรณ์ โดยได้มอบพยานหลักฐานต่อประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร และเลขานุการคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตลอดจนกำลังดำเนินการในกระบวนการทางตุลาการผ่านสำนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาลปกครองต่อไป

 หนังสือระบุว่า อย่างไรก็ดี คณะผู้ร้องมีความห่วงกังวลอย่างยิ่งว่า เจ้าหน้าที่ของ สสว. ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกต และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เป็นปัญหา ยังคงปฏิบัติหน้าที่และกำกับดูแลเอกสาร พยานหลักฐาน ตลอดจนพยานบุคคเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่

 “ในฐานะที่รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลนโยบายภาพรวมของรัฐและการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์โปรดพิจารณาให้ผู้บริหาร สสว.คนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ สสว.อีก 4 คน รวม 5 คน พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ใน สสว. เป็นชั่วคราว จนกว่าการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากรและ  สสว. จะถึงที่สุด เพื่อป้องกันมิให้มีการข้องเกี่ยวหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคลหรือพยานหลักฐานสำคัญที่จะใช้ในการพิจารณาของกระบวนการสอบสวนและกระบวนการยุติธรรม”หนังสือระบุ

 หนังสือยังระบุว่า บุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกประกาศ การกำหนดหลักเกณฑ์ การให้คะแนน การรับรองเอกสาร การตัดคุณสมบัติ และการพิจารณาอุทธรณ์ อีกทั้งยังกำกับดูแลเอกสารและไฟล์ต้นฉบับที่เป็นสาระสำคัญของคดี จึงเป็นผู้ที่ควบคุมพยานหลักฐานสำคัญไว้โดยตรง อีกทั้ง พยานบุคคลจำนวนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของบุคคลดังกล่าว หากผู้ถูกตั้งข้อสังเกตยังคงอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจบังคับบัญชา ย่อมมีความเสี่ยงที่พยานจะถูกกดดันหรือถูกชี้นำคำให้การ นอกจากนี้ เอกสารและไฟล์ต้นฉบับ อาทิ ใบให้คะแนนรายกรรมการ ไฟล์ข้อเสนอต้นฉบับพร้อมข้อมูลกำกับไฟล์ (ที่มี metadata สำคัญ เช่น การบันทึกคะแนน หรือ การบันทึกการประชุม) เอกสารสัญญา และเอกสารการเบิกจ่าย ยังอยู่ในความครอบครองของ เจ้าหน้าที่ดังกล่าว จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกแก้ไข ทำลาย หรือจัดทำเพิ่มเติมย้อนหลัง

  “จึงขอให้พิจารณาสั่งการหรือประสานหน่วยงานที่มีอำนาจ ให้เจ้าหน้าที่ สสว. ทั้ง 5 ท่านข้างต้น พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ใน สสว. เป็นการชั่วคราว จนกว่ากระบวนการยุติธรรมระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากร และ สสว. จะถึงที่สุด ทั้งนี้ เป็นมาตรการป้องกันเพื่อความโปร่งใส มิใช่การชี้ขาดว่าผู้ใดกระทำความผิด และขอให้พิจารณาให้ สสว. ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณของทั้งสองโครงการไว้ก่อน จนกว่ากระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรมจะได้ข้อยุติ รวมทั้งขอให้พิจารณามาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้ร้องและคณะทำงานตามความเหมาะสม”หนังสือระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิโรจน์ขอบคุณ‘อิ๊งค์’จ่ายภาษีรับให้200ล.หลังใช้ตั๋วP/Nซื้อหุ้นแม่-พี่
วิโรจน์ขอบคุณ‘อิ๊งค์’จ่ายภาษีรับให้200ล.หลังใช้ตั๋วP/Nซื้อหุ้นแม่-พี่