News Logo
หน้าแรก
กรอ.เร่งแก้คราบสีรุ้งท่วมปราจีนฯ ใช้ทุ่นกักในวงจำกัด เตือนห้ามใช้น้ำ

กรอ.เร่งแก้คราบสีรุ้งท่วมปราจีนฯ ใช้ทุ่นกักในวงจำกัด เตือนห้ามใช้น้ำ

14 ต.ค. 2569 10:43
ผู้ชม 3 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กรอ.เร่งแก้คราบสีรุ้งน้ำท่วมปราจีนบุรี ตั้งทุ่นกักในวงจำกัดแล้ว สั่งโรงงานต้นเหตุเร่งฟื้นฟูด่วน เผยผลตรวจไม่มีสารโลหะหนักอันตรายเฉียบพลัน แต่เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงสัมผัส-ใช้น้ำ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีคราบสีรุ้งปนเปื้อนน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ว่า กรมฯเร่งติดตามและแก้ไขปัญหากรณีคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมัน (Oil Sheen) ลอยเหนือผิวน้ำปนเปื้อนพื้นที่ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี จากเหตุการณ์น้ำท่วมขังช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยคาดว่ามาจากน้ำชะกากอุตสาหกรรมและสารปนเปื้อนไหลออกจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมและพื้นที่กำจัดบำบัดของเสียของ บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) จึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดย สอจ.ปราจีนบุรี ได้ออกคำสั่งตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง ให้บริษัทฯ ปิดหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมทั้งหมดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายจากน้ำฝนชะล้าง รวมถึงสำรวจการปนเปื้อนเพิ่มเติมทั้งภายในและภายนอกโรงงาน ตลอดจนเร่งทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาแก่ประชาชน

 นายพรยศกล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ออกคำสั่งตามมาตรา 39 สั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว โดยกำหนดให้ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย นำวัตถุดิบและกากของเสียเข้าไปเก็บในอาคาร รวมทั้งจัดหาวิศวกรตรวจสอบรับรองความมั่นคงแข็งแรงของคันดินและอาคารโรงงาน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมสั่งระงับการรับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้รับของเสียเข้ามาเพิ่มในพื้นที่

 นายพรยกศกล่าวว่า สำหรับการรับมือและสกัดกั้นมลพิษ ได้ดำเนินการติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมัน (Oil Boom) เพื่อแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน ซึ่ง สอจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยงและเก็บตัวอย่างน้ำเพิ่มเติมในจุดน้ำท่วมขังแปลงเกษตรกรรมของประชาชน หน้าอาคารโรงงาน และใกล้บ่อน้ำชะกากอุตสาหกรรม ตรวจพบค่าน้ำมันและไขมัน (FOG) และไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูงบริเวณทุ่นกักคราบน้ำมันที่ติดตั้งไว้ แม้จะมีความเป็นไปได้ที่น้ำจะไหลมาจากแหล่งกำเนิดใกล้เคียง แต่ยืนยันให้เห็นว่าทุ่นสามารถกักเก็บและจำกัดการแพร่กระจายของคราบน้ำมันไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้ขยายวงกว้างไปมากกว่าเดิม

  นายพรยศกล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 3 จุดสำคัญ ได้แก่ จุดที่ 1 น้ำปนเปื้อนบริเวณถังบรรจุของเสียที่ส่งมากำจัดบำบัด จุดที่ 2 บ่อน้ำชะกากอุตสาหกรรม และจุดที่ 3 น้ำปนเปื้อนภายนอกโรงงาน เพื่อนำส่งตรวจ วัด วิเคราะห์และทดสอบปริมาณสารปนเปื้อนในตัวอย่างน้ำทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก กรมโรงงานอุตสาหกรรม  ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทั้ง 3 จุด พบว่าโดยรวมมีปริมาณสารมลพิษทางน้ำส่วนใหญ่ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสารมลพิษที่ตรวจพบอยู่ในปริมาณที่จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงหรือไม่เป็นอันตรายแบบเฉียบพลันรุนแรง

 นายพรยศกล่าวว่า จากการตรวจวัดสารมลพิษที่ปนเปื้อน ทั้งรายการวิเคราะห์ทางกายภาพ (Physical) ได้แก่ สี สภาพนำไฟฟ้า ความเค็ม ของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (TSS) ของแข็งที่ละลายได้ทั้งหมด (TDS) พารามิเตอร์ในกลุ่มของโลหะหนักที่อาจก่อให้เกิดความเป็นพิษได้ในระยะยาว และในกลุ่มของสารอินทรีย์รวมในรูปของ BOD COD Oil and Grease (FOG) และไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon: HC) โดยพบว่ามีปริมาณค่าน้ำมันและไขมัน (Oil and Grease) เกินค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560 อีกทั้งยังตรวจพบปริมาณสารไฮโดรคาร์บอนซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำมันและไขมัน โดยทั้ง 2 พารามิเตอร์มีความสอดคล้องโดยตรงกับคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่น/น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนที่ไม่ละลายน้ำที่ก่อให้เกิดคราบสีรุ้ง

 นายพรยศกล่าวว่า ส่วน Total Hydrocarbons (THP/HC) เป็นพารามิเตอร์ที่ใช้ในการแยกแยะระหว่างน้ำมันที่เกิดจากสารอินทรีย์ตามธรรมชาติ เช่น กรดไขมันจากพืช/สัตว์ กับที่เกิดจากกลุ่มของผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ซึ่งพบว่ามีค่าปริมาณไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูง ทั้งบริเวณจุดที่ 2 บ่อน้ำชะกากอุตสาหกรรม สอดคล้องกับจุดที่ 3 ภายนอกโรงงาน ชี้ให้เห็นที่มาของคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันดังกล่าว อาจเกิดจากน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วหรือเชื้อเพลิงทดแทนได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์หลักของกระบวนการผลิตจากการประกอบกิจการโรงงานของ บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด

 นายพรยศกล่าวว่า ด้านผลการตรวจวัดปริมาณโลหะหนัก ทั้ง 3 จุดเก็บตัวอย่าง ส่วนใหญ่ตรวจไม่พบปริมาณโลหะหนัก แต่ในบางจุดมีการตรวจพบสารโลหะบางชนิด แต่อยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานหรือไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน และต่ำกว่าหรือไม่เกินค่าที่กำหนดตามมาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน อย่างไรก็ตาม คุณภาพน้ำผิวดินควรต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่ามีปริมาณ BOD สูงเกินกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 5 ไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน

 “แม้ว่าผลตรวจอยู่ในปริมาณที่จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงหรือไม่เป็นอันตรายแบบเฉียบพลันรุนแรง แต่ขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหรือการสูดดมอากาศเหนือผิวน้ำ ไม่ดื่มกินโดยเด็ดขาด และไม่สัมผัสโดยตรงเป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สอจ.ปราจีนบุรี และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จะยังคงเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนต่อไป”นายพรยศกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ขอบคุณ CNN เลือกไทยจัดเวทีโลก ชูพัฒนาทักษะคน-เชื่อมเศรษฐกิจ
'อนุทิน' ขอบคุณ CNN เลือกไทยจัดเวทีโลก ชูพัฒนาทักษะคน-เชื่อมเศรษฐกิจ