DSI ถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารับเป็นคดีพิเศษกรณีโรงงานที่ระยองลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพิษ พร้อมขยายผลหาประเทศต้นทาง บริษัทนำเข้า เครือข่ายรถ และโรงงานปลายทาง เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แจ้งว่า พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเมธีวัฒน์ คำเสือ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ นายพงษ์ธวัช อ่วมสำอางค์ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี ผู้อำนวยการส่วนคดีวัตถุอันตรายที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ชุดเฉพาะกิจ ทส. ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางการรับเรื่องเป็นคดีพิเศษ และกำหนดแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบกรณีโรงงานลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะอันตรายในพื้นที่จังหวัดระยอง และขยายผลการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าขยะและสารพิษจากต่างประเทศ ที่กรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมร่วมกันหารือ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้สามารถขยายผลการตรวจสอบเชิงลึก และขยายผลสืบหาประเทศต้นทางการนำเข้าตู้สินค้า บริษัทนำเข้า เครื่อข่ายรถ และโรงงานปลายทาง 2.กำหนดรูปแบบการทำงานร่วมกันในการตรวจสอบการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรม และการนำส่งไปยังโรงงานต้นทาง และ3.แนวทางการบริหารจัดการของกลางที่ได้ดำเนินการอายัดไว้ โดยคำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมาย ความปลอดภัยในการจัดเก็บและจัดการ ตลอดจนการรักษาสภาพพยานหลักฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินคดี เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอันตรายจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการสืบสวนขยายผลถึงผู้กระทำความผิดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน




